วงเงินกู้รวมมูลค่าเทียบเท่า 1.75 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นแพ็กเกจแบบสองสกุลเงิน (ดอลลาร์สหรัฐฯ และยูโร) โดยมีอัตราดอกเบี้ยส่วนเพิ่ม (margin) อยู่ที่ 4.25 เปอร์เซ็นต์ เหนืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิง โดยตราสารหนี้ถูกเสนอขายที่ราคา 98.5 เซนต์ต่อดอลลาร์ ราคาที่ออกมาอยู่ในระดับสูงของช่วงที่คาดการณ์ไว้ แสดงให้เห็นว่าเหล่าสถาบันการเงินต้องการผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงเพื่อสนับสนุนการลงทุนด้าน AI ล่าสุดของ SoftBank สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมว่าธนาคารต่างๆ "เสร็จสิ้น" การเสนอขาย หลังจากเพิ่มขนาดของ tranche สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากความต้องการจากนักลงทุนที่แข็งแกร่งขึ้น
ABB ประกาศครั้งแรกในเดือนเมษายน 2025 ว่าตั้งใจจะแยกธุรกิจหุ่นยนต์ออกมาเป็นบริษัทจดทะเบียนอิสระ แต่แผนดังกล่าวเปลี่ยนไปอย่างมากในวันที่ 8 ตุลาคม 2025 เมื่อ SoftBank และ ABB เซ็นสัญญาซื้อขายที่แน่นอน ด้วยมูลค่าองค์กร (enterprise value) 5.375 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 5.4 พันล้านเหรียญฯ) โดย ABB ยกเลิกแผน Spin-off ทั้ง Reuters และ WSJ ยืนยันดีลดังกล่าวในวันเดียวกัน
คาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จในช่วงกลางถึงปลายปี 2026 โดยอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในสหภาพยุโรป จีน และสหรัฐอเมริกา เริ่มตั้งแต่ไตรมาสที่สี่ของปี 2025 ABB เริ่มรายงานธุรกิจ Robotics เป็นส่วนที่เลิกดำเนินการแล้ว (discontinued operations)
ธุรกิจหุ่นยนต์ซึ่งผลิตหุ่นยนต์โรงงานและอุปกรณ์ระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม มีพนักงานประมาณ 7,000 คน และสร้างรายได้ 2.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2024 คิดเป็นประมาณ 7% ของยอดขายรวมของกลุ่ม ABB ABB คาดว่าการขายครั้งนี้จะสร้างกำไรทางบัญชีก่อนหักภาษีจากการดำเนินงานที่ไม่ปกติ (non-operating pre-tax book gain) ประมาณ 2.4 พันล้านเหรียญฯ และเงินสดรับสุทธิประมาณ 5.3 พันล้านเหรียญฯ ซึ่งบริษัทจะนำไปใช้ตามหลักการจัดสรรเงินทุนที่มีอยู่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น ธุรกิจนี้มีอัตรากำไร EBITDA จากการดำเนินงานที่ 12.1%
มาซาโยชิ ซน ซีอีโอของ SoftBank กล่าวถึงการเข้าซื้อครั้งนี้ว่าเป็นพรมแดนถัดไปของ SoftBank โดยในวันประกาศดีล ซนกล่าวว่า: "พรมแดนถัดไปของ SoftBank คือ Physical AI" เขาเสริมอีกว่า: "ร่วมกับ ABB Robotics เราจะรวมเทคโนโลยีและบุคลากรระดับโลกภายใต้วิสัยทัศน์ร่วมกันในการผสาน Artificial Super Intelligence และหุ่นยนต์เข้าด้วยกัน — ขับเคลื่อนวิวัฒนาการที่ก้าวล้ำซึ่งจะผลักดันมนุษยชาติไปข้างหน้า"
ดีลนี้แสดงถึงกลยุทธ์ของ SoftBank ในการรวมการลงทุนด้าน AI ขนาดใหญ่ (โดยเฉพาะผ่าน OpenAI) เข้ากับหุ่นยนต์อุตสาหกรรม — ทำให้ AI มีรูปลักษณ์ทางกายภาพในโรงงาน คลังสินค้า และการผลิต WSJ ระบุว่าดีลนี้เป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดของ SoftBank ในชุดการลงทุนด้านหุ่นยนต์ที่ไม่สม่ำเสมอในอดีต ซึ่งตอนนี้ถูกขยายด้วย AI ในเดือนมิถุนายน 2026 ซนเปิดเผยในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญของ SoftBank ว่า "การผลิตหุ่นยนต์จำนวนมากได้เริ่มขึ้นในโรงงานแห่งหนึ่ง และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้" เขายังกล่าวอีกว่า SoftBank ตั้งเป้าที่จะเป็น "บริษัทหุ่นยนต์อันดับหนึ่งของโลกอย่างท่วมท้น"
การเข้าซื้อธุรกิจหุ่นยนต์ครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การใช้เลเวอเรจ (leverage) ขนาดใหญ่กว่ามากของ SoftBank:
เงินกู้เพื่อ OpenAI 40,000 ล้านเหรียญฯ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 SoftBank เซ็นสัญญาที่แน่นอนสำหรับการลงทุนเพิ่มเติมใน OpenAI และในวันที่ 27 มีนาคม 2026 SoftBank ได้ดำเนินการตามสัญญาวงเงินกู้ช่วยเหลือ (bridge facility agreement) มูลค่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการลงทุนดังกล่าว ดีลนี้เป็นหนึ่งในเงินกู้บริษัทที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเข้าสู่ช่วง "soft launch" ในเดือนเมษายน 2026 โดยเชิญชวนให้ผู้ให้กู้รายอื่นเข้าร่วมเป็นผู้รับประกันภัยช่วงรอง (sub-underwriters) SoftBank ยังได้เปิดการหารืออีกครั้งสำหรับเงินกู้แยกต่างหากมูลค่า 10,000 ล้านเหรียญฯ ซึ่งค้ำประกันโดยหุ้น OpenAI ณ เดือนกรกฎาคม 2026
เงินกู้เพื่อ AI 15,000 ล้านเหรียญฯ ในเดือนพฤษภาคม 2025 SoftBank ใช้ Mizuho, SMBC และ JPMorgan เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลัก (lead underwriters) สำหรับเงินกู้ช่วยเหลือมูลค่า 15,000 ล้านเหรียญฯ เพื่อใช้เป็นทุนในการลงทุนด้าน AI โดยมีธนาคาร 21 แห่งเข้าร่วม
ข้อเรียกร้องที่ไม่ได้รับการยืนยัน ข้อกล่าวอ้างเฉพาะที่ว่า JPMorgan และ Goldman Sachs ได้รับค่าธรรมเนียมมากกว่า 100 ล้านเหรียญฯ จากวงเงินกู้ OpenAI ไม่ได้รับการยืนยันโดยตรงในผลการค้นหาที่มีอยู่ ส่วนการขายพันธบัตรมูลค่า 3.6 พันล้านเหรียญฯ และแผนการเสนอขายพันธบัตรสถาบันมูลค่า 6 หมื่นล้านเยน (¥60 billion) ที่กล่าวถึงในคำถามต้นฉบับ ก็ไม่ปรากฏในผลการค้นหาชั้นต้นเช่นกัน และจำเป็นต้องค้นหาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันโดยอิสระ
ดีลหุ่นยนต์ SoftBank–ABB คือการเข้าซื้อกิจการมูลค่า 5.4 พันล้านเหรียญฯ ที่มีแหล่งเงินทุนสมบูรณ์ โดยมีเงินกู้ธนาคารหลายสกุลเงินมูลค่า 1.75 พันล้านเหรียญฯ ค้ำจุน ซึ่งขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ 'Physical AI' ของมาซาโยชิ ซน ดีลนี้ตั้งอยู่ในโครงสร้างหนี้ก้อนโตที่รวมถึงเงินกู้ช่วยเหลือเพื่อ OpenAI มูลค่า 40,000 ล้านเหรียญฯ, เงินกู้ช่วยเหลือเพื่อ AI ทั่วไปมูลค่า 15,000 ล้านเหรียญฯ จากปี 2025 และรูปแบบของ SoftBank ในการใช้เลเวอเรจจากพอร์ตโฟลิโอของตนเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ AI ที่ aggressive ทุกด้าน สำหรับ ABB การขายครั้งนี้ให้เงินสดรับสุทธิประมาณ 5.3 พันล้านเหรียญฯ และทำให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักด้านระบบไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ