ปาเรเดสกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าเขายังไม่ตัดสินใจว่าจะเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินาต่อไปหรือไม่ โดย他說จะหารือกับสตาฟฟ์โค้ชในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สื่อหลายแห่งรายงานว่าเขากำลัง 'พิจารณาอย่างจริงจัง' ที่จะอำลาทีมชาติ
ปาเรเดสกล่าวว่า "สำหรับหลายๆ คน นี่คงเป็นเวลาที่ต้องคิดถึงสิ่งที่ดีที่สุด การรักษามาตรฐานระดับนี้ไว้ และให้ทีมทำงานในแบบเดิมต่อไปเป็นเรื่องยากมาก เราต้องคิดและประเมินผลอย่างละเอียด และพูดคุยกับโค้ช การตัดสินใจต้องทำอย่างใจเย็น"
ด้วยอายุ 32 ปี ปาเรเดสยอมรับว่าฟุตบอลโลก 2026 เป็นโอกาสสุดท้ายของเขาที่จะคว้าแชมป์โลก "ตอนอายุ 32 ก็เป็นเรื่องปกติที่จะตั้งคำถามว่าผมจะเล่นต่อไหวไหม" เขากล่าวกับ ESPN ซึ่งทำให้เขาอยู่ในกลุ่มนักเตะรุ่นใหญ่ของอาร์เจนตินาที่มีแนวโน้มจะอำลาทีม ร่วมกับนิโกลัส โอตาเมนดี ที่ประกาศเลิกเล่นทีมชาติไปแล้ว
บางทีประเด็นที่สำคัญที่สุดจากการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้คือเรื่องของลิโอเนล เมสซี ปาเรเดสเปิดเผยว่าเขาเชื่อว่าเมสซีตัดสินใจเลิกเล่นทีมชาติหลังจบนัดชิงฯ ฟุตบอลโลกครั้งนี้แล้ว
"ผมคิดว่าเมสซีตัดสินใจแล้วว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศจะเป็นเกมสุดท้ายของเขากับทีมชาติ" ปาเรเดสกล่าว เขาเสริมว่าทีมกำลังเตรียมรับมือกับการอำลาของเมสซี แต่กัปตันทีมยังไม่ได้ออกมาแถลงยืนยันการเลิกเล่นด้วยตัวเอง เมสซีที่พาอาร์เจนตินาเข้าชิงฟุตบอลโลกถึงสามสมัย ต้องเดินออกจากสนาม MetLife Stadium พร้อมน้ำตาหลังความพ่ายแพ้
ปาเรเดสยืนยันอย่างหนักแน่นว่าสเปนเป็นแชมป์ที่สมควรได้รับ "มีคนพูดถึงหลายอย่าง แต่สเปนเหนือกว่าเราในนัดชิงฯ พวกเขาคือผู้ชนะฟุตบอลโลกที่สมควรได้รับ" เขากล่าว เขาบอกว่าแมตช์นี้ซึ่งตัดสินด้วยประตูของเฟร์ราน ตอร์เรสในนาทีที่ 106 นั้นสูสี แต่สเปนสมควรชนะ
ปาเรเดสปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อทฤษฎีสมคบคิดที่แฟนบอลอาร์เจนตินาบางส่วนเชื่อเกี่ยวกับนัดชิงฯ "ผมคงต้องบ้าไปแล้ว! ผมไม่รู้เลยว่ามีการสมคบคิดหรือเปล่า ผมคิดว่าคุณต้องบ้าแน่ๆ ถ้าคิดแบบนั้น มีหลายอย่างที่พูดกันซึ่งไม่เป็นความจริง" เขากล่าว เขาปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าผู้ตัดสินสลาฟโก วินซิช หรือฟีฟ่ามีส่วนในการล็อกผลการแข่งขัน
แม้ปาเรเดสจะมีจุดยืนเช่นนี้ แต่ก็มีการเคลื่อนไหวอีกกระแสที่ได้รับความนิยมทางออนไลน์ คำร้องบน Change.org ที่ริเริ่มโดยกิเซลา ซานเชซ แฟนบอลอาร์เจนตินา ซึ่งอ้างถึงความผิดปกติในการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินชาวสโลวีเนีย สลาฟโก วินซิช ได้รับการลงชื่อมากกว่า 80,000 รายชื่อภายในวันที่ 23-24 กรกฎาคม สื่อหลายแห่งรายงานว่าจำนวนผู้ลงชื่อทะลุ 80,700-82,000 รายชื่อแล้ว คำร้องดังกล่าวกล่าวหาผู้ตัดสินว่ามี 'ความผิดปกติ' และเรียกร้องให้ฟีฟ่าสั่งรีแมตช์ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าฟีฟ่าไม่เคยสั่งรีแมตช์ฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ และคำร้องนี้ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย
การกระทำหลังจบเกมของปาเรเดสกำลังถูกสอบสวนโดยคณะกรรมการทางวินัยของฟีฟ่า ภาพบันทึกเหตุการณ์แสดงให้เห็นปาเรเดสคว้าคอเอริก การ์เซีย กองหลังทีมชาติสเปนแล้วผลักเขาล้มลงกับพื้น ระหว่างการทะเลาะวิวาทครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากเสียงนกหวีดหมดเวลา มีรายงานเบื้องต้นว่าเขาได้รับใบแดงโดยตรงจากผู้ตัดสินสลาฟโก วินซิช แต่ฟีฟ่าได้ชี้แจงในภายหลังว่าไม่มีการบันทึกใบแดงอย่างเป็นทางการ เนื่องจากข้อผิดพลาดทางเทคนิค
หลังจากนั้นฟีฟ่าได้เปิดการสอบสวนพฤติกรรมของนักเตะอาร์เจนตินาหลายคน โดยมีปาเรเดสเป็นตัวหลัก รายงานระบุว่าเขาอาจถูกแบนหลายนัดจากการเล่นฟุตบอลทีมชาติ และสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา (AFA) อาจถูกลงโทษด้วย