หน่วยงานนี้รายงานตรงต่อ โน แท-มุน (Roh Tae-moon) ประธานและซีอีโอของ Device eXperience (DX) Division ของซัมซุง โดยจะรวบรวมศักยภาพด้านหุ่นยนต์ที่เคยกระจายตัวอยู่ทั่วบริษัท รวมถึง ทีมส่งเสริมหุ่นยนต์แห่งอนาคต (Future Robot Promotion Team) ที่มีอยู่เดิม เข้าสู่องค์กรเดียวแบบบูรณาการที่ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ระยะกลางถึงยาว การพัฒนาเทคโนโลยีหลัก ไปจนถึงการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด
ฐานปฏิบัติการหลักของ RX Division อยู่ที่ Seoul R&D Campus ในยอุมยอน-ดง (Umyeon-dong) เขตซอโช (Seocho-gu) นอกจากนี้ ซัมซุงยังมีแผนสร้าง โรงงานข้อมูล (Data Factory) ที่โรงงานในกูมี (Gumi) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ข้อมูลของหุ่นยนต์และการนำไปใช้ในภาคสนาม โดยมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างโรงงานกูมีกับ Seoul R&D Campus เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านสติปัญญาของหุ่นยนต์และการควบคุม
อี ดง-กอน (Lee Dongkun) รองประธานอาวุโส (Executive Vice President) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมกลยุทธ์หุ่นยนต์ (Robotics Strategy Team) ภายในหน่วยงาน RX โดยก่อนหน้านี้ อี ดง-กอน ได้เป็นผู้นำในการวางกลยุทธ์ด้านหุ่นยนต์ที่ Hyundai Motor Group ซึ่งรวมถึงการกำหนดทิศทางของ Boston Dynamics ซึ่งเป็นบริษัทหุ่นยนต์ระดับโลก การดึงตัวเขามาร่วมงานจึงถือเป็นการคว้าตัวบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ระดับโลกในด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์ขั้นสูงมาไว้ในทีมของซัมซุงโดยตรง ทั้งนี้ Hyundai Motor Group ได้เข้าซื้อ Boston Dynamics ด้วยมูลค่าประมาณ 660 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2021
นอกจากการดึงตัวอี ดง-กอนแล้ว ซัมซุงยังได้เชิญนักวิชาการด้านหุ่นยนต์ชั้นนำของเกาหลีอีกสองคนเข้าร่วมทีม ได้แก่ ศาสตราจารย์คิม ฮยอน-จิน (Kim Hyunjin) จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบหุ่นยนต์อัจฉริยะอัตโนมัติและการควบคุมหุ่นยนต์ และ ศาสตราจารย์คิม อุย-คยอม (Kim Uikyum) จากมหาวิทยาลัยอาจู (Ajou University) ผู้เชี่ยวชาญด้านมือหุ่นยนต์และการจัดการ
ซัมซุงตั้งเป้าที่จะปรับใช้หุ่นยนต์ในหลากหลายภาคส่วน ทั้งใน การผลิต, โลจิสติกส์, และบริการภายในบ้าน โดยบูรณาการการวิจัยและพัฒนา (R&D) เข้ากับระบบนิเวศด้าน AI, ฮาร์ดแวร์ และเครือข่ายการขายทั่วโลก RX Division จะมุ่งเน้นการพัฒนาตั้งแต่ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots) ไปจนถึง หุ่นยนต์เฉพาะทาง (Task-specialized Robots) สำหรับระบบอัตโนมัติในโรงงาน
กลยุทธ์หลายมิติครั้งนี้สอดคล้องกับแผน 'AI-Driven Factories by 2030' ที่ซัมซุงประกาศในเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งเป็นการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์เฉพาะทางมาใช้ในสายการผลิต โดยแบ่งเป็นหุ่นยนต์สำหรับปฏิบัติการในไลน์การผลิต (Operating Robots), หุ่นยนต์โลจิสติกส์สำหรับขนส่งวัสดุแบบอัตโนมัติ (Logistics Robots) และหุ่นยนต์ประกอบชิ้นส่วนที่มีความแม่นยำสูง (Assembly Robots)
ณ ต้นปี 2026 ซัมซุงได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์ไปแล้ว มากกว่า 10,347 ฉบับ (ตามข้อมูลจาก KIPRIS โดยไม่นับรวมคำขอที่ถูกปฏิเสธ เพิกถอน ถอน หรือถูกยกเลิก) และในจำนวนนี้ มี 46 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีฮิวแมนนอยด์โดยเฉพาะ รายงานจากสำนักข่าว Chosun Biz ที่อ้างอิงข้อมูล KIPRIS ได้ยืนยันตัวเลขทั้ง 10,000+ และ 46 ฉบับดังกล่าวเช่นกัน สิทธิบัตรเหล่านี้ครอบคลุมหลากหลายสาขา เช่น วิธีการเคลื่อนไหว ชิ้นส่วนประกอบ ซอฟต์แวร์ การรู้จำเสียง ความสามารถในการขับเคลื่อนอัตโนมัติ และอุปกรณ์สวมใส่
การลงทุนใน Rainbow Robotics: ซัมซุงเริ่มต้นด้วยการซื้อหุ้น 14.7% ใน Rainbow Robotics ด้วยมูลค่า 86.8 พันล้านวอนในปี 2023 ต่อมาในเดือนธันวาคม 2024 ได้ใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่ม (call option) ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 35% (ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด) ด้วยมูลค่าเพิ่มเติมอีก 267 พันล้านวอน (ประมาณ 181 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ความร่วมมือครั้งนี้เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของซัมซุง ซึ่งตั้งเป้าให้พร้อมออกสู่ตลาดภายในปี 2028 Rainbow Robotics นำทีมโดย ดร.จุน-โฮ โอ (Jun-ho Oh) ศาสตราจารย์กิตติคุณจาก KAIST และผู้ร่วมก่อตั้งซึ่งเป็นผู้พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ตัวแรกของเกาหลี ที่น่าสนใจคือ การยื่นจดสิทธิบัตรของ Rainbow Robotics เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาที่ซัมซุงเริ่มเข้ามาลงทุน โดยจากเดิมที่ยื่นปีละ 3–5 ฉบับ เพิ่มเป็น 17 ฉบับในช่วงปี 2023
กลยุทธ์ระบบอัตโนมัติในโรงงานในงาน CES 2026: ในงาน CES 2026 เมื่อเดือนมกราคม โรเบิร์ต พลาเตอร์ (Robert Plater) ซีอีโอของ Boston Dynamics ได้ปรากฏตัวโดยไม่คาดคิดที่บูธของซัมซุง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความร่วมมือทางเทคนิคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองบริษัท นอกจากนี้ ซัมซุงยังประกาศแผนว่าจะส่งมอบผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในธุรกิจหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในระหว่างการประชุมนักวิเคราะห์ผลประกอบการไตรมาส 4/2025 ในเดือนมกราคม 2026
แผน AI-Driven Factories by 2030: ในเดือนมีนาคม 2026 ซัมซุงประกาศกลยุทธ์ครั้งใหญ่ในการเปลี่ยนสายการผลิตทั่วโลกให้เป็นโรงงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายในปี 2030 โดยจะค่อยๆ นำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์เฉพาะทางเข้ามาใช้ในสายการผลิต พัก ซุน-ชอล (Park Soon-cheol) CFO ของซัมซุงได้กล่าวไว้ในเดือนมกราคม 2026 ว่าบริษัทจะส่งมอบผลลัพธ์ในธุรกิจหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในปีนั้น
ราคาหุ้นของซัมซุงปรับตัวสูงขึ้น มากกว่า 5% ในวันที่มีการประกาศข่าวนี้ การตอบรับเชิงบวกนี้เกิดขึ้นท่ามกลางผลกำไรที่ทำลายสถิติในตลาดหน่วยความจำสำหรับ AI โดยนักลงทุนมองว่าธุรกิจหุ่นยนต์นี้มีศักยภาพในการเป็นเครื่องยนต์แห่งการเติบโตระยะยาวใหม่ ที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งที่มีอยู่แล้วของซัมซุงในด้านชิป AI และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน TradingKey ตั้งข้อสังเกตว่าแม้การเคลื่อนไหวนี้จะส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจแบบอิสระ แต่ผลกระทบต่อรายได้ในระยะใกล้ยังคงมีจำกัด และการที่ราคาหุ้นจะคงอยู่ในระดับที่ประเมินมูลค่าสูงได้นั้น จะขึ้นอยู่กับไทม์ไลน์การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ คำสั่งซื้อเชิงพาณิชย์ และความสามารถในการทำกำไรในที่สุด