เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2026 ผู้พิพากษาได้ออกคำสั่ง TRO ความยาว 14 วัน ห้ามทั้งสองบริษัทปิดดีลดังกล่าวไปจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2026 ผู้พิพากษาเห็นว่ากลุ่มรัฐต่างๆ สามารถชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่ ‘รุนแรง’ ว่าดีลดังกล่าวจะลดการแข่งขันในตลาดอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การพิจารณาเพื่อเปลี่ยน TRO เป็นคำสั่งห้ามชั่วคราวในระยะยาว ซึ่งอาจยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน มีกำหนดในวันที่ 3 สิงหาคม โดยผู้พิพากษาจะตัดสินภายในวันที่ 22 กรกฎาคม
คดีนี้ถูกยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2026 โดยกลุ่มอัยการสูงสุด 12 รัฐ นำโดย Rob Bonta อัยการสูงสุดแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นการท้าทายการอนุมัติของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ก่อนหน้านี้ รัฐที่ร่วมยื่นฟ้อง ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย, แอริโซนา, โคโลราโด, คอนเนตทิคัต, แมสซาชูเซตส์, มินนิโซตา, นิวยอร์ก, เพนซิลเวเนีย, แมริแลนด์, นิวเจอร์ซีย์, อิลลินอยส์ และเขตโคลัมเบีย (ดี.ซี.)
กลุ่มรัฐต่างๆ กล่าวหาว่าดีลดังกล่าวละเมิดกฎหมาย Clayton Act โดยจะลดการแข่งขันใน 3 ตลาดหลัก ได้แก่ การจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในวงกว้าง (wide-release theatrical distribution), การจัดจำหน่ายภาพยนตร์รายได้สูง (top-grossing theatrical distribution) และการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์เคเบิลพื้นฐาน (basic cable licensing) พวกเขาโต้แย้งว่าการควบรวมจะทำให้บริษัทใหม่มีอำนาจทางการตลาดมากเกินไป และ ‘ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์’ เองก็แสดงความกังวลว่า จะส่งผลให้มีภาพยนตร์ออกฉายน้อยลงและจำกัดทางเลือกของผู้บริโภค
Paramount โต้แย้งอย่างหนักแน่นว่าคดีนี้ ‘บิดเบือนกฎหมายต่อต้านการผูกขาดและอยู่บนพื้นฐานของการตีความการแข่งขันในอุตสาหกรรมบันเทิงในปัจจุบันที่คลาดเคลื่อน’ บริษัทให้เหตุผลว่า:
หากดีลไม่สามารถปิดได้ภายใน วันที่ 30 กันยายน 2026 Paramount จะต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมหาศาล ตามข้อตกลงควบรวมกิจการที่ยื่นต่อ SEC จะมี ‘ค่าธรรมเนียมติดตามเวลา (Ticking Fee)’ จำนวน 0.00277778 ดอลลาร์ฯ ต่อหุ้นต่อวัน โดยจะคิดสูงสุดไม่เกิน 0.25 ดอลลาร์ฯ ต่อหุ้นในทุก 90 วัน แหล่งข่าวหลายแห่งประมาณการว่า คิดเป็นเงินประมาณ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน หรือประมาณ 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อไตรมาส นอกจากนี้ Paramount ยังต้องจ่าย ค่าธรรมเนียมยกเลิกดีล (Termination Fee) สูงถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากหน่วยงานกำกับดูแลขัดขวางดีลในที่สุด
| หน่วยงานกำกับดูแล | สถานะ |
|---|---|
| กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) | อนุมัติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 โดยปิดการสอบสวนและพบว่าดีลดังกล่าว ‘ไม่น่าจะก่อให้เกิดผลเสียต่อการแข่งขัน’ ในตลาดสตรีมมิ่ง ภาพยนตร์ หรือตลาดอื่น ๆ |
| คณะกรรมาธิการยุโรป (EU Commission) | รอการตัดสิน โดย Paramount ยื่นข้อเสนอแก้ไข (remedies) เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ซึ่งรวมถึงการถอนตัวจากกิจการร่วมค้า (joint venture) ด้านจัดจำหน่ายภาพยนตร์กับ Universal Pictures เพื่อตอบสนองข้อกังวลของ EU EU กำหนดเส้นตายใหม่ในวันที่ 22 กรกฎาคมเพื่อประเมินข้อเสนอแก้ไขและคาดว่าอาจจะอนุมัติ |