คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ อย่างน้อย 9 บริษัทจดทะเบียนเทขาย Bitcoin หมดคลังในปี 2026 รวมถึง Satsuma Technology, Meitu, Bitdeer, Genius Group, K Wave โดยบางรายถึงขั้นถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ [15][51] Strategy (เดิม MicroStrategy) ผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศขาย 3,588 BTC มูลค่า 216 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อนำมาจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ หลังจากยึดมั่นนโยบาย "ไม่มีวันขาย" มานานหลายปี [8][10][11] โมเดล Digital Asset Treasury (DAT) พังเพราะ 3 ปัจจัยหลักพังพร้อมกัน: ราคา Bitcoin ร่วง 50% จากจุดสูงสุด, หุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV), และตลาดทุนปิดช่องทางการระดมทุนใหม่ [5][12][15] VanEck คาดแรงขายที่ถูกบังคับจากกำหนดชำระหนี้ในช่วงปี 2027–2028 สูงถึง 77,100–128,500 BTC โดยบริษัทที่มีสัดส่วนหนี้สูงต่อปริมาณ Bitcoin เสรี (Net Free BTC) มีความเสี่ยงมากที่สุด [1][12][15] Search & fact-check with cited sources for Which nine public companies have fully exited their Bitcoin treasuries as debt pressures mount, w At least nine public companies have fully exited their Bitcoin treasuries in 2026 as the DAT model collapsed under a 50% price decline, debt obligations, and closed capital markets. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for Which nine public companies have fully exited their Bitcoin treasuries as debt pressures mount, w. Article summary: Here is a comprehensive, source-backed answer to every component of your question.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual eviden
openai.com คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "9 บริษัทจดทะเบียนเทขาย Bitcoin ทั้งคลัง แตกทัพหนีวิกฤตหนี้-AI แย่งเม็ดเงิน" คืออะไร อย่างน้อย 9 บริษัทจดทะเบียนเทขาย Bitcoin หมดคลังในปี 2026 รวมถึง Satsuma Technology, Meitu, Bitdeer, Genius Group, K Wave โดยบางรายถึงขั้นถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ [15][51]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? อย่างน้อย 9 บริษัทจดทะเบียนเทขาย Bitcoin หมดคลังในปี 2026 รวมถึง Satsuma Technology, Meitu, Bitdeer, Genius Group, K Wave โดยบางรายถึงขั้นถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ [15][51] Strategy (เดิม MicroStrategy) ผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศขาย 3,588 BTC มูลค่า 216 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อนำมาจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ หลังจากยึดมั่นนโยบาย "ไม่มีวันขาย" มานานหลายปี [8][10][11]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? โมเดล Digital Asset Treasury (DAT) พังเพราะ 3 ปัจจัยหลักพังพร้อมกัน: ราคา Bitcoin ร่วง 50% จากจุดสูงสุด, หุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV), และตลาดทุนปิดช่องทางการระดมทุนใหม่ [5][12][15]
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ อย่างน้อย 9 บริษัทจดทะเบียนเทขาย Bitcoin หมดคลังในปี 2026 รวมถึง Satsuma Technology, Meitu, Bitdeer, Genius Group, K Wave โดยบางรายถึงขั้นถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ [15][51] Strategy (เดิม MicroStrategy) ผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศขาย 3,588 BTC มูลค่า 216 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อนำมาจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ หลังจากยึดมั่นนโยบาย "ไม่มีวันขาย" มานานหลายปี [8][10][11] โมเดล Digital Asset Treasury (DAT) พังเพราะ 3 ปัจจัยหลักพังพร้อมกัน: ราคา Bitcoin ร่วง 50% จากจุดสูงสุด, หุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV), และตลาดทุนปิดช่องทางการระดมทุนใหม่ [5][12][15] VanEck คาดแรงขายที่ถูกบังคับจากกำหนดชำระหนี้ในช่วงปี 2027–2028 สูงถึง 77,100–128,500 BTC โดยบริษัทที่มีสัดส่วนหนี้สูงต่อปริมาณ Bitcoin เสรี (Net Free BTC) มีความเสี่ยงมากที่สุด [1][12][15] Search & fact-check with cited sources for Which nine public companies have fully exited their Bitcoin treasuries as debt pressures mount, w At least nine public companies have fully exited their Bitcoin treasuries in 2026 as the DAT model collapsed under a 50% price decline, debt obligations, and closed capital markets. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for Which nine public companies have fully exited their Bitcoin treasuries as debt pressures mount, w. Article summary: Here is a comprehensive, source-backed answer to every component of your question.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual eviden
openai.com คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "9 บริษัทจดทะเบียนเทขาย Bitcoin ทั้งคลัง แตกทัพหนีวิกฤตหนี้-AI แย่งเม็ดเงิน" คืออะไร อย่างน้อย 9 บริษัทจดทะเบียนเทขาย Bitcoin หมดคลังในปี 2026 รวมถึง Satsuma Technology, Meitu, Bitdeer, Genius Group, K Wave โดยบางรายถึงขั้นถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ [15][51]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? อย่างน้อย 9 บริษัทจดทะเบียนเทขาย Bitcoin หมดคลังในปี 2026 รวมถึง Satsuma Technology, Meitu, Bitdeer, Genius Group, K Wave โดยบางรายถึงขั้นถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ [15][51] Strategy (เดิม MicroStrategy) ผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศขาย 3,588 BTC มูลค่า 216 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อนำมาจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ หลังจากยึดมั่นนโยบาย "ไม่มีวันขาย" มานานหลายปี [8][10][11]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? โมเดล Digital Asset Treasury (DAT) พังเพราะ 3 ปัจจัยหลักพังพร้อมกัน: ราคา Bitcoin ร่วง 50% จากจุดสูงสุด, หุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV), และตลาดทุนปิดช่องทางการระดมทุนใหม่ [5][12][15]
9 บริษัทที่ขาย Bitcoin หมดคลัง
Satsuma Technology (SATS LN) — ผู้ถือหุ้นอนุมัติเมื่อ 21 กรกฎาคม 2026 ด้วยคะแนนเสียงกว่า 90% ให้ขาย 668 BTC (~43.5 ล้านเหรียญสหรัฐ) คืนเงินทุนให้ผู้ถือหุ้น และถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน
Pantera Capital (ในนามบริษัทจดทะเบียน) — ขาย Bitcoin หมดคลัง
Meitu — ขาย 940 BTC และ 31,000 ETH หมดภายในปลายปี 2024
Sequans Communications (SQNS) — ประกาศเมื่อ 28 พฤษภาคม 2026 ยุติกลยุทธ์ถือ Bitcoin หลังขาย ~80% ของ holdings (1,025 BTC) เพื่อไถ่ถอนหนี้ทั้งหมด
Empery Digital (EMPD) — ขาย 1,400 BTC คิดเป็น 48% ของ holdings ได้ 87.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ระหว่าง 7 พฤษภาคมถึง 10 กรกฎาคม 2026 ที่ราคาเฉลี่ย 62,200 เหรียญฯ ต่อ BTC เพื่อชำระหนี้
Bitdeer (BTDR US) — ขาย Bitcoin หมดคลัง ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 โดยขายที่เหลือ 943 BTC เพื่อนำเงินไปลงทุน数据中心 AI
Genius Group (GNS) — ขาย Bitcoin ทั้งหมด 84.15 BTC เมื่อ 1 เมษายน 2026 เพื่อชำระหนี้ 8.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
K Wave — เปิดเผยในแบบฟอร์ม F-3 เมื่อ 30 มิถุนายน 2026 ว่าขาย Bitcoin ทั้งหมดเมื่อ 6 พฤษภาคม 2026 ได้เงินรวม 64.2 ล้านเหรียญสหรัฐ
Meitu (ตามที่กล่าวข้างต้น) (หมายเหตุ: รายชื่อของ Sigel ยังมีบริษัทอื่นๆ ที่ขายหมดคลัง โดยเผยแพร่ชื่อ Satsuma, Pantera, Meitu, และ Sequans อย่างชัดเจน )
Strategy (MSTR) ทำลายคำสัญญา 'ไม่มีวันขาย'
ครั้งแรก (26–31 พฤษภาคม 2026): ขาย 32 BTC มูลค่าประมาณ 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ราคาเฉลี่ย ~77,135 เหรียญฯ ต่อ BTC เพื่อนำเงินมาจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ STRC
ครั้งใหญ่ (29 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม 2026): ขาย 3,588 BTC มูลค่าประมาณ 216 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ราคาเฉลี่ย ~60,200 เหรียญฯ ต่อ BTC ทำให้ holdings ลดลงจาก ~847,363 เหลือ 843,775 BTC เงินที่ได้ใช้จ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ (STRC) ซึ่งมีอัตราผลตอบแทน 12% ต่อปีจากมูลค่าหน้าตั๋ว 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่มทุนสำรองเงินดอลลาร์
Strategy ยังบันทึกขาดทุน 8.32 พันล้านเหรียญสหรัฐจากสินทรัพย์ดิจิทัลในไตรมาส 2 ปี 2026
บริษัทอื่นๆ ที่ขายหรือลดสัดส่วน
Empery Digital ขาย 48% ของ holdings (1,400 BTC มูลค่า 87.1 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อชำระหนี้
MARA Holdings ขาย 15,133 BTC เพื่อไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพปลอดดอกเบี้ยมูลค่า 957 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันถือ 38,689 BTC
Riot Platforms และบริษัทขนาดเล็กอื่นๆ กำลังลด holdings หรือเปลี่ยนไปใช้กลยุทธ์จัดการคลังแบบ Active ภายใต้แรงกดดันจากความผันผวนของคริปโต ภาระหนี้ และสภาพคล่อง
กลไกโครงสร้างที่บีบให้ขาย เครื่องมือทางการเงิน 3 ประเภทนี้บังคับให้บริษัทต้องขาย Bitcoin ตามปฏิทินที่ตายตัว โดยไม่ขึ้นกับความเชื่อของผู้บริหารต่อมูลค่า Bitcoin ระยะยาว:
หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Notes) ครบกำหนดไถ่ถอน: บริษัทอย่าง Strategy ออกหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่าหลายพันล้านเหรียญที่ครบกำหนดปี 2027–2029 เมื่อครบกำหนด ผู้ถือสามารถบังคับให้บริษัทไถ่ถอนเป็นเงินสดได้ หากหุ้นสามัญซื้อขายต่ำกว่าราคาแปลงสภาพ บริษัทต้องหาเงินสดมาชำระ ซึ่งอาจต้องขาย Bitcoin
หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Shares) ที่ต้องจ่ายปันผล: Strategy ออกหุ้นบุริมสิทธิ STRC ที่ต้องจ่ายปันผล 12% ต่อปีจากมูลค่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เมื่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่เพียงพอ บริษัทต้องขาย Bitcoin เพื่อนำมาจ่ายปันผล
วงเงินสินเชื่อและสัญญาจำนอง: บริษัทจำนวนหนึ่งนำ BTC ไปค้ำประกันเงินกู้ เมื่อราคา Bitcoin ปรับตัวลดลง Margin Call หรือข้อกำหนดในการเพิ่มหลักประกันบีบให้ขายในเวลาที่ไม่เหมาะสม
3 ปัจจัยที่โมเดล DAT ต้องพึ่งพา—และทั้ง 3 ปัจจัยพัง
ราคา Bitcoin เพิ่มขึ้น — ราคา BTC ที่สูงขึ้นทำให้มูลค่าทรัพย์สินคลังเป็นเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น บริษัทสามารถกู้เงินเพิ่มในอัตราที่ดีขึ้น
หุ้นซื้อขายสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) — ส่วนเกินมูลค่า NAV ทำให้บริษัทสามารถออกหุ้นหรือหุ้นกู้แปลงสภาพในราคาที่ดี ลดการเจือจาง ขณะที่ระดมทุนมาซื้อ Bitcoin เพิ่ม
ตลาดทุนเปิดรับการออกหลักทรัพย์ใหม่ — การเข้าถึงตลาดหนี้และทุนอย่างต่อเนื่องช่วยให้บริษัทรีไฟแนนซ์หนี้ที่ครบกำหนดด้วยการออกหลักทรัพย์ใหม่ แทนที่จะต้องขาย Bitcoin
รายงานกลางปีของ 21Shares เตือนว่า "โมเดลบริษัทถือ Bitcoin Treasury กำลังแตกสลาย" ภายใต้การปรับฐานนี้ และผู้เล่นรายใหญ่ส่วนใหญ่ถูกบังคับให้ขายแทนที่จะสะสม ใน 18 กองทุน Digital Asset Treasury ที่ 21Shares ติดตาม มีถึง 13 รายซื้อขายที่ส่วนลดจากมูลค่าตลาดของ holdings crypto
คาดการณ์แรงขาย: 77,100–128,500 BTC จากกำหนดเวลา
77,100 BTC (กรณีต่ำ) ถึง 128,500 BTC (กรณีสูง) ในอีก 2 ปีข้างหน้า
การขายนี้ถูกขับเคลื่อนโดยกำหนดการไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพ หน้าต่างไถ่ถอนหุ้นบุริมสิทธิ และการหมดอายุวงเงินสินเชื่อที่บังคับให้เลิกกิจการ โดยไม่สนว่าราคา Bitcoin ขณะนั้นจะเป็นเท่าใด
Strategy เพียงบริษัทเดียวมีความเสี่ยงสัดส่วนสูงจากภาระหุ้นบุริมสิทธิมูลค่า ~1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่าหลายพันล้านเหรียญที่กำลังจะครบกำหนด
กรอบวิเคราะห์ของ Sigel: เมตริกสำคัญที่ต้องจับตา ในทางปฏิบัติ นักลงทุนควรคำนวณ Net Free BTC ของแต่ละบริษัท: จำนวน BTC ที่ถือทั้งหมด หัก BTC ที่ถูกจำนำเป็นหลักประกัน หัก BTC ที่รองรับการจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ และหัก BTC ที่ต้องขายเพื่อชำระหนี้ที่กำลังจะถึงกำหนด ตัวเลข Net Free BTC ที่ต่ำหรือติดลบ หมายความว่าบริษัทไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขายไม่ว่าสภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร
บทสรุป โมเดลการถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์คลังของบริษัท ซึ่งเคยดูเหมือนเป็นวงจรแห่งความสำเร็จสำหรับผู้เริ่มต้น ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีความเสี่ยงจากกลไกหนี้เช่นเดียวกับงบดุลที่มีเลเวอเรจสูงอื่นๆ เมื่อ Bitcoin ร่วง 50% จากจุดสูงสุด หุ้นซื้อขายต่ำกว่า NAV และตลาดทุนปิด วงจรได้กลับทิศทาง บริษัทที่มีอัตราส่วนภาระหนี้สูงต่อปริมาณ Bitcoin เสรีมีความเสี่ยงถูกบังคับขายมากที่สุด—และความเสี่ยงนั้นจะผลิดอกออกผลในวันที่กำหนดตามปฏิทิน ไม่ใช่เมื่อสภาวะตลาดเอื้ออำนวย
9 บริษัทที่ขาย Bitcoin หมดคลัง
Satsuma Technology (SATS LN) — ผู้ถือหุ้นอนุมัติเมื่อ 21 กรกฎาคม 2026 ด้วยคะแนนเสียงกว่า 90% ให้ขาย 668 BTC (~43.5 ล้านเหรียญสหรัฐ) คืนเงินทุนให้ผู้ถือหุ้น และถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน
Pantera Capital (ในนามบริษัทจดทะเบียน) — ขาย Bitcoin หมดคลัง
Meitu — ขาย 940 BTC และ 31,000 ETH หมดภายในปลายปี 2024
Sequans Communications (SQNS) — ประกาศเมื่อ 28 พฤษภาคม 2026 ยุติกลยุทธ์ถือ Bitcoin หลังขาย ~80% ของ holdings (1,025 BTC) เพื่อไถ่ถอนหนี้ทั้งหมด
Empery Digital (EMPD) — ขาย 1,400 BTC คิดเป็น 48% ของ holdings ได้ 87.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ระหว่าง 7 พฤษภาคมถึง 10 กรกฎาคม 2026 ที่ราคาเฉลี่ย 62,200 เหรียญฯ ต่อ BTC เพื่อชำระหนี้
Bitdeer (BTDR US) — ขาย Bitcoin หมดคลัง ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 โดยขายที่เหลือ 943 BTC เพื่อนำเงินไปลงทุน数据中心 AI
Genius Group (GNS) — ขาย Bitcoin ทั้งหมด 84.15 BTC เมื่อ 1 เมษายน 2026 เพื่อชำระหนี้ 8.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
K Wave — เปิดเผยในแบบฟอร์ม F-3 เมื่อ 30 มิถุนายน 2026 ว่าขาย Bitcoin ทั้งหมดเมื่อ 6 พฤษภาคม 2026 ได้เงินรวม 64.2 ล้านเหรียญสหรัฐ
Meitu (ตามที่กล่าวข้างต้น) (หมายเหตุ: รายชื่อของ Sigel ยังมีบริษัทอื่นๆ ที่ขายหมดคลัง โดยเผยแพร่ชื่อ Satsuma, Pantera, Meitu, และ Sequans อย่างชัดเจน )
Strategy (MSTR) ทำลายคำสัญญา 'ไม่มีวันขาย'
ครั้งแรก (26–31 พฤษภาคม 2026): ขาย 32 BTC มูลค่าประมาณ 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ราคาเฉลี่ย ~77,135 เหรียญฯ ต่อ BTC เพื่อนำเงินมาจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ STRC
ครั้งใหญ่ (29 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม 2026): ขาย 3,588 BTC มูลค่าประมาณ 216 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ราคาเฉลี่ย ~60,200 เหรียญฯ ต่อ BTC ทำให้ holdings ลดลงจาก ~847,363 เหลือ 843,775 BTC เงินที่ได้ใช้จ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ (STRC) ซึ่งมีอัตราผลตอบแทน 12% ต่อปีจากมูลค่าหน้าตั๋ว 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่มทุนสำรองเงินดอลลาร์
Strategy ยังบันทึกขาดทุน 8.32 พันล้านเหรียญสหรัฐจากสินทรัพย์ดิจิทัลในไตรมาส 2 ปี 2026
บริษัทอื่นๆ ที่ขายหรือลดสัดส่วน
Empery Digital ขาย 48% ของ holdings (1,400 BTC มูลค่า 87.1 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อชำระหนี้
MARA Holdings ขาย 15,133 BTC เพื่อไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพปลอดดอกเบี้ยมูลค่า 957 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันถือ 38,689 BTC
Riot Platforms และบริษัทขนาดเล็กอื่นๆ กำลังลด holdings หรือเปลี่ยนไปใช้กลยุทธ์จัดการคลังแบบ Active ภายใต้แรงกดดันจากความผันผวนของคริปโต ภาระหนี้ และสภาพคล่อง
กลไกโครงสร้างที่บีบให้ขาย เครื่องมือทางการเงิน 3 ประเภทนี้บังคับให้บริษัทต้องขาย Bitcoin ตามปฏิทินที่ตายตัว โดยไม่ขึ้นกับความเชื่อของผู้บริหารต่อมูลค่า Bitcoin ระยะยาว:
หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Notes) ครบกำหนดไถ่ถอน: บริษัทอย่าง Strategy ออกหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่าหลายพันล้านเหรียญที่ครบกำหนดปี 2027–2029 เมื่อครบกำหนด ผู้ถือสามารถบังคับให้บริษัทไถ่ถอนเป็นเงินสดได้ หากหุ้นสามัญซื้อขายต่ำกว่าราคาแปลงสภาพ บริษัทต้องหาเงินสดมาชำระ ซึ่งอาจต้องขาย Bitcoin
หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Shares) ที่ต้องจ่ายปันผล: Strategy ออกหุ้นบุริมสิทธิ STRC ที่ต้องจ่ายปันผล 12% ต่อปีจากมูลค่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เมื่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่เพียงพอ บริษัทต้องขาย Bitcoin เพื่อนำมาจ่ายปันผล
วงเงินสินเชื่อและสัญญาจำนอง: บริษัทจำนวนหนึ่งนำ BTC ไปค้ำประกันเงินกู้ เมื่อราคา Bitcoin ปรับตัวลดลง Margin Call หรือข้อกำหนดในการเพิ่มหลักประกันบีบให้ขายในเวลาที่ไม่เหมาะสม
3 ปัจจัยที่โมเดล DAT ต้องพึ่งพา—และทั้ง 3 ปัจจัยพัง
ราคา Bitcoin เพิ่มขึ้น — ราคา BTC ที่สูงขึ้นทำให้มูลค่าทรัพย์สินคลังเป็นเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น บริษัทสามารถกู้เงินเพิ่มในอัตราที่ดีขึ้น
หุ้นซื้อขายสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) — ส่วนเกินมูลค่า NAV ทำให้บริษัทสามารถออกหุ้นหรือหุ้นกู้แปลงสภาพในราคาที่ดี ลดการเจือจาง ขณะที่ระดมทุนมาซื้อ Bitcoin เพิ่ม
ตลาดทุนเปิดรับการออกหลักทรัพย์ใหม่ — การเข้าถึงตลาดหนี้และทุนอย่างต่อเนื่องช่วยให้บริษัทรีไฟแนนซ์หนี้ที่ครบกำหนดด้วยการออกหลักทรัพย์ใหม่ แทนที่จะต้องขาย Bitcoin
รายงานกลางปีของ 21Shares เตือนว่า "โมเดลบริษัทถือ Bitcoin Treasury กำลังแตกสลาย" ภายใต้การปรับฐานนี้ และผู้เล่นรายใหญ่ส่วนใหญ่ถูกบังคับให้ขายแทนที่จะสะสม ใน 18 กองทุน Digital Asset Treasury ที่ 21Shares ติดตาม มีถึง 13 รายซื้อขายที่ส่วนลดจากมูลค่าตลาดของ holdings crypto
คาดการณ์แรงขาย: 77,100–128,500 BTC จากกำหนดเวลา
77,100 BTC (กรณีต่ำ) ถึง 128,500 BTC (กรณีสูง) ในอีก 2 ปีข้างหน้า
การขายนี้ถูกขับเคลื่อนโดยกำหนดการไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพ หน้าต่างไถ่ถอนหุ้นบุริมสิทธิ และการหมดอายุวงเงินสินเชื่อที่บังคับให้เลิกกิจการ โดยไม่สนว่าราคา Bitcoin ขณะนั้นจะเป็นเท่าใด
Strategy เพียงบริษัทเดียวมีความเสี่ยงสัดส่วนสูงจากภาระหุ้นบุริมสิทธิมูลค่า ~1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่าหลายพันล้านเหรียญที่กำลังจะครบกำหนด
กรอบวิเคราะห์ของ Sigel: เมตริกสำคัญที่ต้องจับตา ในทางปฏิบัติ นักลงทุนควรคำนวณ Net Free BTC ของแต่ละบริษัท: จำนวน BTC ที่ถือทั้งหมด หัก BTC ที่ถูกจำนำเป็นหลักประกัน หัก BTC ที่รองรับการจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ และหัก BTC ที่ต้องขายเพื่อชำระหนี้ที่กำลังจะถึงกำหนด ตัวเลข Net Free BTC ที่ต่ำหรือติดลบ หมายความว่าบริษัทไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขายไม่ว่าสภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร
บทสรุป โมเดลการถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์คลังของบริษัท ซึ่งเคยดูเหมือนเป็นวงจรแห่งความสำเร็จสำหรับผู้เริ่มต้น ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีความเสี่ยงจากกลไกหนี้เช่นเดียวกับงบดุลที่มีเลเวอเรจสูงอื่นๆ เมื่อ Bitcoin ร่วง 50% จากจุดสูงสุด หุ้นซื้อขายต่ำกว่า NAV และตลาดทุนปิด วงจรได้กลับทิศทาง บริษัทที่มีอัตราส่วนภาระหนี้สูงต่อปริมาณ Bitcoin เสรีมีความเสี่ยงถูกบังคับขายมากที่สุด—และความเสี่ยงนั้นจะผลิดอกออกผลในวันที่กำหนดตามปฏิทิน ไม่ใช่เมื่อสภาวะตลาดเอื้ออำนวย