ตลาดตอบรับอย่างชัดเจน โดย ADR ของ SK Hynix พุ่งขึ้น 27.29% ในวันที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่สามของการซื้อขาย ท่ามกลางมุมมองว่าหุ้นอาจมีมูลค่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
คำชมครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากท่าทีของหวงในช่วงเดือนมิถุนายน 2026 ที่ขอให้ SK Hynix “ผลิตชิปหน่วยความจำเพิ่มด้วย” พร้อมเตือนว่าภาวะขาดแคลนหน่วยความจำสำหรับ AI อาจดำเนินต่อไป “อีกหลายปีข้างหน้า” ก่อนหน้านั้น ในงาน Computex 2026 เขายังเขียนข้อความ “Please Make More” ลงบนเวเฟอร์ HBM4E ที่บูธของ SK Hynix
หวงย้ำหลายครั้งว่า ความต้องการหน่วยความจำจะสูงกว่ากำลังการผลิต และแม้ซัพพลายเชนจะขยายตัวได้ปีละ 4 เท่า ก็ยังอาจ “ไม่เพียงพอสำหรับ AI ในอีก 10 ปีข้างหน้า”
ในวันที่ 15 กรกฎาคม หวงประกาศว่าเขาจะเปิดเผยความร่วมมือด้าน AI ขนาดใหญ่กับรัฐบาลญี่ปุ่นในวันถัดมา หรือวันที่ 16 กรกฎาคม รวมถึงความร่วมมือหลายด้านกับบริษัทญี่ปุ่นรายใหญ่ในสาขา AI และหุ่นยนต์ เขากล่าวถึงจังหวะสำคัญนี้ว่า “พรุ่งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ AI ญี่ปุ่น”
บล็อกอย่างเป็นทางการของ NVIDIA ระบุว่า บริษัทกำลังผลักดันระบบนิเวศ AI และหุ่นยนต์แบบครบทั้งสแต็ก (full-stack) ทั่วญี่ปุ่น โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่
การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นหลังหวงถูกมองว่า “ข้ามญี่ปุ่น” จากการเดินทางไปเกาหลีใต้และไต้หวันถึงสองครั้งโดยไม่ได้แวะญี่ปุ่น จนสร้างความกังวลในแวดวงไอทีของโตเกียว
การเยือนครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณปรับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้น และยังจัดขึ้นในวาระครบรอบ 30 ปีของความร่วมมือระหว่าง NVIDIA กับ SEGA บริษัทเกมญี่ปุ่นที่มีบทบาทสำคัญต่อ NVIDIA ในช่วงวิกฤตการบริหารของบริษัทในทศวรรษ 1990
แม้ข่าวการเปิดตัวใน Nasdaq และความร่วมมือกับญี่ปุ่นจะดูเป็นคนละประเด็น แต่ทั้งสองเรื่องสะท้อนภาพเดียวกัน นั่นคือซัพพลายเชนชิป AI กำลังเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้าง และ NVIDIA กำลังเร่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับพันธมิตรสำคัญ ทั้ง SK Hynix ในด้านหน่วยความจำ และญี่ปุ่นในด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบครบวงจร
ปัจจุบัน SK Hynix ครองสัดส่วนการจัดหา HBM3E ในระดับใกล้ผูกขาด โดยหน่วยความจำดังกล่าวถูกนำไปใช้กับชิป AI รุ่นเรือธง Blackwell ของ NVIDIA หวงเตือนว่าปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำไม่ใช่เพียงวัฏจักรระยะสั้น แต่เป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยอุปทานเวเฟอร์ต่ำกว่าความต้องการมากกว่า 20% และช่องว่างดังกล่าวอาจลากยาวไปจนถึงปี 2030
SK Hynix วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตเวเฟอร์ DRAM เป็นสองเท่าภายในปี 2030 แต่หวงระบุต่อสาธารณะว่าการขยายดังกล่าวยังไม่เพียงพอ สถานการณ์นี้ทำให้การสนับสนุนการเข้าตลาด Nasdaq ของ SK Hynix มีความหมายมากกว่าการแสดงความยินดีทางธุรกิจ เพราะเป็นการตอกย้ำบทบาทของบริษัทในฐานะซัพพลายเออร์หลักของโครงสร้างพื้นฐาน AI
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับญี่ปุ่นสอดคล้องกับแนวคิดที่หวงย้ำมาโดยตลอดว่า “คุณต้องสร้างมันขึ้นมาเอง เพราะมันคือสติปัญญาของคุณ” เขาเรียกร้องให้ญี่ปุ่นเพิ่มการผลิตพลังงานและเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI พร้อมมองว่าญี่ปุ่นมีศักยภาพโดดเด่นในการเป็นผู้นำด้าน Physical AI และหุ่นยนต์ เนื่องจากมีฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง