รายงาน GSMA Intelligence เดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งได้รับมอบหมายจากกลุ่มโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ 7 รายในยุโรป รวมถึง Deutsche Telekom, Vodafone และ Orange ประเมินว่าการถอดอุปกรณ์ Huawei และ ZTE ออกจากเครือข่ายโทรคมนาคมของ EU จ... ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่คณะกรรมาธิการยุโรปเคยประมาณการไว้ถึง 3 4 เท่า โดย EU เคยคาดการณ์ค่าใช้จ่...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What did the July 2026 GSMA Intelligence report — commissioned by seven major European operator g. Article summary: Here is a comprehensive, sourced fact-check covering each element of your question.. Topic tags: general, government, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as f
ในเดือนกรกฎาคม 2026 GSMA Intelligence ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยของสมาคมโทรศัพท์มือถือโลก GSMA ได้เผยแพร่รายงานที่สร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักในวงการ ด้วยการตีตราค่าหัวสำหรับความทะเยอทะยานของยุโรปในการถอดอุปกรณ์โทรคมนาคมจีนออกจากเครือข่าย รายงานซึ่งได้รับมอบหมายจากกลุ่มโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ 7 รายในยุโรป รวมถึง Deutsche Telekom, Vodafone และ Orange ประเมินว่าการเปลี่ยนอุปกรณ์จากผู้ขายที่ถูกเรียกว่า 'มีความเสี่ยงสูง' (Huawei และ ZTE) ในเครือข่ายโทรคมนาคมของ EU จะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 30,000-40,000 ล้านยูโร (34,000-46,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตัวเลขดังกล่าว点燃การถกเถียงอย่างดุเดือด ไม่น้อยเพราะมันสูงกว่าที่คณะกรรมาธิการยุโรปเคยคาดการณ์ไว้ถึง 3-4 เท่า
คณะกรรมาธิการยุโรปเคยประมาณการค่าใช้จ่ายไว้ที่ประมาณ 10,000-13,000 ล้านยูโร ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 3 ปี หรือประมาณ 3,400-4,300 ล้านยูโรต่อปีสำหรับผู้ให้บริการมือถือ ช่วงตัวเลขของ GSMA ที่สูงถึง 40,000 ล้านยูโร จึงคิดเป็นส่วนเพิ่ม 3-4 เท่าจากตัวเลขสูงสุดของคณะกรรมาธิการ ช่องว่างนี้เองที่เป็นศูนย์กลางของข้อพิพาทนโยบายอันดุเดือดว่าต้นทุนของการเลิกใช้ Huawei/ZTE นั้น 'พอจะรับมือไหว' หรือ 'แพงเกินกว่าจะทำได้'
ตามรายงานของ Politico เกี่ยวกับผลการวิจัยของ GSMA Intelligence การประมาณการทั้งหมดแบ่งออกเป็น :
สามหมวดนี้รวมกันเป็นช่วงตัวเลข 30,000-40,000 ล้านยูโร
นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอุปกรณ์โดยตรงแล้ว GSMA ยังคาดการณ์ ค่าใช้จ่ายทางอ้อมอีก 8,500 ล้านยูโร ตั้งแต่ปี 2027 ถึง 2030 เนื่องจากการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ลดลง เหตุผลคือ การกีดกัน Huawei และ ZTE จะทำให้ตลาดผู้จำหน่ายหดตัวลง ส่งผลให้ราคาจากผู้จำหน่ายรายอื่นที่เหลืออยู่ (โดยเฉพาะ Nokia และ Ericsson) สูงขึ้น และลดแรงกดดันด้านการแข่งขันต่อการตั้งราคาอุปกรณ์
นักวิเคราะห์และนักวิจัยอิสระหลายรายได้ออกมาคัดค้านตัวเลขของ GSMA อย่างแข็งกร้าว
Hosuk Lee-Makiyama ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศยุโรป (ECIPE) กล่าวกับ Politico ว่าการประมาณการของ GSMA นั้นเป็น 'ตัวเลขรวม ไม่ใช่ส่วนเพิ่ม' โดยให้เหตุผลว่ารายงานดังกล่าวไม่หักค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้วตามปกติของการอัปเกรดเครือข่าย งานวิจัยในวงกว้างของ ECIPE ได้เตือนว่าการแบนผู้ขายตามนโยบายความมั่นคงแบบเหมารวมนั้นสร้างต้นทุนที่ไม่สมส่วนให้กับผู้ให้บริการในยุโรป และเสี่ยงที่จะทำให้การใช้งาน 5G ล่าช้าโดยไม่ได้รับประโยชน์ด้านความปลอดภัยที่คุ้มค่า
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ Strand Consult บริษัทวิจัยอุตสาหกรรมอิสระ ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์โต้แย้ง โดยประมาณการค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอุปกรณ์เพียงครั้งเดียวที่แท้จริงอยู่ที่เพียง 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,200 ล้านยูโรในขณะนั้น) หรือประมาณ 1/16 ของตัวเลข GSMA บทวิเคราะห์ของ Strand Consult ซึ่งถูกนำเสนอต่อ ENISA (หน่วยงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งสหภาพยุโรป) โต้แย้งว่า GSMA ประเมินทั้งปริมาณอุปกรณ์ Huawei/ZTE ที่ติดตั้งอยู่แล้วและความซับซ้อนในการเปลี่ยนสูงเกินไปอย่างมาก
Strand Consult ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงสามปีที่ผ่านมา (จนถึงปี 2019) ผู้ให้บริการในยุโรปซื้ออุปกรณ์เครือข่ายวิทยุเข้าถึง (RAN) มูลค่าประมาณ 8,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 40% มาจาก Huawei และ ZTE ซึ่งชี้ให้เห็นว่าฐานอุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยนนั้นเล็กกว่าที่ GSMA อ้างไว้มาก
ข้อพิพาทหลักนั้นเกี่ยวกับระเบียบวิธี: การศึกษาที่ได้รับมอบหมายจากโอเปอเรเตอร์ให้ตัวเลขที่สูง ซึ่งสนับสนุนข้อโต้แย้งในการเรียกร้องค่าชดเชยจาก EU หรือการชะลอนโยบาย ในขณะที่นักวิเคราะห์อิสระและผู้สนับสนุนการแข่งขันผลิตตัวเลขที่เล็กกว่ามาก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการแบนนั้นเป็นเรื่องที่จัดการได้
มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดข้อกังขาเกี่ยวกับการคาดการณ์ต้นทุนของ GSMA:
สมาชิกภาพรวมถึง Huawei: GSMA เป็นสมาคมการค้าระดับโลกที่มี Huawei เป็นสมาชิกด้วย นอกเหนือไปจากโอเปอเรเตอร์ยุโรปที่มอบหมายรายงาน สิ่งนี้สร้างความขัดแย้งทางผลประโยชน์โดยธรรมชาติ — ตัวเลขพาดหัวของรายงานนั้นรับใช้ผลประโยชน์ทางการเมืองของทั้ง Huawei (ซึ่งได้ประโยชน์จากตัวเลข 'ต้นทุนการถอดออก' ที่สูงซึ่งอาจขัดขวางการแบน) และโอเปอเรเตอร์ (ที่ต้องการค่าชดเชยจาก EU ที่สูงขึ้น)
แบบอย่างจากปี 2019: ในเดือนมิถุนายน 2019 GSMA เคยคาดการณ์ว่าการแบนผู้ขายจีนออกจาก 5G ในยุโรปจะเพิ่มค่าใช้จ่ายถึง 55,000 ล้านยูโร (62,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และทำให้การเปิดตัวล่าช้า 18 เดือน ในปีเดียวกัน Strand Consult เผยแพร่บทวิเคราะห์โต้แย้งประมาณการค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่แท้จริงอยู่ที่เพียง 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1/16 ของตัวเลข GSMA
รูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำ: นักวิจารณ์โต้แย้งว่า GSMA มีประวัติที่สม่ำเสมอในการผลิตการประมาณการต้นทุนที่สูง ซึ่งสอดคล้องกับผลประโยชน์ในการล็อบบี้ของสมาชิก ในขณะที่นักวิเคราะห์อิสระได้ผลิตตัวเลขที่ต่ำกว่ามากซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การถกเถียงเรื่องต้นทุนกำลังเกิดขึ้นท่ามกลางภูมิทัศน์ด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอย่างรวดเร็ว
พระราชบัญญัติความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฉบับปรับปรุง (เสนอเมื่อเดือนมกราคม 2026): คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดตัวการแก้ไขพระราชบัญญัติความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของ EU ในเดือนมกราคม 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถ บังคับกีดกัน 'ผู้จำหน่ายจากประเทศที่สามที่มีความเสี่ยงสูง' ออกจากเครือข่ายโทรคมนาคมเคลื่อนที่และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอื่นๆ พระราชบัญญัตินี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อก้าวไปไกลกว่าคำแนะนำที่ไม่มีผลผูกพันไปสู่การแบนที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย
ครอบคลุม 18 ภาคส่วน: การศึกษาแยกต่างหากโดย KPMG ซึ่งได้รับมอบหมายจากหอการค้าจีนประจำสหภาพยุโรป (CCCEU) ประมาณการว่าการเลิกใช้ผู้จำหน่ายจีนใน 18 ภาคส่วนที่สำคัญของ EU ระหว่างปี 2026 ถึง 2030 จะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 367,800 ล้านยูโร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขนาดมหึมาของการผลักดันด้านกฎระเบียบในวงกว้าง
คำแนะนำของคณะกรรมาธิการเดือนพฤษภาคม 2026: เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2026 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ แนะนำอย่างเป็นทางการให้ประเทศสมาชิกกีดกันอุปกรณ์ Huawei และ ZTE ออกจากโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อ ซึ่งถือเป็นการยกระดับจากแนวทางปฏิบัติโดยสมัครใจก่อนหน้านี้ไปสู่กฎที่มีผลผูกพันภายใต้กรอบพระราชบัญญัติความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่กำลังจะมาถึง
ความเห็นของที่ปรึกษาศาลสูงสุด EU เดือนมีนาคม 2026: สอดคล้องกับหลักนิติศาสตร์ก่อนหน้าของ CJEU เหตุผลโดยกว้างยืนยันว่าประเทศสมาชิกสามารถกำหนดการแบนผู้ขายตามความมั่นคงแห่งชาติภายใต้กฎหมาย EU ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องได้สัดส่วนและไม่เลือกปฏิบัติ
ข้อตกลงของเยอรมนีในปี 2024: เยอรมนีตกลงในปี 2024 ที่จะถอดชิ้นส่วน Huawei ออกจากเครือข่ายหลัก 5G ภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงแบบเป็นระยะระหว่างรัฐบาลเยอรมันและโอเปอเรเตอร์อย่าง Deutsche Telekom
| รายการ | GSMA Intelligence (ก.ค. 2026) | คณะกรรมาธิการยุโรป | Strand Consult (2019) |
|---|---|---|---|
| ต้นทุนทางตรงทั้งหมด | 30,000-40,000 ล้านยูโร | 10,000-13,000 ล้านยูโร | ~3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,200 ล้านยูโร) |
| เครือข่ายมือถือ | 16,000-22,000 ล้านยูโร | N/A | N/A |
| เครือข่ายประจำที่ | 5,000 ล้านยูโร | N/A | N/A |
| เครือข่ายขนส่งข้อมูล | 9,000-12,000 ล้านยูโร | N/A | N/A |
| ต้นทุนทางอ้อม (2027-2030) | 8,500 ล้านยูโร | N/A | N/A |
ตัวเลข 30,000-40,000 ล้านยูโรนั้น ควรทำความเข้าใจว่าเป็น จุดหนึ่งในสเปกตรัมกว้างของการประมาณการที่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่ต้นทุนที่แท้จริง ข้อพิพาทไม่ได้อยู่ที่แค่ตัวเลขเท่านั้น แต่อยู่ที่ระเบียบวิธีและผลประโยชน์: การศึกษาที่ได้รับมอบหมายจากโอเปอเรเตอร์ให้ตัวเลขที่สูง ซึ่งสนับสนุนข้อโต้แย้งในการขอเงินทุนจาก EU หรือการชะลอนโยบาย ในขณะที่นักวิเคราะห์อิสระและผู้สนับสนุนการแข่งขันผลิตตัวเลขที่เล็กกว่ามาก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการแบนนั้นเป็นเรื่องที่จัดการได้ ในขณะที่ผู้กำหนดนโยบาย EU ก้าวไปสู่การทำให้การกีดกันผู้ขายมีผลผูกพันทางกฎหมาย ต้นทุนที่แท้จริงจะชัดเจนก็ต่อเมื่อการเปลี่ยนอุปกรณ์ระลอกแรกเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รายงาน GSMA Intelligence เดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งได้รับมอบหมายจากกลุ่มโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ 7 รายในยุโรป รวมถึง Deutsche Telekom, Vodafone และ Orange ประเมินว่าการถอดอุปกรณ์ Huawei และ ZTE ออกจากเครือข่ายโทรคมนาคมของ EU จ...
รายงาน GSMA Intelligence เดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งได้รับมอบหมายจากกลุ่มโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ 7 รายในยุโรป รวมถึง Deutsche Telekom, Vodafone และ Orange ประเมินว่าการถอดอุปกรณ์ Huawei และ ZTE ออกจากเครือข่ายโทรคมนาคมของ EU จ... ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่คณะกรรมาธิการยุโรปเคยประมาณการไว้ถึง 3 4 เท่า โดย EU เคยคาดการณ์ค่าใช้จ่ายไว้ที่ประมาณ 10,000 13,000 ล้านยูโร [2][4][7][9][13]
รายงานระบุรายละเอียดค่าใช้จ่ายแบ่งตามประเภทเครือข่าย: เครือข่ายมือถือ 16,000 22,000 ล้านยูโร, เครือข่ายประจำที่ 5,000 ล้านยูโร และเครือข่ายขนส่งข้อมูล 9,000 12,000 ล้านยูโร [5][9]