ภายใต้โครงการนี้ Viettel และ Qualcomm จะร่วมกัน วิจัย ออกแบบ พัฒนา และผลิตสถานีฐาน 6G (Transceiver Station) Qualcomm จัดหาแพลตฟอร์มชิปเซ็ตและเครื่องมือพัฒนา ขณะที่ Viettel รับผิดชอบการบูรณาการระบบทั้งหมด ตั้งแต่ R&D การผลิต การติดตั้ง ทดสอบ และประเมินคุณภาพ ขอบเขตความร่วมมือยังครอบคลุมถึง AI เทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ และผลิตภัณฑ์ดิจิทัลขั้นสูง ซึ่งขยายขอบเขตไกลเกินกว่าแค่วิทยุเข้าถึง
Viettel จะได้สิทธิ์เข้าถึงชิปเซ็ต 6G แพลตฟอร์มเทคโนโลยี เครื่องมือพัฒนา และการสนับสนุนทางวิศวกรรมเฉพาะจาก Qualcomm ก่อนใคร ทำให้มีหัวคิวสำคัญในการเชี่ยวชาญเทคโนโลยีใหม่ก่อนที่จะวางจำหน่ายทั่วไป
Viettel วางแผน roadmap แบบเป็นขั้นตอน :
สำนักข่าวที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเวียดนามหลายแห่ง (Tuoi Tre, VnExpress, VOVWorld) รายงานเป้าหมายการโทรก่อนเชิงพาณิชย์ว่าเป็น "ต้นปี 2572" สอดคล้องกับการประกาศของ Viettel ที่ MWC Barcelona 2569 ซึ่งตั้งเป้าเปิดตัวเชิงพาณิชย์ภายในปี 2572 ที่ MWC Viettel ยังได้เข้าร่วมพันธมิตร 6G ระดับโลกที่ริเริ่มโดย Qualcomm ซึ่งรวมถึง Google, Meta, Microsoft, Samsung, Ericsson และอื่นๆ
ความร่วมมือ 6G ต่อยอดจากความสัมพันธ์ร่วมเกือบสองทศวรรษของ Viettel และ Qualcomm :
วิสัยทัศน์ของ Qualcomm สำหรับ 6G แตกต่างจากยุคก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง :
สหรัฐฯ ก็ส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์เช่นกัน: รายงานจาก Boston Consulting Group ที่ Qualcomm อ้างถึงแสดงว่า 6G จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย AI-native แรกในระดับใหญ่ โดยต้องมีคลื่นความถี่กลางกำลังสูง (full-power mid-band spectrum) อย่างน้อย 600 MHz ภายในปี 2572 เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านมือถือของสหรัฐฯ
สรุป: การที่ Viettel เป็นพาร์ทเนอร์รายแรกของ Qualcomm ในโครงการ Early Access มีความสำคัญเพราะทำให้ผู้ให้บริการจากเวียดนามมีที่นั่งในโต๊ะกำหนดสถาปัตยกรรมของ 6G ตั้งแต่เนิ่นๆ — ไม่ใช่แค่ผู้ใช้มาตรฐาน แต่เป็นผู้ร่วมพัฒนาแพลตฟอร์ม 6G ที่เป็น AI-native โดยใช้ความสำเร็จที่พิสูจน์แล้วจาก 5G Open RAN ตั้งเป้าให้มีการโทร 6G ก่อนเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในต้นปี 2572