งานวิจัย ATOM Report ระบุว่า โมเดลโอเพนของจีนแซงสหรัฐฯ ในยอดดาวน์โหลดสะสมตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2025 โดยภายในเดือนมีนาคม 2026 โมเดลจีนมียอดดาวน์โหลดสะสมราว 1.15 พันล้านครั้ง เทียบกับ 723 ล้านครั้ง สำหรับโมเดลจากสหรัฐฯ
ตระกูล Qwen ของ Alibaba เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยมียอดดาวน์โหลดสะสมบน Hugging Face มากกว่า 700 ล้านครั้ง ในช่วงต้นปี 2026 และแซงหน้า Llama ของ Meta ขึ้นเป็นตระกูลโมเดล AI แบบเปิดที่มียอดดาวน์โหลดสูงที่สุดในโลก ขณะเดียวกัน โมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบโอเพนซอร์สที่พัฒนาในจีนทั้งหมดมียอดดาวน์โหลดสะสมทั่วโลกเกิน 10,000 ล้านครั้ง ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2026
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าโมเดลส่วนใหญ่ได้รับความนิยมเท่าเทียมกัน Hugging Face ระบุว่า โมเดลประมาณครึ่งหนึ่งบนแพลตฟอร์มมียอดดาวน์โหลดไม่ถึง 200 ครั้ง ขณะที่โมเดล 200 อันดับแรก ซึ่งคิดเป็นเพียง 0.01% ของโมเดลทั้งหมด กลับรวมกันคิดเป็น 49.6% ของยอดดาวน์โหลดทั้งหมด
Hugging Face สะท้อนความสนใจของนักพัฒนา ส่วน OpenRouter สะท้อนการใช้งานผ่าน API ในงานจริง โดย OpenRouter ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับเปรียบเทียบและส่งคำขอไปยังโมเดลภาษาหลายค่าย
ภายในเดือนพฤษภาคม 2026 โมเดล Open-Weight จากจีนคิดเป็นประมาณ 61% ของโทเคนทั้งหมดที่ถูกใช้บน OpenRouter ในสัปดาห์ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โมเดลจีนครอง 61% ของปริมาณโทเคนในกลุ่ม 10 โมเดลที่มีการใช้งานสูงสุด หรือ 5.3 ล้านล้านโทเคนจากทั้งหมด 8.7 ล้านล้านโทเคน
ในกลุ่มลูกค้าองค์กรของสหรัฐฯ โมเดลจากจีนมีสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของปริมาณโทเคนทุกสัปดาห์นับตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 และเคยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรายสัปดาห์ที่ 46% ในช่วงกลางปี จากค่าเฉลี่ยเพียง 11% ในช่วง 12 เดือนก่อนหน้า
ภายในเดือนพฤษภาคม ผู้ให้บริการจีน 6 รายรวมกันคิดเป็นมากกว่า 60% ของปริมาณโทเคนรายสัปดาห์บน OpenRouter และโมเดลยอดนิยม 6 อันดับแรกบนแพลตฟอร์มในช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2026 ล้วนเป็นโมเดลแบบเปิดจากบริษัทจีน
อย่างน้อย 8 ห้องปฏิบัติการหรือบริษัทจีนเปิดตัวโมเดล Open-Weight ที่แข่งขันได้ในปี 2026
| บริษัทหรือห้องปฏิบัติการ | โมเดลเด่นในปี 2026 | ใบอนุญาต | จุดแข็งที่ถูกจับตา |
|---|---|---|---|
| DeepSeek | V4-Pro, V4-Flash, V3.2-Speciale | MIT | การเขียนโค้ดและคณิตศาสตร์; SWE-Bench 83.7% และ AIME 96.0% |
| Alibaba (Qwen) | Qwen 3.6-Max Preview, Qwen3 ขนาด 0.6B–235B | Apache 2.0 | การยอมรับในวงกว้างและยอดดาวน์โหลดมากกว่า 700 ล้านครั้ง |
| Moonshot AI (Kimi) | Kimi K2.6 | Open-Weight | การเขียนโค้ด; SWE-Bench Pro 58.6% |
| Zhipu (Z.ai) | GLM-5.2 | MIT | ประสิทธิภาพใกล้เคียงโมเดล Mythos ของ Anthropic ในต้นทุนราวหนึ่งในห้าถึงหนึ่งในหก |
| MiniMax | M2.5 | Open-Weight | ปริมาณการใช้โทเคนสูงสุดบน OpenRouter ในบางช่วง |
| Xiaomi | MiMo | Open-Weight | ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ติดกลุ่ม 6 อันดับแรกบน OpenRouter |
| ByteDance | Doubao | Open-Weight | ความแข็งแกร่งในตลาดเฉพาะทาง |
| Tencent | Hunyuan | Open-Weight | ติดกลุ่ม 6 โมเดลยอดนิยมบน OpenRouter |
ข้อมูลที่รวบรวมไว้ระบุว่า ห้องปฏิบัติการจีนเปิดตัวโมเดล Open-Weight ที่แข่งขันได้ในปี 2026 มากกว่าประเทศอื่นทั่วโลกรวมกัน และโมเดลจีนชั้นนำ 6 จาก 8 รายใช้ใบอนุญาตที่เปิดกว้าง เช่น MIT หรือ Apache 2.0
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในตารางจัดอันดับ แต่เริ่มกระทบการเลือกใช้โมเดลของบริษัทในสหรัฐฯ โดยตรง โมเดลจีนอย่าง DeepSeek, Qwen และ Kimi กำลังถูกนำมาใช้แทนบางส่วนของระบบจาก Anthropic และ OpenAI ในองค์กรอเมริกัน
การที่รัฐบาลสหรัฐฯ จำกัดการเข้าถึงโมเดล Mythos 5 และ Fable 5 ของ Anthropic สำหรับผู้ใช้นอกประเทศในเดือนมิถุนายน 2026 กลับถูกมองว่าอาจเร่งให้ลูกค้าทั่วโลกหันไปหาโมเดลจีนที่ดาวน์โหลดและใช้งานได้อย่างอิสระมากขึ้น Fortune เรียกเหตุการณ์นี้ว่า “Fable fiasco” ซึ่งเปิดช่องให้โมเดลจีนราคาถูกเข้ามาแข่งขัน
ถึงกระนั้น แหล่งข้อมูลบางแห่งยังระบุว่าโมเดลจีนมีข้อจำกัดบางด้านและยังตามหลังโมเดลสหรัฐฯ ในภาพรวม ดังนั้นตัวเลขการใช้งานที่พุ่งขึ้นจึงสะท้อนทั้งประสิทธิภาพ ราคา และความต่อเนื่องในการเข้าถึง ไม่ได้แปลว่าโมเดลจีนชนะทุกการทดสอบ
แรงผลักดันหลักของการเปลี่ยนขั้วครั้งนี้ดูจะไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ แต่เป็นการคำนวณต้นทุนขององค์กร CNBC รายงานว่า บริษัทสหรัฐฯ กำลังทยอยส่งงาน AI ไปยังโมเดล Open-Weight จากจีนผ่านแพลตฟอร์มอย่าง OpenRouter เพื่อเปรียบเทียบราคาและประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์
โมเดลจีนบางรายให้คุณภาพใกล้เคียงระบบ AI ระดับแนวหน้าของสหรัฐฯ ในต้นทุนเพียงประมาณ หนึ่งในห้าถึงหนึ่งในสิบ เมื่อปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้น ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยต่อหนึ่งล้านโทเคนจึงกลายเป็นเงินจำนวนมากในระดับองค์กร
แนวทางที่เรียกว่า model routing จึงเริ่มกลายเป็นเรื่องปกติ บริษัทจะส่งงานแต่ละประเภทไปยังโมเดลที่มีราคาถูกที่สุดเท่าที่จะยังทำงานนั้นได้ดีพอ เช่น ใช้โมเดลราคาประหยัดกับงานสรุปข้อความจำนวนมาก และเลือกโมเดลระดับสูงกว่าเฉพาะงานที่ซับซ้อน OpenRouter ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญของกระบวนการนี้
คณะกรรมาธิการทบทวนเศรษฐกิจและความมั่นคงสหรัฐฯ–จีน (U.S.-China Economic and Security Review Commission) ออกรายงานประเมินภัยคุกคามทางการแข่งขันจากบริษัท AI จีน โดยสรุปว่า ห้องปฏิบัติการจีนลดช่องว่างด้านประสิทธิภาพกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ชั้นนำของตะวันตกลงได้อย่างมาก
รัฐบาลสหรัฐฯ ได้จำกัดการเข้าถึงโมเดลบางส่วนของ Anthropic ไปแล้ว แต่มาตรการดังกล่าวถูกวิจารณ์ว่าอาจย้อนศร เพราะผลักดันให้ลูกค้าหันไปหาโมเดลทางเลือกที่เปิดกว้างกว่า นอกจากนี้ มีรายงานว่าวอชิงตันกำลังพิจารณาจำกัดการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสำหรับโมเดล AI จากจีน แต่ ณ ช่วงกลางปี 2026 ยังไม่มีคำสั่งห้ามขั้นสุดท้าย
ประเด็นสำคัญต่อภาคธุรกิจคือ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจทำให้การพึ่งพาผู้ให้บริการ AI รายเดียวกลายเป็นจุดอ่อน หากผู้ให้บริการสามารถตัดการเข้าถึงโมเดลได้โดยนโยบายของรัฐ
ระบบนิเวศ Open-Weight ของจีนมีความหลากหลาย และรัฐบาลปักกิ่งเคยพิจารณาทางเลือกเชิงนโยบาย ซึ่งรวมถึงการควบคุมการเผยแพร่โมเดลจีนไปยังต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2026 ห้องปฏิบัติการจีนยังคงเผยแพร่โมเดลภายใต้ใบอนุญาตที่เปิดกว้าง เช่น MIT และ Apache 2.0 เพื่อให้ผู้ใช้ทั่วโลกนำไปใช้งานได้ รายงานของ The New York Times ระบุว่า ณ ขณะนั้นโมเดลจีนยังไม่ได้ถูกจำกัดการใช้งานในสหรัฐฯ และปักกิ่งยังไม่ได้ออกมาตรการควบคุมการเข้าถึงในต่างประเทศอย่างเป็นทางการ
แม้โมเดล Open-Weight จะช่วยลดการผูกติดกับผู้ให้บริการรายเดียว แต่ Hugging Face ชี้ว่าอำนาจในระบบนิเวศยังคงกระจุกตัวอย่างมาก Clem Delangue ซีอีโอของ Hugging Face ระบุว่า โมเดล 200 อันดับแรก ซึ่งมีเพียง 0.01% ของโมเดลทั้งหมด คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของยอดดาวน์โหลดบนแพลตฟอร์ม
นั่นทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า โลกกำลังลดการพึ่งพาผู้ให้บริการ AI แบบปิดจากสหรัฐฯ หรือเพียงแค่ย้ายการพึ่งพาไปยังตระกูลโมเดลจีนไม่กี่ราย เช่น Qwen, DeepSeek หรือ GLM เท่านั้น
ฤดูใบไม้ผลิ 2026 อาจเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของตลาด AI โมเดลจีนแบบ Open-Weight ขึ้นนำสหรัฐฯ ในยอดดาวน์โหลดบน Hugging Face โดยมีส่วนแบ่ง 41% และมียอดสะสม 1.15 พันล้านครั้งในเดือนมีนาคม ขณะเดียวกันยังครองสัดส่วนการใช้โทเคนบน OpenRouter มากกว่า 60% ในบางช่วง
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากสามปัจจัยที่เสริมกัน ได้แก่ ใบอนุญาตที่เปิดกว้าง ความสามารถที่ไล่ตามโมเดลระดับแนวหน้า และราคาที่ต่ำกว่าหลายเท่า สำหรับองค์กร การเลือกโมเดลจึงเริ่มเป็นเรื่องของการจัดสรรต้นทุนผ่าน model routing มากกว่าการยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง
แต่ชัยชนะของโมเดลจีนไม่ได้หมายความว่าปัญหาการกระจุกตัวของอำนาจจะหมดไป หากผู้ใช้ทั่วโลกย้ายจากผู้ให้บริการรายใหญ่ของสหรัฐฯ ไปพึ่งพาโมเดลจีนเพียงไม่กี่ตระกูล โลกก็อาจกำลังเปลี่ยนรูปแบบของการล็อกอินกับผู้ให้บริการ แทนที่จะยุติมันอย่างแท้จริง