อย่างไรก็ตาม FIFA กำหนดให้การแข่งขันฟุตบอลโลกเล่นบนสนามหญ้าธรรมชาติ สนามจึงถูกปรับสภาพครั้งใหญ่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 โดยทีมงานนำหญ้า Tahoma 31 Bermudagrass ซึ่งปลูกในรัฐนอร์ทแคโรไลนา มาปูทับโครงสร้างเดิมประมาณ 600 ม้วน
การติดตั้งไม่ได้มีเพียงการนำหญ้ามาวางบนพื้นสนามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบทำความร้อนใต้พื้น ท่อระบายน้ำ ชั้นทราย และไฟ LED สำหรับช่วยดูแลการเจริญเติบโตของหญ้า โครงการนี้เป็นผลจากการวิจัยและการทดสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสนามหญ้ากว่า 5 ปีของ FIFA
แม้จะเป็นหญ้าธรรมชาติ แต่ผู้เล่นหลายคนบอกว่าสัมผัสที่ได้รับไม่ต่างจากสนามหญ้าเทียมที่แข็งและฝืดนัก
นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าหลายทีมเปรียบพื้นสนามที่เมตไลฟ์ว่าแข็งเหมือนคอนกรีต ขณะที่สนามในดัลลัสถูกชมว่าอยู่ในสภาพ “สมบูรณ์ไร้ที่ติ” เมื่อเทียบกัน
ปัญหาที่ถูกพูดถึงไม่ได้มีแค่ความรู้สึกแข็งใต้เท้า แต่ยังรวมถึงลักษณะเกมที่ช้าลง การควบคุมบอลที่ต่างจากสนามมาตรฐาน และความยากในการรักษาจังหวะการเล่น โดยเฉพาะเมื่ออากาศร้อนและพื้นสนามสูญเสียความชื้นอย่างรวดเร็ว
FIFA ออกมาปกป้องสนามอย่างชัดเจน โดยระบุว่าสนามแข่งขันทั้ง 16 แห่งของฟุตบอลโลก รวมถึงสนามหญ้าชั่วคราวที่เมตไลฟ์ อยู่ในสภาพ “ยอดเยี่ยม” และผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดขององค์กร
FIFA ยังย้ำว่าทุ่มเทเวลามากกว่า 5 ปี ให้กับการวิจัย การทดสอบ และนวัตกรรมด้านสนามหญ้าร่วมกับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ แทนที่จะยอมรับว่าเป็นปัญหาจากการติดตั้ง องค์กรชี้ว่าคำวิจารณ์ของนักเตะอาจเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศตามฤดูกาลและความร้อนในช่วงฤดูร้อน
จุดยืนที่แตกต่างกันจึงชัดเจน: ฝั่งนักเตะพูดถึงประสบการณ์จริงระหว่างแข่งขัน ส่วน FIFA ยืนยันจากมาตรฐานทางเทคนิคและการตรวจสอบของผู้จัดการแข่งขัน
เมตไลฟ์มีกำหนดจัดนัดชิงฟุตบอลโลกในวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 ระหว่างอาร์เจนตินา แชมป์เก่า กับสเปน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทีมที่ทำผลงานโดดเด่นตลอดทัวร์นาเมนต์ เกมนี้จึงถูกจับตามองในฐานะการทดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของพื้นสนามที่ถูกวิจารณ์
เมื่อถึงวันนั้น สนามหญ้าที่ติดตั้งก่อนแข่งราว 2 เดือนจะผ่านการใช้งานมาแล้ว 8 นัด รวมถึงต้องรับมือกับอากาศร้อนช่วงฤดูร้อนของรัฐนิวเจอร์ซีย์ ยิ่งทำให้สภาพสนามในเกมที่มีสายตาคนทั่วโลกจับจ้องเป็นประเด็นสำคัญ
ขณะเดียวกัน ราคาบัตรเข้าชมก็อยู่ในระดับสูงมาก:
ราคาบัตรที่สูงลิ่วทำให้แฟนบอลคาดหวังประสบการณ์ระดับประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้สนามต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถรองรับเกมระดับสูงสุดของโลกได้จริง
กรณีเมตไลฟ์สะท้อนความท้าทายของการนำสนาม NFL ซึ่งออกแบบมาเพื่อหญ้าเทียม มาปรับเป็นสนามฟุตบอลระดับนานาชาติในเวลาอันจำกัด แม้ FIFA จะลงทุนด้านเทคโนโลยีและการวิจัยมาเป็นเวลาหลายปี แต่คำบอกเล่าจากนักเตะยังชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่าง “ผ่านมาตรฐานทางเทคนิค” กับ “เล่นได้ดีในสนามจริง”
เมื่อเกมที่แพงที่สุดและสำคัญที่สุดของฟุตบอลโลกกำลังจะเกิดขึ้นที่นี่ นัดชิงอาร์เจนตินาพบสเปนจึงไม่ใช่แค่การตัดสินแชมป์ แต่ยังเป็นคำตอบว่า สนามหญ้าชั่วคราวในสังเวียนอเมริกันฟุตบอลจะก้าวขึ้นมารองรับฟุตบอลระดับโลกได้สมบูรณ์แบบเพียงใด