แม้คดีฟ้อง OpenAI จะไม่ใช่ประเด็นหลักในบทสัมภาษณ์ The Economist แต่ก็เป็นบริบทสำคัญ ในเดือนพฤษภาคม 2026 คณะลูกขุนยกฟ้องข้อเรียกร้องค่าเสียหาย มูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ ที่ Musk ฟ้อง OpenAI และซีอีโอ Sam Altman ด้วยเหตุผลเรื่อง อายุความ — หมายความว่าศาลไม่ได้วินิจฉัยเนื้อหาคำกล่าวหาของ Musk ที่ว่า OpenAI แปรสภาพจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเป็นองค์กรแสวงหาผลกำไรอย่างไม่ถูกต้อง Musk เรียกคำตัดสินนี้ว่าเป็น "บรรทัดฐานอันตราย" แต่ไม่ได้โต้แย้งรายละเอียดในบทสัมภาษณ์กับ The Economist ความคิดเห็นครั้งแรกของเขาหลังคำตัดสินที่สำคัญมาจากบทสัมภาษณ์กับ Forbes ในภายหลังเดือนนั้น
Musk ทำนายที่เฉพาะเจาะจงที่สุดเกี่ยวกับกรอบเวลา: ระบบ AI อาจเกินกว่า ผลรวมของสติปัญญามนุษย์ทั้งหมด ภายในเวลาประมาณห้าปี เขาอธิบายเพิ่มเติมว่าในช่วงเวลานั้น "จะไม่มีอะไรที่ AI ทำได้ดีกว่ามนุษย์อีกแล้ว ยกเว้นการเป็นมนุษย์ บางที" เมื่อมองไปข้างหน้า เขาคาดการณ์ว่าภายในสิบปี มนุษย์จะไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป และหุ่นยนต์จะนำไปสู่ยุค "ความอุดมสมบูรณ์ที่น่าอัศจรรย์" ซึ่งแนวคิดเรื่องเงินจะไร้ความหมาย
Musk เสนอว่าบริษัท AI ที่แข่งขันกันควรได้รับอนุญาตให้ ตรวจสอบโมเดลของกันและกันเพื่อหาความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ก่อนที่จะเปิดตัว เขาอธิบายว่านี่คือ ระบบ Peer Review สำหรับ AI ระดับแนวหน้า — เปรียบเสมือนการทบทวนโดยผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงวิชาการ — โดยที่ห้องแล็บต่างๆ จะตรวจสอบโมเดลชั้นนำของกันและกันเพื่อระบุและบรรเทาอันตรายก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ แนวคิดนี้ถูกนำเสนอเป็นกลไกความร่วมมือด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรม ถึงแม้ The Economist และสำนักข่าวอื่นๆ จะบันทึกถึงความสงสัยในความเป็นไปได้
แม้จะมีกรอบเวลาที่น่ากลัว Musk ก็ไม่ได้ถอยจากประมาณการที่เขาพูดมานานว่ามี ความน่าจะเป็น 10–20% ที่ AI อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ แต่เขากลับบอกว่าเขาได้ "ข้อสรุปทางปรัชญา" ที่จะโฟกัสด้านบวก กระตุ้นให้ผู้คนปฏิบัติตัวเหมือน "สนุกไปกับมัน" เพราะโมเมนตัมของ AI และหุ่นยนต์ตอนนี้หยุดไม่ได้แล้ว
ข้อควรระวังสำคัญ: ดังที่ The Economist ตั้งข้อสังเกต คำทำนายของ Musk ควรถูกมองด้วยความสงสัย เนื่องจากสถิติการทำนายที่ไม่สม่ำเสมอของเขา รายงานของ BBC จับน้ำเสียงของเขาว่าเป็น "มาสนุกไปกับมันเถอะ" — ท่าทีที่น่าทึ่งสำหรับคนที่เตือนถึงความน่าจะเป็น 10–20% ที่มนุษย์จะถูกทำลายล้าง