นัดนี้เป็นการชิงอันดับ 3 ที่สุดยอดแห่งความบ้าคลั่ง อังกฤษขึ้นนำ 4-0 ก่อนหมดครึ่งแรก! บูคาโย ซาก้า แฮตทริก และจู๊ด เบลลิงแฮม ช่วยกันยิง แฟนฝรั่งเศสโห่หลังหมดครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังฝรั่งเศสตีกลับอย่างดุเดือด ไล่มาเป็น 4-3 และ 5-4 ก่อนที่อังกฤษจะปิดเกมชนะไป 6-4 สื่อฝรั่งเศส RMC เปรียบเกมนี้เหมือน 'เรืออับปางเหมือนไททานิค'
สถิติประวัติศาสตร์: แม้ทีมจะแพ้ แต่คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ทำ 2 ประตู ขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกด้วย 22 ประตู แซงลิโอเนล เมสซี่ ส่วนอังกฤษจบอันดับ 3 เป็นผลงานที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ชนะเลิศปี 1966
เดส์ชองส์ไม่ปัดความผิด เขาอธิบายครึ่งแรกของทีมว่า 'ยอมรับไม่ได้' และ 'น่าอาย' และยอมรับว่าจัดการเปลี่ยนตัวผู้เล่นผิดพลาดในการแข่ง ในงานแถลงข่าวสุดท้าย เขายิ้มและบอกนักข่าวว่า 'ผมชอบมีคำพูดสุดท้ายเสมอ' เขากล่าวอำลานักเตะด้วยว่า 'ขอให้ทุกคนโชคดี และเพราะสิ่งที่ดีที่สุดมักจะมาถึงเสมอ มันรอพวกคุณอยู่ข้างหน้า'
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ย้ำว่าความพ่ายแพ้ครั้งนี้จะไม่ทำให้ 'ตำนาน' ของเดส์ชองส์มัวหมอง และเรียกเขาว่าเป็นบุคคลที่เปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลฝรั่งเศส
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส แสดงความขอบคุณต่อกุนซือที่กำลังจะจากไป โดยกล่าวขอบคุณสำหรับ 'ชัยชนะในตำนาน' และเรียกเขาว่า 'โค้ชแห่งวันเวลาแห่งความสุข' (le sélectionneur des jours heureux) มาครงกล่าวว่าเขา 'จะคิดถึง' เดส์ชองส์
ซิเนดีน ซิดาน เตรียมเข้ารับตำแหน่งกุนซือทีมชาติฝรั่งเศสต่อจากเดส์ชองส์ รายงานจาก ESPN, สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส (FFF) และ L'Équipe ระบุว่ามีการบรรลุข้อตกลงด้วยวาจาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 คาดว่าซิดานจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 การสืบทอดตำแหน่งนี้เป็น 'ความลับที่เปิดเผย' มานานหลายเดือน โดยซิดานถูกมองว่าเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด ฟิลิปป์ ดิอัลโล ประธาน FFF ยืนยันว่าตัวตนของกุนซือคนต่อไปของทีมชาติได้รับการตัดสินใจแล้ว
การคุมทีมของเดส์ชองส์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติฝรั่งเศส ผลงานสำคัญมีดังนี้:
เดส์ชองส์เป็นหนึ่งในสามคนที่ชนะเลิศฟุตบอลโลกทั้งในฐานะนักเตะ (กัปตันทีม, 1998) และผู้จัดการทีม (2018)