การเสนอขายได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมหาศาล โดยยอดจองซื้อสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้การเสนอขายครั้งนี้ได้รับการตอบรับเกินกว่าเป้าหมายถึง 3.2 เท่า หุ้นกู้ชุดที่อายุยาวที่สุดมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เทียบเคียงได้ (comparable U.S. Treasuries) อยู่ 1.13 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งแคบกว่าที่ตั้งไว้ในช่วงเริ่มต้นถึง 0.22 จุดเปอร์เซ็นต์
ในวันถัดมา คือวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 โกลด์แมน แซคส์ เริ่มการเสนอขายหุ้นกู้สกุลยูโรแบบ 3 ชุด ธนาคารตั้งเป้าระดมทุนอย่างน้อย 1.5 พันล้านยูโร (ประมาณ 1.65 พันล้านดอลลาร์ในขณะนั้น) จากการเสนอขายในครั้งนี้ การขายหุ้นกู้สกุลยูโรครั้งนี้เป็นไปตามแนวทางการออกหุ้นกู้แบบ "Reverse Yankee" ซึ่งหมายถึงผู้ออกหุ้นกู้สัญชาติอเมริกันที่เข้ามาระดมทุนในตลาดตราสารหนี้สกุลยูโร การเสนอขายแบ่งเป็นหุ้นกู้ประเภทอัตราดอกเบี้ยลอยตัวและอัตราดอกเบี้ยคงที่ พร้อมเงื่อนไขการไถ่ถอนก่อนกำหนดที่แตกต่างกัน
การออกหุ้นกู้ในยุโรปครั้งนี้เป็นการขยายระยะเวลาการระดมทุนของโกลด์แมน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ออกหุ้นกู้มูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2026 และ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2026
โกลด์แมน แซคส์ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2026 ตัวเลขสำคัญมีดังนี้:
| ตัวชี้วัด | ตัวเลขที่รายงาน | การเปลี่ยนแปลงเทียบกับปีก่อน |
|---|---|---|
| รายได้สุทธิ | 2.034 หมื่นล้านดอลลาร์ | +39% |
| กำไรสุทธิ | 6.63 พันล้านดอลลาร์ | +78% |
| กำไรต่อหุ้น (Diluted EPS) | 20.98 ดอลลาร์ | +92% |
| รายได้จากการซื้อขายหุ้น (Equities) | 7.42 พันล้านดอลลาร์ (สถิติใหม่) | +72% |
| ค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจ | 3.40 พันล้านดอลลาร์ | +55% |
| รายได้ FICC | 4.59 พันล้านดอลลาร์ | +32% |
| รายได้สุทธิจาก Global Banking & Markets | 1.552 หมื่นล้านดอลลาร์ (สถิติใหม่) | +53% |
| อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Annualized ROE) | 23.5% | — |
| อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีตัวตน (Annualized ROTE) | 25.5% | — |
ผลประกอบการสูงกว่าที่นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้มาก โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรต่อหุ้นจะอยู่ที่ 14.47 ดอลลาร์ และรายได้จะอยู่ที่ 1.649 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่โกลด์แมนทำได้สูงกว่าทั้งสองตัวเลขอย่างมีนัยสำคัญ หุ้นของโกลด์แมนพุ่งขึ้น 7.66% มาอยู่ที่ 1,126.86 ดอลลาร์ในวันที่ประกาศผลประกอบการ
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ ของผลประกอบการที่ทำลายสถิติ ตามที่โกลด์แมนและนักวิเคราะห์ระบุ :
การเลือกเวลาออกหุ้นกู้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นกลยุทธ์ โกลด์แมนใช้ช่วงเวลาการประกาศผลประกอบการเป็นหน้าต่างโอกาสในการเข้าถึงตลาดตราสารหนี้ พร้อมเงื่อนไขที่ได้เปรียบ
1. การออกหุ้นกู้หลังประกาศผลประกอบการเป็นกลยุทธ์มาตรฐาน ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ มักจะเข้าตลาดตราสารหนี้ทันทีหลังจากประกาศผลประกอบการรายไตรมาส ผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งทำให้โกลด์แมนมีโมเมนตัมกับนักลงทุน ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากยอดจองซื้อถึง 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ สำหรับหุ้นกู้มูลค่าเพียง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ความต้องการนี้ทำให้โกลด์แมนสามารถปรับลดส่วนต่างราคา (pricing spread) ลงได้ถึง 0.22 จุดเปอร์เซ็นต์จากแนวทางเริ่มต้น
2. เงินที่ได้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ใช้สำหรับการรีไฟแนนซ์หนี้ที่ครบกำหนด และการรักษาสภาพคล่องของบริษัท ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์มาตรฐานสำหรับหุ้นกู้ระดับ investment-grade ของธนาคาร
3. เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการระดมทุนระยะยาว การออกหุ้นกู้ในเดือนกรกฎาคม 2026 เป็นการต่อเนื่องของรูปแบบการระดมทุนขนาดใหญ่ โกลด์แมนได้ระดมทุนไปแล้ว 6.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน และ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2026 ผลประกอบการที่แข็งแกร่งช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้ธนาคารสามารถเข้าถึงตลาดทุนต่อไปได้ด้วยส่วนต่างราคาที่ดีขึ้น
สรุปคือ ผลประกอบการที่ทำลายสถิติสร้างหน้าต่างทองให้โกลด์แมนสามารถกู้ยืมเงินในต้นทุนที่ต่ำ และธนาคารก็ดำเนินการทันที — เริ่มจากดอลลาร์สหรัฐฯ ตามด้วยยูโร