การหยุดงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาเรื่องหุ่นยนต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังผสมผสานกับข้อเรียกร้องเรื่องค่าจ้างและสวัสดิการที่ยืดเยื้อมาหลายรอบอีกด้วย โดยสหภาพแรงงานมีข้อเรียกร้องหลักหลายประการ ดังนี้ :
การเจรจาค่าจ้างระหว่างสหภาพแรงงานและฝ่ายบริหารของฮุนไดตึงเครียดมาโดยตลอด ตั้งแต่การประชุมเจรจาครั้งที่ 13 และ 14 ที่ล้มเหลว จนกระทั่งถึงจุดแตกหัก:
ฝ่ายบริหารของฮุนไดได้ยื่นข้อเสนอครั้งสุดท้าย (ข้อเสนอครั้งที่ 3) ซึ่งรวมถึง :
แต่สหภาพแรงงานปฏิเสธข้อเสนอนี้ โดยให้เหตุผลว่าไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในประเด็นการอนุมัติการนำหุ่นยนต์มาใช้และการคุ้มครองงาน
สหภาพแรงงานประกาศขู่ว่าจะ 'เพิ่มความรุนแรง' และ 'หยุดงานเต็มรูปแบบ' หากฝ่ายบริหารไม่มีข้อเสนอที่ยอมรับได้ พร้อมระบุว่ายัง 'ไม่มีข้อเสนอที่มองไปข้างหน้าจากฝ่ายบริหาร' และขู่จะหยุดการผลิตทั้งหมด
ตัวเลขข้อเสนอของฝ่ายบริหารที่รายงานอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละแหล่งข่าว เช่น ตัวเลขเงินเดือนฐานที่เพิ่มขึ้น 80,000 วอน ในบางแหล่ง เทียบกับ 89,000 วอนที่พบได้ทั่วไป รวมถึงตัวเลขผลกระทบ 5,000 คัน/2 แสนล้านวอน เป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อการหยุดงานดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม มีการยืนยันจากหลายสำนักข่าวชั้นนำ เช่น The Wall Street Journal, Forbes และสื่อธุรกิจเกาหลีว่า นี่คือการนัดหยุดงานครั้งแรกในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาใช้ในการผลิต