ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ออกคำสั่งระงับการควบรวมกิจการ Paramount Skydance และ Warner Bros. กลุ่มอัยการสูงสุด 12 รัฐ นำโดยแคลิฟอร์เนีย ยื่นฟ้องคดีต่อต้านการผูกขาด โดยโต้แย้งว่าการควบรวมกิจการจะลดการแข่งขันในตลาดภาพยนตร์และเคเบิลทีวี ส่งผลให้ราคาสูงขึ้นและคุณภาพลดลง [3][7][15] Paramount โต้แย้งว่าดีลนี้จำเป็นเพื่...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What are the details of the federal judge's decision to freeze Paramount Skydance's $111 billion. Article summary: Here are the verified details on each element of your query, based on current reporting (as of July 21, 2026).. Topic tags: general, government, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an ill
ผู้พิพากษา Araceli Martínez-Olguín แห่งศาลรัฐบาลกลางในโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สั่งระงับการควบรวมกิจการระหว่าง Paramount Skydance และ Warner Bros. Discovery (WBD) ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 111,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับวงการบันเทิงสหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2026 ผู้พิพากษาได้ออกคำสั่ง TRO ความยาว 14 วัน ห้ามทั้งสองบริษัทปิดดีลดังกล่าวไปจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2026 ผู้พิพากษาเห็นว่ากลุ่มรัฐต่างๆ สามารถชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่ ‘รุนแรง’ ว่าดีลดังกล่าวจะลดการแข่งขันในตลาดอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
การพิจารณาเพื่อเปลี่ยน TRO เป็นคำสั่งห้ามชั่วคราวในระยะยาว ซึ่งอาจยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน มีกำหนดในวันที่ 3 สิงหาคม โดยผู้พิพากษาจะตัดสินภายในวันที่ 22 กรกฎาคม
คดีนี้ถูกยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2026 โดยกลุ่มอัยการสูงสุด 12 รัฐ นำโดย Rob Bonta อัยการสูงสุดแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นการท้าทายการอนุมัติของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ก่อนหน้านี้ รัฐที่ร่วมยื่นฟ้อง ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย, แอริโซนา, โคโลราโด, คอนเนตทิคัต, แมสซาชูเซตส์, มินนิโซตา, นิวยอร์ก, เพนซิลเวเนีย, แมริแลนด์, นิวเจอร์ซีย์, อิลลินอยส์ และเขตโคลัมเบีย (ดี.ซี.)
กลุ่มรัฐต่างๆ กล่าวหาว่าดีลดังกล่าวละเมิดกฎหมาย Clayton Act โดยจะลดการแข่งขันใน 3 ตลาดหลัก ได้แก่ การจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในวงกว้าง (wide-release theatrical distribution), การจัดจำหน่ายภาพยนตร์รายได้สูง (top-grossing theatrical distribution) และการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์เคเบิลพื้นฐาน (basic cable licensing) พวกเขาโต้แย้งว่าการควบรวมจะทำให้บริษัทใหม่มีอำนาจทางการตลาดมากเกินไป และ ‘ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์’ เองก็แสดงความกังวลว่า จะส่งผลให้มีภาพยนตร์ออกฉายน้อยลงและจำกัดทางเลือกของผู้บริโภค
Paramount โต้แย้งอย่างหนักแน่นว่าคดีนี้ ‘บิดเบือนกฎหมายต่อต้านการผูกขาดและอยู่บนพื้นฐานของการตีความการแข่งขันในอุตสาหกรรมบันเทิงในปัจจุบันที่คลาดเคลื่อน’ บริษัทให้เหตุผลว่า:
หากดีลไม่สามารถปิดได้ภายใน วันที่ 30 กันยายน 2026 Paramount จะต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมหาศาล ตามข้อตกลงควบรวมกิจการที่ยื่นต่อ SEC จะมี ‘ค่าธรรมเนียมติดตามเวลา (Ticking Fee)’ จำนวน 0.00277778 ดอลลาร์ฯ ต่อหุ้นต่อวัน โดยจะคิดสูงสุดไม่เกิน 0.25 ดอลลาร์ฯ ต่อหุ้นในทุก 90 วัน แหล่งข่าวหลายแห่งประมาณการว่า คิดเป็นเงินประมาณ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน หรือประมาณ 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อไตรมาส
นอกจากนี้ Paramount ยังต้องจ่าย ค่าธรรมเนียมยกเลิกดีล (Termination Fee) สูงถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากหน่วยงานกำกับดูแลขัดขวางดีลในที่สุด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ออกคำสั่งระงับการควบรวมกิจการ Paramount Skydance และ Warner Bros.
ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ออกคำสั่งระงับการควบรวมกิจการ Paramount Skydance และ Warner Bros. กลุ่มอัยการสูงสุด 12 รัฐ นำโดยแคลิฟอร์เนีย ยื่นฟ้องคดีต่อต้านการผูกขาด โดยโต้แย้งว่าการควบรวมกิจการจะลดการแข่งขันในตลาดภาพยนตร์และเคเบิลทีวี ส่งผลให้ราคาสูงขึ้นและคุณภาพลดลง [3][7][15]
Paramount โต้แย้งว่าดีลนี้จำเป็นเพื่อสร้าง ‘คู่แข่งที่แข็งแกร่ง’ ให้กับยักษ์ใหญ่สตรีมมิ่งอย่าง Netflix และ Amazon และการสั่งห้ามดีลจะกลับไป ‘ปกป้อง’ Netflix จากการแข่งขัน [12][49][53]