การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนจาก LCD มาเป็น OLED แหล่งข่าวหลายแห่งระบุว่า iPad mini 8 จะมาพร้อมหน้าจอ OLED "ไฮบริด" ขนาด 8.4 นิ้ว ที่ใช้โครงสร้างการเรืองแสงแบบชั้นเดียว (single-stack emission layer) พร้อมแผงวงจรขับ LTPS (Low-Temperature Polycrystalline Silicon) ซึ่งเป็นแนวทางประหยัดต้นทุนเมื่อเทียบกับจอ OLED แบบ Tandem ที่ใช้ใน iPad Pro
จุดที่น่าผิดหวังคืออัตรารีเฟรช: แหล่งข่าวหลายแหล่ง รวมถึง yeux1122 นักรั่วไหลข้อมูลจากซัพพลายเชน รายงานว่าหน้าจอจะถูกจำกัดไว้ที่ 60Hz และจะไม่รองรับ ProMotion (120Hz) การตัดสินใจนี้ดูเหมือนจะเป็นการรักษาความแตกต่างจาก iPad Pro ระดับพรีเมียม และเพื่อควบคุมต้นทุนการผลิตให้อยู่ในระดับที่จัดการได้
ซัมซุง ดิสเพลย์ (Samsung Display) คาดว่าจะเป็น ผู้ผลิตจอภาพแต่เพียงผู้เดียว โดยมีกำหนดเริ่มการผลิตจำนวนมากประมาณเดือนกรกฎาคม 2026 ด้วยปริมาณการผลิตปีละประมาณ 3 ล้านแผง
ขุมพลังภายในอาจเป็นเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ที่สุด โค้ดภายในของ Apple (ที่รั่วไหลออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจในเดือนสิงหาคม 2025) ชี้ให้เห็นว่า iPad mini รุ่นถัดไปจะใช้ชิป A19 Pro ตัวเดียวกับที่พบใน iPhone 17 Pro ซึ่งถือเป็นการกระโดดข้ามรุ่นครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับชิป A17 Pro ใน iPad mini 7 รุ่นปัจจุบัน
อุปกรณ์นี้ถูกระบุด้วยรหัสโมเดลภายใน J510 (รุ่น Wi-Fi) และ J511 (รุ่นเซลลูลาร์)
ข้อมูลรั่วไหลจากแผนงานผลิตภัณฑ์ที่กว้างขึ้น ยังกล่าวถึง ระบบลำโพงแบบสั่นสะเทือน (vibration-based speaker) และ ดีไซน์ที่ทนน้ำ แต่ฟีเจอร์เหล่านี้ยังไม่มีรายงานที่สอดคล้องกันจากหลายแหล่ง
ความเห็นพ้องต้องกันของแหล่งข่าวส่วนใหญ่ชี้ไปที่การเปิดตัวใน ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026 ซึ่งมีแนวโน้มมากที่สุดคือ Q3 หรือ Q4 (กันยายน–ตุลาคม/พฤศจิกายน) นักรั่วไหลจากเว่ยป๋อ (Weibo) ที่ใช้ชื่อ "Instant Digital" ระบุอย่างชัดเจนว่ากรอบเวลาที่เร็วที่สุดคือ Q3 หรือ Q4 ปี 2026 ส่วนการคาดการณ์ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ถูกปฏิเสธโดยแหล่งข่าวหลายแห่ง
iPad mini เจนเนอเรชั่นที่ 7 รุ่นปัจจุบันเริ่มต้นที่ 499 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ซึ่งเป็นราคาที่เพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์จากรุ่นก่อนหน้านี้) คาดว่ารุ่น OLED จะมีราคาเพิ่มขึ้นอีก ประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 599 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ว่า OLED จะมีพรีเมียม 15–20% จากราคาขายปลีก
การเปลี่ยนแปลงของไลน์อัป iPad ในปี 2026–2027 กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเป็น OLED แบบเป็นขั้นเป็นตอน ดังนี้:
| อุปกรณ์ | เทคโนโลยีหน้าจอ | กำหนดการที่คาด |
|---|---|---|
| iPad Pro (M5) | Tandem OLED (เปิดตัวแล้ว) | ปลายปี 2025 |
| iPad mini 8 | Single-stack LTPS OLED (60Hz) | ปลายปี 2026 (Q3/Q4) |
| iPad Air | Single-stack OLED | ต้นปี 2027 (เลื่อนออกไป) |
| iPad รุ่นพื้นฐาน (Gen 12) | มีแนวโน้มคงใช้ LCD หรืออัปเกรดเล็กน้อย | 2026–2027 |
iPad Air รุ่น OLED ถูกเลื่อนไปเป็นต้นปี 2027: ซัมซุง ดิสเพลย์ คาดว่าจะเริ่มผลิตแผง OLED สำหรับ iPad Air จำนวนมากในช่วงปลายปี 2026 หรือเดือนมกราคม 2027 โดยผลิตภัณฑ์จริงจะเปิดตัวในต้นปี 2027 เช่นเดียวกับ iPad mini, iPad Air คาดว่าจะใช้แผง OLED แบบ single-stack แทนที่จะเป็น Tandem OLED ของรุ่น Pro และคาดว่าจะไม่มี ProMotion เช่นกัน
สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า Apple จงใจทยอยนำ OLED เข้ามาในไลน์อัปจากบนลงล่าง: Pro → mini → Air → รุ่นพื้นฐาน โดยรักษาระดับราคาและฟีเจอร์ด้วยการควบคุมความซับซ้อนของแผงและอัตรารีเฟรชในแต่ละระดับ
iPad mini 8 รุ่น OLED หากข่าวลือเป็นจริง ถือเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญทั้งในด้านคุณภาพหน้าจอและพลังประมวลผล แต่ก็มาพร้อมกับข้อแลกเปลี่ยนสองอย่างที่ชัดเจน: ราคาที่เพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ และการไม่มีหน้าจออัตรารีเฟรชสูง สำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหาแท็บเล็ตขนาดกะทัดรัด การตัดสินใจอาจขึ้นอยู่กับว่าสีสันที่สดใสกว่าและสีดำที่เข้มกว่านั้นคุ้มค่ากับการจ่ายเพิ่มจากรุ่น LCD ปัจจุบันหรือไม่