ชิปใหม่ไม่ได้เปลี่ยนแค่ชื่อผู้ผลิต แต่ยังเปิดทางให้ Galaxy Watch ประมวลผล AI บางส่วนบนตัวเครื่อง เพิ่มประสิทธิภาพกราฟิก รองรับการเชื่อมต่อ 5G และอาจช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้อย่างเห็นได้ชัด โดย Samsung เตรียมเปิดตัวรายละเอียดอย่างเป็นทางการในงาน Galaxy Unpacked วันที่ 22 กรกฎาคม 2026 ที่กรุงลอนดอน เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 20.00 น. ตามเวลาไทย
นับตั้งแต่ยุค Gear Sport และ Galaxy Watch รุ่นแรก Samsung ใช้ชิป Exynos ของตัวเองกับสมาร์ทวอทช์ในตระกูลนี้มาโดยตลอด การหันมาใช้ชิปจาก Qualcomm จึงถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางครั้งใหญ่
ข้อมูลจาก Samsung ระบุว่า Galaxy Watch รุ่นถัดไปจะใช้แพลตฟอร์ม Snapdragon Wear Elite แต่รายละเอียดว่ารุ่นมาตรฐานและรุ่น Ultra จะใช้ชิปเดียวกันหรือไม่ยังมีข้อมูลขัดแย้งกันอยู่
รายงานส่วนใหญ่ระบุว่า Galaxy Watch 9 และ Galaxy Watch Ultra 2 จะใช้ Snapdragon Wear Elite เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว TechDailyCare อ้างว่า Galaxy Watch 9 รุ่นปกติอาจยังใช้ Exynos W1000 ขณะที่มีเพียง Watch Ultra 2 ที่เปลี่ยนมาใช้ชิป Qualcomm ข่าวนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน และขัดแย้งกับรายงานอื่นหลายฉบับ
ทั้ง Exynos W1000 และ Snapdragon Wear Elite ใช้กระบวนการผลิตระดับ 3 นาโนเมตร แต่ผลิตโดยคนละโรงงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ ความร้อน และการใช้พลังงานในชีวิตจริง
TSMC ถูกมองว่ามีกระบวนการผลิต 3 นาโนเมตรที่มีความพร้อมมากกว่า และโดยทั่วไปให้ประสิทธิภาพต่อพลังงานรวมถึงอัตราการผลิตที่ดีกว่ากระบวนการคู่แข่งของ Samsung นี่เป็นแนวทางเดียวกับที่ Qualcomm เคยย้ายการผลิตชิป Snapdragon ระดับเรือธงสำหรับสมาร์ทโฟนจาก Samsung ไปยัง TSMC ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข 3 นาโนเมตรเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่สถาปัตยกรรมและหน่วยประมวลผลที่ Qualcomm ใส่เข้ามาด้วย
Snapdragon Wear Elite เป็นชิปสวมใส่รุ่นแรกของ Qualcomm ที่ใช้สถาปัตยกรรม big.LITTLE ซึ่งแบ่งงานระหว่างคอร์ประสิทธิภาพสูงกับคอร์ประหยัดพลังงาน
โครงสร้างหลักประกอบด้วย
ผลทดสอบ Geekbench ที่หลุดออกมาก่อนเปิดตัวชี้ว่า Snapdragon Wear Elite อาจทำคะแนนได้เร็วกว่า Exynos W1000 ใน Galaxy Watch 8 ราว 50% แต่ตัวเลขดังกล่าวมาจากอุปกรณ์ทดสอบก่อนวางจำหน่าย จึงควรรอผลทดสอบจากเครื่องจริงอีกครั้ง
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าชิปรองรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูล eMMC สูงสุด 32 GB ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้เก็บเพลง แผนที่ และแอปไว้ในนาฬิกาได้มากขึ้น
จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของ Snapdragon Wear Elite คือการมี NPU หรือหน่วยประมวลผลประสาทเทียมโดยเฉพาะ
Exynos W1000 ไม่มี NPU เฉพาะทาง ทำให้คำสั่ง Gemini AI ต้องส่งต่อไปยังโทรศัพท์ที่จับคู่ไว้เป็นหลัก ซึ่งอาจเพิ่มความหน่วงและทำให้ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์
Snapdragon Wear Elite แก้ข้อจำกัดนี้ด้วยหน่วยประมวลผล AI สองส่วน ได้แก่
ฟีเจอร์ Galaxy AI ที่มีข้อมูลหลุดออกมาและอาจอาศัยฮาร์ดแวร์ชุดใหม่นี้ ได้แก่ การเรียก Gemini ด้วยการยกข้อมือ, AI Tiles สำหรับสุขภาพและการทำงาน, การตอบกลับอัจฉริยะ, คำแนะนำที่เข้าใจบริบทของผู้ใช้ และเครื่องมือสุขภาพรุ่นใหม่
ในทางปฏิบัติ จุดเด่นของการประมวลผลบนตัวเครื่องคือคำสั่งบางอย่างอาจตอบสนองได้เร็วขึ้น และยังทำงานได้แม้ไม่ได้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ตลอดเวลา แต่ขอบเขตการใช้งานจริงจะขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์ที่ Samsung เปิดให้ใช้ด้วย
Qualcomm ระบุว่า Snapdragon Wear Elite ให้ระยะเวลาการใช้งานยาวนานขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับชิป Snapdragon Wear รุ่นก่อน
สำหรับ Galaxy Watch 9 รุ่น 44 มม. มีข้อมูลหลุดว่ามาพร้อมแบตเตอรี่ความจุที่ระบุไว้ 435 mAh เพิ่มขึ้นจาก 425 mAh ใน Galaxy Watch 8 เพียงประมาณ 2.5% ดังนั้น หากอายุการใช้งานดีขึ้นจริง ปัจจัยหลักน่าจะมาจากประสิทธิภาพการใช้พลังงานของชิปและการจัดการระบบ มากกว่าการเพิ่มความจุแบตเตอรี่
ด้านการชาร์จ มีข้อมูลว่าตัวนาฬิการองรับการชาร์จเร็วขึ้น โดยอาจชาร์จจาก 0% ถึง 50% ได้ในเวลาประมาณ 10 นาที ส่วนการชาร์จเต็มด้วยกำลังไฟ 10W อาจใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 10 นาทีถึง 1 ชั่วโมง 20 นาที
ตัวเลขเหล่านี้ยังเป็นข้อมูลจาก Qualcomm และข่าวหลุด ไม่ใช่ผลการใช้งานจริงของ Galaxy Watch 9 จึงต้องรอการทดสอบหลังเปิดตัวเพื่อยืนยันว่าแบตเตอรี่จะใช้งานได้นานขึ้นมากน้อยเพียงใด
Snapdragon Wear Elite ยังเพิ่มความสามารถด้านการเชื่อมต่อหลายรายการ ได้แก่
การรองรับ 5G และ UWB อาจทำให้ Galaxy Watch พึ่งพาโทรศัพท์น้อยลง โดยเฉพาะการติดตามตำแหน่ง การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ในระบบนิเวศของ Samsung แต่การใช้งานจริงอาจแตกต่างกันตามรุ่นย่อย ผู้ให้บริการเครือข่าย และประเทศที่วางจำหน่าย
Samsung ยืนยันจัดงาน Galaxy Unpacked ที่กรุงลอนดอนในวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 เริ่มเวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศอังกฤษ หรือประมาณ 20.00 น. ตามเวลาไทย โดยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดผ่าน Samsung.com ได้
ผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะเปิดตัว ได้แก่
การเปลี่ยนจาก Exynos W1000 มาเป็น Snapdragon Wear Elite ไม่ใช่การอัปเกรดเล็กน้อย แต่เป็นการเปลี่ยนทิศทางฮาร์ดแวร์ครั้งใหญ่ของ Galaxy Watch โดยเฉพาะการเพิ่ม NPU สำหรับประมวลผล AI บนตัวเครื่อง การใช้สถาปัตยกรรม big.LITTLE การรองรับ 5G และ UWB รวมถึงประสิทธิภาพต่อพลังงานที่อาจดีขึ้นจากการผลิตโดย TSMC
หากข้อมูลทั้งหมดเป็นจริง Galaxy Watch 9 และ Watch Ultra 2 อาจเป็นสมาร์ทวอทช์ Samsung รุ่นแรกที่ตอบสนองงาน AI ได้ใกล้เคียงอุปกรณ์อัจฉริยะอิสระมากขึ้น ไม่ใช่เพียงหน้าจอเสริมของสมาร์ทโฟน แต่คำตอบสุดท้ายว่าทั้งสองรุ่นใช้ชิปเดียวกันหรือไม่ รวมถึงอายุแบตเตอรี่และฟีเจอร์ AI ที่เปิดให้ใช้งานจริง จะได้รับการยืนยันในงาน Galaxy Unpacked วันที่ 22 กรกฎาคมนี้