อย่างไรก็ตาม คำประกาศยังไม่ได้ระบุวันเผยแพร่ ชื่อ repository หรือคลังเก็บโค้ด ใบอนุญาตซอฟต์แวร์ และขอบเขตทางเทคนิคที่ชัดเจนของคำว่า “โค้ดทั้งหมด”
ในเดือนมกราคม 2026 มัสก์เคยประกาศว่า X จะเปิดซอร์สโค้ดอัลกอริทึมแนะนำเนื้อหาใหม่ภายใน 7 วัน พร้อมอัปเดตทุก 4 สัปดาห์และแนบรายละเอียดสำหรับนักพัฒนาเพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลง
คำมั่นครั้งนั้นมีขอบเขตจำกัดกว่า โดยเน้นโค้ดที่ใช้ตัดสินใจว่าโพสต์ทั่วไปและโฆษณาใดจะปรากฏในฟีดของผู้ใช้ หรือพูดง่าย ๆ คือกลไกจัดอันดับเนื้อหาในฟีด ต่อมาเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026 xAI ได้เผยแพร่อัลกอริทึมแนะนำเนื้อหาที่ขับเคลื่อนด้วย Grok บน GitHub ภายใต้ใบอนุญาต Apache 2.0 และยังคงอัปเดตทุก 4 สัปดาห์
คำประกาศในเดือนกรกฎาคมจึงเป็นการยกระดับครั้งใหญ่ จากการเปิดเผย “ส่วนที่ใช้จัดอันดับฟีด” ไปสู่การเปิดเผย โค้ดทั้งแพลตฟอร์มโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมกลไกตรวจสอบว่าโค้ดสาธารณะตรงกับระบบที่ทำงานอยู่จริง
หาก X ทำตามคำประกาศได้จริง นักวิจัยอิสระ นักข่าว และหน่วยงานกำกับดูแลอาจสามารถตรวจสอบการทำงานของแพลตฟอร์มได้ลึกขึ้น ตั้งแต่ระบบกลั่นกรองเนื้อหา ตรรกะการกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา การตั้งค่าโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงแนวทางจัดการข้อมูล
การเปิดซอร์สเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าโค้ดที่เผยแพร่คือโค้ดที่ระบบใช้งานจริง เพราะบริษัทอาจปรับเปลี่ยนระบบในขั้นตอนการนำไปใช้งาน การเชิญบุคคลที่สามเข้าตรวจสอบจึงมีเป้าหมายเพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว และทำให้คำว่า “ความโปร่งใส” ตรวจสอบได้มากกว่าการประชาสัมพันธ์
แต่การเปิดเผยครั้งใหญ่ก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยขึ้นโดยอัตโนมัติ
การเผยแพร่โค้ดที่เกี่ยวข้องกับระบบใช้งานจริงอาจสร้างความเสี่ยงหลายด้าน ได้แก่
บริบทด้านความปลอดภัยในปี 2026 ทำให้คำประกาศนี้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง จำนวนช่องโหว่ที่ระบุว่าเกี่ยวข้องกับโค้ดที่สร้างโดย AI เพิ่มจาก 6 รายการในเดือนมกราคม เป็น 35 รายการในเดือนมีนาคม 2026 หรือเกือบเพิ่มขึ้น 6 เท่าในเวลาเพียง 2 เดือน
การวิเคราะห์หนึ่งประเมินว่า จำนวนช่องโหว่ที่อาจถูกโจมตีได้จริงจากเครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI ใน repository โอเพนซอร์สสาธารณะ อาจสูงกว่าจำนวนที่ยืนยันแล้ว 5–10 เท่า คิดเป็นราว 400–700 กรณีใน repository ที่ตรวจสอบได้ โดยยังไม่นับฐานโค้ดองค์กรเอกชน
ด้าน Open Source Security Foundation หรือ OpenSSF ก็เตือนว่าโครงสร้างพื้นฐานโอเพนซอร์สอาจเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในอนาคตอันใกล้ คริสโตเฟอร์ โรบินสัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ OpenSSF มองว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มากกว่าจะเป็นเพียงความเป็นไปได้
นอกจากนี้ การศึกษาคลังโค้ดโอเพนซอร์สเมื่อเดือนธันวาคม 2025 พบว่าโค้ดที่สร้างโดย AI นำไปสู่ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยใน 45% ของงานพัฒนา และ pull request ที่มี AI ช่วยสร้างก่อให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยมากกว่าโค้ดที่เขียนโดยมนุษย์ 2.74 เท่า
หากฐานโค้ดของ X มีส่วนที่สร้างด้วย AI หรือผ่านการตรวจสอบไม่ทั่วถึง ช่องโหว่ที่ยังไม่ถูกค้นพบก็อาจถูกมองเห็นและนำไปใช้โจมตีได้ง่ายขึ้นเมื่อโค้ดถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
ขณะนี้ยังไม่มีความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่ระบุชื่อโดยตรงต่อคำประกาศวันที่ 15 กรกฎาคม เนื่องจากข่าวเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน แต่ข้อกังวลทั่วไปเกี่ยวกับการเปิดเผยโค้ดระบบการผลิตเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในอุตสาหกรรมมานาน
เมื่อมัสก์เคยเสนอแนวคิดเปิดซอร์สอัลกอริทึมของ Twitter ระหว่างการเข้าซื้อกิจการในปี 2022 เจมี โมลส์ วิศวกรฝ่ายขายอาวุโสของบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ ExtraHop เตือนว่า แม้เป้าหมายด้านความโปร่งใสจะน่าชื่นชม แต่โค้ดที่เปิดเผยอาจถูกนำไปใช้โดยแพลตฟอร์มโซเชียล ผู้ลงโฆษณา และผู้ไม่หวังดีเพื่อศึกษาระบบและพัฒนาเครื่องมือโจมตีให้มีประสิทธิภาพขึ้น
หลักคิดสำคัญคือ ความโปร่งใสที่ช่วยให้นักวิจัยและผู้ตรวจสอบที่สุจริตมองเห็นระบบ ก็เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีมองเห็นระบบเช่นเดียวกัน อีกทั้งการตรวจสอบให้แน่ใจว่าโค้ดสาธารณะตรงกับทุกส่วนของระบบที่ทำงานจริง และการจัดการช่องโหว่หลังจากโค้ดถูกเปิดเผยแล้ว ล้วนเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่
คำประกาศวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 ถือเป็นคำมั่นด้านความโปร่งใสที่กว้างขวางกว่าการเปิดเผยอัลกอริทึมในเดือนมกราคมอย่างมาก เพราะครอบคลุมโค้ดทั้งแพลตฟอร์ม พร้อมการตรวจสอบโดยบุคคลที่สาม
คำประกาศนี้เกิดขึ้นหลังมีการเปิดเผยกรณี Grok Build อัปโหลดโค้ดของลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้รับเสียงวิจารณ์จากแซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI ซึ่งเรียกประเด็นความเป็นส่วนตัวของข้อมูลว่า “น่ากังวล”
แต่ในเวลานี้ยังไม่มีกรอบเวลาสำหรับการตรวจสอบหรือเผยแพร่ ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับ repository หรือใบอนุญาตซอฟต์แวร์ และยังไม่ชัดเจนว่า “โค้ดทั้งหมด” จะครอบคลุมส่วนใดบ้าง ดังนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า X จะเปิดโค้ดหรือไม่ แต่รวมถึงว่าจะเปิดเผยได้ครบถ้วนเพียงใด ตรวจสอบกับระบบจริงได้จริงหรือไม่ และสามารถควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยได้แค่ไหน
ในช่วงที่การค้นหาช่องโหว่ด้วย AI กำลังเร่งตัวขึ้น ภัยต่อโครงสร้างพื้นฐานโอเพนซอร์สกำลังทวีความรุนแรง และจำนวนช่องโหว่เฉลี่ยต่อฐานโค้ดเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า การเปิดเผยครั้งนี้จึงอาจเป็นทั้งก้าวสำคัญของความโปร่งใส และบททดสอบด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ของ X ในเวลาเดียวกัน