ช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 กรกฎาคม การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของรัสเซียสร้างความเสียหายให้อาคารพักอาศัยหลายชั้นในเมืองโอเดสซา มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 3 ราย
หน่วยงานฉุกเฉินแห่งรัฐของยูเครนยืนยันว่า อาคารพักอาศัย 7 ชั้นเป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังมีก๊าซธรรมชาติรั่วจากท่อส่ง อาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย และสถานีบริการน้ำมันได้รับความเสียหายจนเกิดเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยออกมาได้ 3 คน รวมถึงเด็ก 2 คน
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 5 ติดต่อกันที่ภูมิภาคโอเดสซาต้องเผชิญการโจมตีแบบผสมระหว่างขีปนาวุธและโดรน
ในช่วงค่ำของวันที่ 18 กรกฎาคม ขีปนาวุธรัสเซียโจมตีพื้นที่สปอร์ตและนันทนาการ หรือสวนสนุกแห่งหนึ่งในแคว้นโอเดสซา เด็กชายวัย 16 ปีเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอีก 12 ราย ตามข้อมูลอัปเดตของฝ่ายบริหารทหารประจำภูมิภาค
ผู้บาดเจ็บรวมถึงเด็กชายวัย 2 ขวบและเด็กหญิงวัย 17 ปี แรงระเบิดทำลายกระท่อมของชาวประมง และสร้างความเสียหายให้บ้านพักส่วนตัวกับรถยนต์หลายคัน
รายงานเบื้องต้นในวันที่ 18 กรกฎาคมระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บ 4 ราย ก่อนที่ข้อมูลในวันที่ 19 กรกฎาคมจะยืนยันว่าเด็กชายวัย 16 ปีเป็นผู้เสียชีวิต และยอดผู้บาดเจ็บเพิ่มเป็น 12 ราย ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยเสร็จสิ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม
นอกจากพื้นที่ชุมชนแล้ว การโจมตีในเดือนกรกฎาคมยังมุ่งไปที่ท่าเรือและเรือพาณิชย์ในทะเลดำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเส้นทางส่งออกสินค้าเกษตรของยูเครน
แคว้นโอเดสซาเผชิญการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนกรกฎาคม โดยรัสเซียใช้ทั้งขีปนาวุธและโดรนโจมตีพื้นที่พักอาศัย เขตอุตสาหกรรม และท่าเรือเป็นเวลาอย่างน้อย 5 วันติดต่อกันนับตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม
ในคืนวันที่ 17–18 กรกฎาคม กองทัพอากาศยูเครนระบุว่าตรวจพบขีปนาวุธ 7 ลูกและโดรน 90 ลำ โดยมีแคว้นโอเดสซาเป็นทิศทางโจมตีหลัก ขีปนาวุธประกอบด้วย Iskander-M แบบขีปนาวุธทิ้งตัว 2 ลูก, Oniks แบบต่อต้านเรือ 2 ลูก และ Kh-59/69 อีก 3 ลูก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ระบุว่ามีสัญญาณเตือนภัยทางอากาศวันละ 13–15 ครั้ง และมีเป้าหมายทางอากาศราว 300 เป้าหมายถูกปล่อยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถตรวจสอบยืนยันโดยอิสระจากแหล่งข้อมูลที่รวบรวมได้ ตัวเลขดังกล่าวอาจมาจากการแถลงของกองทัพอากาศหรือประธานาธิบดียูเครนที่ไม่ปรากฏอยู่ในผลค้นหาชุดนี้
การโจมตีในเดือนกรกฎาคมเกิดขึ้นท่ามกลางการเผชิญหน้าที่รุนแรงขึ้นเพื่อควบคุมเส้นทางเดินเรือและการค้าผ่านทะเลดำ ท่าเรือในภูมิภาคโอเดสซาเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรของยูเครน ขณะที่เรือที่ถูกโจมตีในช่วงดังกล่าวอยู่ภายใต้ธงของหลายประเทศ ได้แก่ โตโก หมู่เกาะมาร์แชลล์ แทนซาเนีย ไลบีเรีย แอนติกาและบาร์บูดา และกินี-บิสเซา
สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความเสี่ยงต่อการเดินเรือพลเรือน หลังยูเครนจัดตั้งระเบียงทางทะเลของตนเองในปี 2024 ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายต่างเพิ่มการปฏิบัติการในทะเลและทางอากาศ โดยรัสเซียโจมตีท่าเรือโอเดสซา ส่วนยูเครนใช้โดรนโจมตีกรุงมอสโกและเป้าหมายของรัสเซียในพื้นที่ทะเลดำ