แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ยอดสั่งซื้อใหม่ในธุรกิจเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์ทะยานถึง 2.8 พันล้านยูโร ซึ่งนับเป็น Backlog ที่จะช่วยให้ Nokia มีรายได้ที่คาดการณ์ได้ในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า สอดคล้องกับมุมมองของซีอีโอ Justin Hotard ที่มองว่า AI ซูเปอร์ไซเคิลนี้จะหนุนการเติบโตของบริษัทต่อไป
Nokia ปรับเพิ่มแนวโน้มกำไรทั้งปีหลังจากผลประกอบการที่ออกมาดี โดยมีปัจจัยหลักสามประการ:
รายได้จาก AI และคลาวด์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด — ไฮเปอร์สเกลเลอร์ (Hyperscaler) เช่น Google, Amazon, Microsoft ต่างเร่งใช้จ่ายเพื่อขยายดาต้าเซ็นเตอร์รองรับ AI ส่งผลให้ยอดขายอุปกรณ์เครือข่ายของ Nokia เพิ่มขึ้นเท่าตัว
การขยายอัตรากำไร (Margin Expansion) — อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (comparable operating margin) เพิ่มขึ้นเป็น 9.0% จาก 8.3% ในปีก่อน จากการเปลี่ยนสัดส่วนสินค้าไปยังอุปกรณ์เครือข่าย AI ที่มีมูลค่าสูงขึ้น
ความชัดเจนของยอดคำสั่งซื้อรอส่งมอบ (Order Backlog) — Backlog มูลค่า 2.8 พันล้านยูโร จากกลุ่ม AI และคลาวด์ ช่วยให้ Nokia มองเห็นรายได้ล่วงหน้าหลายไตรมาส
สี่บริษัทนี้กำลังขี่คลื่น AI คลื่นเดียวกัน แต่ต่างกันที่จุดยืนในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain):
จุดยืนที่แตกต่างกัน:
แม้การเติบโตของรายได้รวม Nokia ที่ 8.3% จะดูน้อยกว่า TSMC ที่ 36% หรือ Alphabet ที่ 24% แต่ อัตราการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ AI/คลาวด์ของ Nokia (+100%) สูงพอๆ กับรายอื่นๆ เลยทีเดียว
Nokia กำลังเปลี่ยนโฉมตัวเองจากตลาดโทรคมนาคมที่ซบเซา เข้าสู่ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตสุดขีด ซึ่งนี่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ สำหรับนักลงทุน การที่ Nokia ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรจึงมีนัยยะที่หนักแน่นกว่าการรายงานตัวเลขที่ออกมาดีเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม มีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน: หุ้น Alphabet ปรับตัวลงประมาณ 3% หลังผลประกอบการออกมา ถึงแม้รายได้จะดีเกินคาด เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการลงทุนสูงถึง 195-205 พันล้านดอลลาร์จะสร้างผลตอบแทนได้จริงหรือไม่ แต่ความเสี่ยงแบบนี้มีน้อยกว่าสำหรับ Nokia, TSMC และ ASML ซึ่งเป็นผู้ขาย “อุปกรณ์ขุดทอง” โดยไม่ต้องกังวลว่าผู้ใช้ปลายทางจะทำกำไรจาก AI ได้หรือไม่
Nokia ในไตรมาสนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้เล่นโครงข่าย AI ไม่ใช่แค่กระแส ผลประกอบการและ Backlog ที่แน่นหนาตอกย้ำว่าบริษัทซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็น “ยักษ์หลับ” ในยุคสมาร์ทโฟน กลับกลายเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์จากกระแส AI ที่ร้อนแรงที่สุดในตอนนี้