ประเด็นสำคัญของงานครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขบนสเปกชีต แต่คือการเปลี่ยนกลยุทธ์ของ AMD จากการขาย GPU แยกชิ้น ไปสู่การส่งมอบแพลตฟอร์ม AI ที่รวมชิป หน่วยความจำ ซีพียู ระบบเชื่อมต่อ และซอฟต์แวร์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อท้าทายอำนาจในตลาดศูนย์ข้อมูลของ Nvidia โดยตรง
ตระกูล Instinct MI400 เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นแรกของ AMD ที่สร้างบนสถาปัตยกรรม CDNA 5 โดยชิปเล็ตประมวลผลผลิตด้วยกระบวนการ TSMC 2nm N2 ส่วนชิปเล็ต I/O ใช้กระบวนการ N3P
รุ่นหลักแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
AMD ระบุว่าจะเริ่มจัดส่งให้ลูกค้าในช่วง ครึ่งหลังของปี 2026 จุดขายสำคัญของ MI450 คือการเป็น GPU รุ่นแรกของ AMD ที่มีหน่วยความจำเกิน 400GB โดยความจุ 432GB มากกว่าแพลตฟอร์ม Vera Rubin รุ่นเทียบเคียงของ Nvidia ซึ่งมี HBM4 ขนาด 288GB อยู่ 50%
สำหรับงาน AI ขนาดใหญ่ หน่วยความจำไม่ได้เป็นเพียงรายละเอียดทางเทคนิค เพราะความจุที่มากขึ้นช่วยให้โมเดลขนาดใหญ่และข้อมูลระหว่างการประมวลผลอยู่ใกล้กับตัวเร่งมากขึ้น ลดความจำเป็นในการถ่ายโอนข้อมูลไปมาระหว่างส่วนประกอบของระบบ
AMD เปิดตัว Helios ระบบ AI แบบแร็กครบวงจรเป็นครั้งแรกของบริษัท โดยรวม GPU Instinct MI45X, ซีพียู EPYC “Venice” และระบบเครือข่าย Pensando เข้ากับการเชื่อมต่อแบบ Infinity Fabric สำหรับการขยายระบบภายใน
ข้อกำหนดและตัวเลขที่ AMD นำเสนอ ได้แก่
แนวคิดของ Helios คือการทำให้ส่วนประกอบทั้งหมดในแร็กทำงานประสานกันจนดูเสมือนเป็นคอมพิวเตอร์ AI ขนาดมหึมาเครื่องเดียว ระบบนี้จึงถูกวางตำแหน่งให้แข่งขันโดยตรงกับแร็ก NVL72 ของ Nvidia
AMD ยังชูตัวเลขการทดสอบภายในว่า Helios ให้ประสิทธิภาพมากกว่าระบบแร็กของคู่แข่ง 10–15% เมื่อจำกัดการใช้พลังงานไว้เท่ากันในงานที่ต้องการอัตราการประมวลผลสูง รวมถึงอาจให้จำนวนโทเคนต่อดอลลาร์มากกว่าได้สูงสุด 30% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลการทดสอบและคำกล่าวอ้างของ AMD ประสิทธิภาพจริงย่อมขึ้นอยู่กับโมเดล ซอฟต์แวร์ และลักษณะงานที่ใช้
AMD ทำข้อตกลงกับ OpenAI ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 และนำรายละเอียดมาย้ำในงานครั้งนี้ เป็นข้อตกลงหลายปีและหลายเจเนอเรชันสำหรับการติดตั้ง GPU Instinct รวมกำลังการประมวลผล 6 กิกะวัตต์ โดยระยะแรกจะติดตั้ง MI450 Series ขนาด 1 กิกะวัตต์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
นักวิเคราะห์บางรายประเมินว่าเฉพาะรายได้จาก GPU ในข้อตกลงนี้อาจอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินจากภายนอก ไม่ใช่มูลค่ารายได้ที่ AMD รับรองอย่างเป็นทางการ
Meta ประกาศข้อตกลงกับ AMD เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพื่อจัดหาโครงสร้างพื้นฐานประมวลผล AI สูงสุด 6 กิกะวัตต์ ในช่วง 5 ปี มูลค่าดีลชิปอาจสูงถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์
ข้อตกลงยังเปิดทางให้ Meta มีสิทธิ์เข้าซื้อหุ้น AMD สูงสุด 10% และ Meta ระบุในงานว่าจะเริ่มติดตั้งระบบ Helios ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 Piper Sandler ประเมินว่าดีลนี้อาจเพิ่มรายได้ให้ AMD ราว 1 แสนล้านดอลลาร์ในช่วง 5 ปี ซึ่งเป็นมุมมองของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่ตัวเลขการันตี
ดีลใหม่ที่ประกาศบนเวทีคือความร่วมมือกับ Anthropic ผู้พัฒนาโมเดล Claude โดย AMD จะลงทุนในบริษัทดังกล่าวสูงสุด 5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Anthropic มีแผนติดตั้งระบบ Helios ที่ใช้ MI450 รวมกำลังการประมวลผล 2 กิกะวัตต์
การติดตั้งระยะแรกขนาด 1 กิกะวัตต์มีกำหนดเริ่มในช่วงต้นปี 2027 และข้อตกลงจัดซื้อเซิร์ฟเวอร์ AI มีมูลค่ารวมระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ AMD ยังระบุว่าจะนำ Claude มาใช้ในทีมวิศวกรรมของบริษัทด้วย
บนเวทียังมีการกล่าวถึงลูกค้าหรือพันธมิตรรายอื่น เช่น xAI และ Oracle ขณะที่ Microsoft ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในลูกค้าระยะแรกของ Helios
เมื่อรวมดีล OpenAI และ Meta เข้าด้วยกัน นักวิเคราะห์บางรายจึงประเมินมูลค่ารายได้ที่อาจเกิดขึ้นไว้มากกว่า 1.6 แสนล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขนี้ควรมองเป็นประมาณการระยะยาว เพราะขึ้นอยู่กับการติดตั้งจริง การส่งมอบหลายเจเนอเรชัน และเงื่อนไขของสัญญาแต่ละฉบับ
สารหลักของ AMD ในงานนี้คือ บริษัทไม่ได้ต้องการไล่ตาม Nvidia ด้วยการเทียบเฉพาะประสิทธิภาพของ GPU อีกต่อไป แต่จะสู้ด้วย ประสิทธิภาพของระบบโดยรวม
ตระกูล MI400 ถูกวางให้เป็นคู่แข่งโดยตรงของแพลตฟอร์ม Vera Rubin ของ Nvidia ขณะที่ Helios รวมการประมวลผล หน่วยความจำ ซีพียู ระบบเครือข่าย และการจัดการพลังงานไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว ซึ่งอาจช่วยให้ลูกค้าที่สร้างศูนย์ข้อมูล AI ไม่ต้องประกอบระบบจากผู้ขายหลายราย
อย่างไรก็ดี สมรภูมิสำคัญยังอยู่ที่ซอฟต์แวร์ AMD ต้องการให้ ROCm ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์สำหรับ GPU ของบริษัท เข้ามาท้าทาย CUDA ของ Nvidia นักวิเคราะห์จาก SemiAnalysis มองว่า ROCm มี “โอกาสประสบความสำเร็จสูง” ในการลดความได้เปรียบของ CUDA หาก AMD แก้ไขความเสี่ยงสำคัญที่เหลืออยู่ได้
ในภาพรวม Nvidia ยังคงครองตลาดตัวเร่ง AI ประมาณ 80% ในปี 2026 ขณะที่ตระกูล Instinct ของ AMD มีส่วนแบ่งประเมินราว 5–7% ในปี 2025 นักวิเคราะห์บางรายมองว่าดีลหลายกิกะวัตต์ที่ล็อกความต้องการไว้ล่วงหน้า อาจทำให้ AMD ขยับไปสู่ส่วนแบ่งตลาด 15–20% ในช่วงปลายปี 2026 แต่การคาดการณ์ดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับการส่งมอบจริงและการยอมรับซอฟต์แวร์ของลูกค้า
ข้อมูลการประเมินมูลค่าที่เผยแพร่ในเดือนเมษายน 2026 ระบุว่า AMD มีมูลค่าตลาดใกล้ 4.5 แสนล้านดอลลาร์ที่ราคาหุ้นราว 280 ดอลลาร์ และขยับเข้าใกล้ 4.8 แสนล้านดอลลาร์ที่ระดับประมาณ 296 ดอลลาร์ หลังมีข่าวข้อตกลงกับ Anthropic
สำหรับนักลงทุน จุดเด่นของดีลชุดนี้คือการเพิ่ม “ทัศนวิสัยของรายได้” ไปจนถึงปี 2027 และหลังจากนั้น เพราะลูกค้ารายใหญ่หลายราย ได้แก่ OpenAI, Meta, Anthropic, Oracle และ xAI ต่างปรากฏอยู่ในแผนการใช้งานหรือระบบนิเวศของ AMD
แต่การมีคำสั่งซื้อหรือแผนติดตั้งขนาดใหญ่ไม่ได้แปลว่ารายได้ทั้งหมดจะเกิดขึ้นทันที ความเสี่ยงยังรวมถึงกำลังการผลิต การส่งมอบแร็กและหน่วยความจำ HBM4 การขยายศูนย์ข้อมูล ตลอดจนความสามารถของ ROCm ในการรองรับงานจริงในระดับเดียวกับระบบของ Nvidia
AMD ระบุว่า MI450 Series ใช้ HBM4 ขนาด 432GB และมีแบนด์วิดท์สูงสุด 20TB ต่อวินาที ทำให้เป็น GPU รุ่นแรกของบริษัทที่ข้ามขีดจำกัดหน่วยความจำ 400GB
บริษัทได้เกริ่นถึง MI500 Series ซึ่งเป็นตัวเร่ง AI รุ่นถัดไปที่วางแผนใช้กระบวนการผลิต 2nm และจะวางตำแหน่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของแพลตฟอร์ม Rubin รุ่นอนาคตของ Nvidia คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2027
อย่างไรก็ตาม AMD ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดสำคัญของ MI500 เช่น ความจุหน่วยความจำ การจัดวางชิป หรือเป้าหมายประสิทธิภาพในงาน Advancing AI 2026 ส่วนคำกล่าวอ้างว่า MI500 อาจให้ประสิทธิภาพสูงถึง 1,000 เท่าของ MI300X ควรเข้าใจว่าเป็นเป้าหมายระยะยาวด้านสถาปัตยกรรม มากกว่าจะเป็นสเปกของผลิตภัณฑ์ที่ยืนยันแล้ว
Advancing AI 2026 ทำให้ AMD ขยับจากการเป็น “ผู้ท้าชิงรายที่สอง” ในตลาด GPU AI ไปสู่การนำเสนอระบบโครงสร้างพื้นฐานครบวงจรที่มีลูกค้ารายใหญ่รองรับล่วงหน้า MI450 ชูจุดเด่นด้านหน่วยความจำ HBM4 ส่วน Helios คือความพยายามนำเสนอแร็กที่พร้อมใช้งานในระดับศูนย์ข้อมูล
ทว่าความท้าทายของ AMD ไม่ได้จบลงที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ บริษัทต้องพิสูจน์ว่า MI450 และ Helios สามารถผลิต ส่งมอบ และทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ของลูกค้าได้ตามแผน หากทำได้ ดีลกับ OpenAI, Meta และ Anthropic อาจกลายเป็นฐานสำคัญที่ช่วยให้ AMD แย่งส่วนแบ่งตลาดจาก Nvidia ได้จริง แต่หากการติดตั้งหรือระบบซอฟต์แวร์สะดุด ตัวเลขหลายกิกะวัตต์ก็อาจยังเป็นเพียงคำมั่นสัญญาบนกระดาษ