งานวิจัยในวารสาร Science วันที่ 23 กรกฎาคม 2026 ประเมินว่าความหลากหลายทางภาษาโลกพุ่งสูงสุดที่ประมาณ 20,000 ถึง 75,000 ภาษาเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ซึ่งมากกว่าปัจจุบัน (ประมาณ 7,500 ภาษา) ถึง 10 เท่า ยุคทองของภาษาสิ้นสุดลงเมื่อ 1,000–3,000 ปีก่อน สาเหตุหลักคือการขยายตัวของเกษตรกรรมและสังคมรวมศูนย์ขนาดใหญ่ที่ดูดซับหรื...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What did a study published July 23 in the journal Science reveal about the trajectory of global l. Article summary: Here are the key findings from the study published July 23, 2026 in *Science*, with all claims sourced from the reporting on that paper.. Topic tags: general, government, academic, general web, education. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts
ภูมิทัศน์ทางภาษาของมนุษยชาติเคยรุ่มรวยกว่าที่เราเห็นในทุกวันนี้อย่างคาดไม่ถึง การศึกษาชิ้นสำคัญที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 ได้สร้างแบบจำลองย้อนรอยเส้นทางความหลากหลายทางภาษาของโลกในช่วง 12,000 ปีที่ผ่านมา เผยให้เห็น 'ยุคทอง' ที่สูญหาย ซึ่งครั้งหนึ่งมนุษย์เคยใช้ภาษามากถึงหลายหมื่นภาษา และยังชี้ให้เห็นว่าจุดเริ่มต้นของการลดลงนั้นเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคยเชื่อกันมาก
ทีมนักวิจัยนานาชาติ ซึ่งรวมถึง แคลร์ โบเวิร์น (มหาวิทยาลัยเยล) และนักวิจัยจากสถาบันมัคส์พลังค์เพื่อมานุษยวิทยาวิวัฒนาการ (Max Planck Institute for Evolutionary Anthropology) สร้างแบบจำลองขึ้นมา โดยใช้ค่าประมาณประชากรในยุคโฮโลซีน (Holocene) รวมกับข้อมูลขนาดกลุ่มของสังคมนักล่า-เก็บของป่า ก่อนจะจำลองสถานการณ์ทางประชากรศาสตร์นับพันรูปแบบ
ผลลัพธ์ที่ได้น่าทึ่งมาก ความหลากหลายทางภาษาทั่วโลกพุ่งสูงสุดที่ประมาณ 20,000 ถึง 75,000 ภาษา เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน (โดยประมาณในช่วง 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ถึง ค.ศ. 1000) ซึ่งมากกว่าจำนวนประมาณ 7,500 ภาษาที่ใช้พูดหรือภาษามือในปัจจุบันถึง 10 เท่า
คลาร์ก โบเวิร์น กล่าวกับสำนักข่าว Science News ว่า "นั่นคือยุคทองของความหลากหลายทางภาษา"
ข้อค้นพบสำคัญของการศึกษานี้คือ การลดลงของความหลากหลายทางภาษาเริ่มต้นขึ้นก่อนยุคอาณานิคมยุโรปเสียอีก 'ยุคทอง' สิ้นสุดลงระหว่างประมาณ 3,000 ถึง 1,000 ปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักคือ การขยายตัวของเกษตรกรรม และการเกิดขึ้นของประชากรขนาดใหญ่ที่มีการรวมศูนย์อำนาจมากขึ้น ซึ่งดูดซับหรือแทนที่กลุ่มภาษาขนาดเล็ก
นักวิจัยยังประเมินว่า ในช่วงเริ่มต้นของยุคโฮโลซีน (ประมาณ 12,000 ปีก่อน) มีภาษาเพียงประมาณ 4,500 ถึง 6,200 ภาษา เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าปัจจุบัน เนื่องจากประชากรมนุษย์ในตอนนั้นมีขนาดเล็กกว่ามาก ข้อค้นพบนี้ขัดแย้งกับแนวคิดที่ว่าความหลากหลายทางภาษาลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ยุคน้ำแข็งสุดท้าย แต่กลับกัน มันเติบโตไปพร้อมกับจำนวนประชากร ก่อนจะถึงจุดสูงสุดแล้วค่อยลดลง
ปัจจุบันทั่วโลกมีภาษาพูดหรือภาษามือประมาณ 7,500 ภาษา แต่การสูญเสียกำลังเร่งตัวขึ้น งานวิจัยเสริมอีกชิ้นที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Ecology & Evolution (ไม่ใช่รายงานของ Science ฉบับนี้) คาดการณ์ว่าหากไม่มีการแทรกแซง การสูญเสียภาษาอาจเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าภายใน 40 ปี โดยจะมีการสูญเสียภาษาอย่างน้อย เดือนละ 1 ภาษา และอาจมีภาษามากถึง 1,500 ภาษา ที่สูญหายไปภายในสิ้นศตวรรษนี้
งานวิจัยใน Science มุ่งเน้นไปที่การสร้างแบบจำลองย้อนหลังทางประวัติศาสตร์ และไม่ได้จำลองผลกระทบของ AI โดยตรง อย่างไรก็ตาม บริบทของงานวิจัยในวงกว้างทำให้เห็นชัดเจนว่าปัญญาประดิษฐ์กำลังทำให้การกีดกันภาษาขนาดเล็กรุนแรงยิ่งขึ้น
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ ที่นำเสนอในที่ประชุมประจำปี 2025 ของ ACL (Association for Computational Linguistics) พบว่า LLMs ยอดนิยมกำลังสร้าง 'รังไหมข้อมูล' แทนที่จะทำให้สนามแข่งขันเท่าเทียมกัน บทความในวารสาร Nature จากเดือนพฤศจิกายน 2025 ระบุว่าภาษาที่ใช้พูดโดยชุมชนในเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา ซึ่งคิดเป็นประมาณ 5,500 ภาษาจากทั้งหมด 7,000 ภาษาทั่วโลก 'กำลังเสี่ยงที่จะหายไปภายในสิ้นศตวรรษนี้'
งานวิจัยใน Science ครั้งนี้เปลี่ยนแปลงความเข้าใจของเราเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ภาษาศาสตร์ของมนุษย์ ยุคหนึ่งความหลากหลายเคยมีมากกว่าในปัจจุบันอย่างมหาศาล โดยพุ่งสูงสุดที่หลายหมื่นภาษาเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน จุดเริ่มต้นของการลดลงไม่ใช่ยุคอาณานิคม แต่เป็นยุคเกษตรกรรม และในขณะที่แรงผลักดันทางประวัติศาสตร์นี้เก่าแก่นับพันปี ระบบ AI สมัยใหม่กลับเสี่ยงที่จะเร่งการสูญเสียนี้ให้เร็วขึ้น โดยการกีดกันภาษาส่วนใหญ่ของโลกออกจากอนาคตดิจิทัล
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
งานวิจัยในวารสาร Science วันที่ 23 กรกฎาคม 2026 ประเมินว่าความหลากหลายทางภาษาโลกพุ่งสูงสุดที่ประมาณ 20,000 ถึง 75,000 ภาษาเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ซึ่งมากกว่าปัจจุบัน (ประมาณ 7,500 ภาษา) ถึง 10 เท่า
งานวิจัยในวารสาร Science วันที่ 23 กรกฎาคม 2026 ประเมินว่าความหลากหลายทางภาษาโลกพุ่งสูงสุดที่ประมาณ 20,000 ถึง 75,000 ภาษาเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ซึ่งมากกว่าปัจจุบัน (ประมาณ 7,500 ภาษา) ถึง 10 เท่า ยุคทองของภาษาสิ้นสุดลงเมื่อ 1,000–3,000 ปีก่อน สาเหตุหลักคือการขยายตัวของเกษตรกรรมและสังคมรวมศูนย์ขนาดใหญ่ที่ดูดซับหรือแทนที่กลุ่มภาษาเล็กๆ
ปัจจุบันมีภาษาไม่ถึง 5% ที่ปรากฏบนโลกออนไลน์อย่างมีความหมาย ขณะที่ AI กลับยิ่งเพิ่มช่องว่าง โดยระบบ AI สมัยใหม่มักให้สิทธิพิเศษกับภาษาหลักและละเลยภาษาชนกลุ่มน้อย