Apple Upgrade ครอบคลุมอุปกรณ์ส่วนใหญ่ใน 4 หมวดหมู่ :
โปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้อุปกรณ์ราคาสูงเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านการผ่อนชำระรายเดือนแทนการซื้อแบบชำระเงินก้อนเดียว โดยจะเปิดให้บริการทั้งทางออนไลน์และใน Apple Store ทั่วสหรัฐอเมริกา
| ประเภทอุปกรณ์ | ระยะเวลาเช่า | ตัวเลือกเมื่อสิ้นสุดสัญญา |
|---|---|---|
| iPhone และ Apple Watch | 24 เดือน | อัปเกรด, ส่งคืน, หรือซื้อเครื่อง |
| iPad และ Mac | 36 เดือน | อัปเกรด, ส่งคืน, หรือซื้อเครื่อง |
โปรแกรมนี้ต้องผ่านการ ตรวจสอบเครดิตแบบอ่อน (soft credit check) ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อคะแนนเครดิตของคุณ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาเช่า ลูกค้ามีสามทางเลือก: อัปเกรดเป็นอุปกรณ์รุ่นใหม่, ส่งคืนอุปกรณ์โดยไม่มีภาระผูกพันเพิ่มเติม, หรือจ่ายส่วนต่างเพื่อเป็นเจ้าของอุปกรณ์ ตัวเลือกบางอย่างอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม แม้ว่าโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แน่นอนจะยังไม่เปิดเผยทั้งหมด
ข้อแตกต่างที่สำคัญจากโปรแกรมเดิม: AppleCare+ ไม่ได้ถูกรวมอยู่ในโปรแกรม Apple Upgrade โดยอัตโนมัติ ลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมจะต้องซื้อแยกต่างหาก
iPhone Upgrade Program เปิดตัวในปี 2015 เป็น สินเชื่อผ่อนชำระปลอดดอกเบี้ยระยะเวลา 24 เดือน ที่รวม AppleCare+ และอนุญาตให้ลูกค้าอัปเกรดเป็น iPhone รุ่นใหม่ได้หลังจาก 12 เดือน โปรแกรมนี้ถูกยกเลิกในสหราชอาณาจักรช่วงปลายเดือนมกราคม 2026 และในสหรัฐอเมริกาเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Apple Upgrade เป็นผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันโดยพื้นฐาน
ความแตกต่างที่สำคัญ:
ความร่วมมือระหว่าง Apple และ Klarna ทวีความลึกซึ้งขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเปลี่ยนจากคู่แข่งมาเป็นพันธมิตรและกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของ Apple:
ในเวลาประมาณสามปี Apple และ Klarna เปลี่ยนจากคู่แข่งในตลาด BNPL มาเป็น Klarna เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานการเช่าฮาร์ดแวร์ของ Apple
โปรแกรม Apple Upgrade เปิดตัวเพียงหนึ่งเดือนหลังจาก Apple ประกาศขึ้นราคาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 Apple ขึ้นราคาสินค้าหลายรุ่นอย่างรุนแรง โดยอ้างถึง ต้นทุนชิปหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บที่พุ่งสูงขึ้นจากการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI :
| สินค้า | ราคาเดิม | ราคาใหม่ | เพิ่มขึ้น |
|---|---|---|---|
| MacBook Air (รุ่นพื้นฐาน) | $1,099 | $1,299 | +$200 |
| MacBook Pro (รุ่นพื้นฐาน) | $1,699 | $1,999 | +$300 |
| iMac (รุ่นพื้นฐาน) | $1,299 | $1,499-$1,599 | +$200-$300 |
| iPad Air | $599 | $749 | +$150 |
| iPad Pro | $999 | $1,199 | +$200 |
| HomePod mini | $99 | $129 | +$30 |
| HomePod | $299 | $349 | +$50 |
| Mac Studio (M3 Ultra) | $3,999 | $5,299 | +$1,300 |
Mac และ iPad หลายรุ่นปรับขึ้น 18–33% โดยบางรุ่นเพิ่มขึ้นถึง $1,300 การขึ้นราคาครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อ Mac, iPad, Apple TV, HomePod, HomePod mini และ Vision Pro แต่ไม่มีผลกับ iPhone หรือ Apple Watch ในเวลานั้น Apple กล่าวว่าไม่สามารถดูดซับต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นจากความต้องการของโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้อีกต่อไป
การขึ้นราคาครั้งใหญ่ในปลายเดือนมิถุนายน ตามด้วยการเปิดตัวโปรแกรม Apple Upgrade ในปลายเดือนกรกฎาคม ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ โปรแกรมใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อ ลดความตกใจจากราคาที่สูงขึ้น โดยกระจายต้นทุนอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นเป็นการผ่อนชำระรายเดือน สำหรับลูกค้าที่ต้องเจอราคา MacBook Air $1,299 (จากเดิม $1,099) การเช่า 36 เดือนจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย upfront ได้มาก
สำหรับลูกค้า Apple ที่คุ้นเคยกับ iPhone Upgrade Program เดิม การเปลี่ยนมาใช้โมเดลการเช่าที่แท้จริงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สิ่งที่ต้องพิจารณามากที่สุด:
สำหรับผู้ที่กำลังประเมินว่า Apple Upgrade คุ้มค่าหรือไม่ การคำนวณขึ้นอยู่กับความถี่ในการอัปเกรด ลูกค้าที่อัปเกรดทุก 2-3 ปีอาจพบว่าการเช่าสะดวกกว่า แต่ลูกค้าที่ใช้อุปกรณ์เป็นเวลานานอาจได้รับประโยชน์มากกว่าจากการจัดหาเงินทุนแบบดั้งเดิมหรือการซื้อขาด เพราะการเช่าไม่ได้ให้ความเป็นเจ้าของเมื่อสิ้นสุดสัญญาหากไม่มีการจ่ายส่วนต่าง
Apple Upgrade คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในกลยุทธ์การขายอุปกรณ์ของ Apple ซึ่งเปลี่ยนลูกค้าจากการเป็นเจ้าของเป็นการสมัครใช้บริการ และวาง Klarna ให้มีบทบาทสำคัญในธุรกิจฮาร์ดแวร์ของ Apple ว่าจะกลายเป็นวิธีการหลักที่ผู้คนซื้ออุปกรณ์ Apple หรือไม่นั้นจะชัดเจนขึ้นหลังจากการเปิดตัวในวันที่ 28 กรกฎาคม