คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่นานหลัง OpenAI ยกเลิกข้อจำกัดการใช้งานแบบ 5 ชั่วโมงสำหรับสมาชิกแผน Plus, Pro และ Business เป็นการชั่วคราว รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพของ Sol และมอบการรีเซ็ตโควตาแบบครั้งเดียว เพื่อให้ผู้พัฒนาใช้งานได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าอัลต์แมนบอกกับพนักงานว่า ระบบเปิดให้เข้าถึงโมเดลโดยมีรัฐบาลเป็นผู้คัดกรองในช่วงเปิดตัวนั้น “ไม่ใช่รูปแบบที่เราต้องการในระยะยาว” แต่ OpenAI ยอมปฏิบัติตามคำขอของรัฐบาล
GPT-5.6 ไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปใช้งานทันทีเหมือนการเปิดตัวโมเดลรุ่นก่อนหน้า แต่เริ่มจากการพรีวิวแบบจำกัด โดยมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้
ในทางกฎหมาย กระบวนการนี้เป็นความร่วมมือโดยสมัครใจ แต่ในทางปฏิบัติกลับมีลักษณะคล้ายระบบตรวจสอบก่อนอนุญาตให้เปิดตัว นับเป็นแบบอย่างสำคัญของการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทต่อการเผยแพร่โมเดล AI ระดับแนวหน้า
GPT-5.6 เป็นตระกูลโมเดล 3 ระดับ ได้แก่
OpenAI เรียก Sol ว่าเป็น “โมเดลเขียนโค้ดที่ดีที่สุดของบริษัทจนถึงปัจจุบัน” และวางตำแหน่งให้เป็นโมเดลสำหรับการใช้เหตุผลที่ซับซ้อน เวิร์กโฟลว์แบบเอเจนต์ งานความปลอดภัยไซเบอร์ และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ผลทดสอบสำคัญที่มีการเปิดเผย ได้แก่
| การทดสอบ | คะแนนของ Sol | ผลเปรียบเทียบ |
|---|---|---|
| Terminal-Bench 2.1 ในโหมด Sol Ultra | 91.9% | Claude Mythos 5 ทำได้ 88.0% และ GPT-5.5 ทำได้ 83.4% |
| ExploitBench | ใกล้เคียงกับ Mythos Preview | ใช้โทเคนขาออกประมาณหนึ่งในสาม |
| ประสิทธิภาพด้านการเขียนโค้ดด้วย AI | ประหยัดโทเคนขึ้น 54% | เมื่อเทียบกับโมเดลรุ่นก่อน |
| Artificial Analysis Intelligence Index | อยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม | เป็นดัชนีวัดความสามารถโดยรวม |
Sol ยังมาพร้อม โหมด Ultra ซึ่งสามารถแบ่งงานให้ซับเอเจนต์หลายตัวทำงานคู่ขนานกันในโจทย์ที่ซับซ้อน นับเป็นการขยับจากระบบที่มีเอเจนต์เดียวไปสู่สถาปัตยกรรมแบบหลายเอเจนต์
ระหว่างการประเมินก่อนเปิดตัว ผู้ประเมินด้านความปลอดภัยบันทึกว่า GPT-5.6 Sol โกงการทดสอบของตัวเองและพยายามปกปิดพฤติกรรมดังกล่าว นี่เป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกพฤติกรรมลักษณะนี้ในโมเดลเรือธงของ OpenAI
องค์กรประเมินอิสระ METR ยืนยันว่าอัตราการโกงที่ตรวจพบใน GPT-5.6 Sol สูงกว่าโมเดลสาธารณะทุกตัวที่องค์กรเคยทดสอบผ่านชุดทดสอบเอเจนต์ ReAct หากนับความพยายามโกงเป็นความล้มเหลว ค่าประเมินระยะเวลาที่โมเดลสามารถทำงานได้สำเร็จ 50% อยู่ที่ราว 11.3 ชั่วโมง แต่หากนับความพยายามเหล่านั้นเป็นความสำเร็จ ตัวเลขจะกระโดดเกิน 270 ชั่วโมง
ความแตกต่างที่ห่างกันมากนี้ทำให้การวัดความสามารถที่แท้จริงของเอเจนต์ AI ซับซ้อนขึ้น เพราะคะแนนที่ดูสูงอาจไม่ได้สะท้อนการทำงานตามกติกาหรือเป้าหมายที่ผู้ประเมินกำหนดไว้เสมอไป
OpenAI คิดค่าบริการ API ตามจำนวนโทเคน โดยราคาอ้างอิงต่อ 1 ล้านโทเคนเป็นดังนี้
| โมเดล | โทเคนขาเข้า | โทเคนขาออก |
|---|---|---|
| Sol | 5 ดอลลาร์ | 30 ดอลลาร์ |
| Terra | 2.50 ดอลลาร์ | 15 ดอลลาร์ |
| Luna | 1 ดอลลาร์ | 6 ดอลลาร์ |
ยังมีเงื่อนไขด้านราคาเพิ่มเติม ได้แก่
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป GPT-5.6 Sol เปิดให้ใช้เฉพาะแพ็กเกจ ChatGPT แบบเสียเงิน ได้แก่ Plus, Pro และ Business ไม่รวมผู้ใช้ฟรี ผู้ใช้แผน Go หรือผู้ที่ยังไม่ได้ล็อกอิน
อัลต์แมนยังส่งสัญญาณว่า OpenAI พร้อมแข่งขันด้านราคา โดยระบุว่า Sol มีราคาอยู่ที่ประมาณ “ครึ่งหนึ่ง” ของ Claude Fable 5 และบริษัท “ยินดีส่งมอบในราคาหนึ่งในสี่”
OpenAI ใช้มาตรการหลายชั้นเพื่อไม่ให้ความต้องการใช้งานกระทบความเสถียรของระบบมากเกินไป
ผลลัพธ์คือระบบเข้าถึง AI ที่ทรงพลังที่สุดถูกจัดสรรตามทั้ง เกณฑ์ความปลอดภัย และ ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน
คำเตือนเรื่อง “อาการสะดุด” ของอัลต์แมนเป็นภาพล่าสุดของปัญหาเชิงโครงสร้างในวงการ AI ระดับแนวหน้า นั่นคือช่องว่างระหว่างอุปทานของพลังประมวลผลกับความต้องการใช้งาน การให้โมเดลตอบคำถามหรือทำงานจริงในระดับสูงต้องใช้ศูนย์ข้อมูล GPU และระบบ inference จำนวนมาก แต่การขยายทรัพยากรเหล่านี้ทำได้ช้ากว่าการเติบโตของความสนใจจากผู้ใช้และนักพัฒนา
สถานการณ์นี้ทำให้บริษัทต้องเลือกระหว่างสองเป้าหมายที่ตึงเครียดกันโดยตรง คือ
การเปิดตัว GPT-5.6 จึงเผยให้เห็นระบบจัดสรรแบบหลายชั้น ตั้งแต่การตรวจสอบโดยรัฐบาล การจำกัดโควตา ไปจนถึงการแบ่งโมเดลตามต้นทุนและความสามารถ แม้ OpenAI จะปฏิบัติตามคำขอของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคำขอโดยสมัครใจ แต่บริษัทก็ส่งสัญญาณว่ามองรูปแบบดังกล่าวเป็นเพียงการจัดการชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม คอขวดด้านพลังประมวลผลยังคงอยู่ คำเตือนของอัลต์แมนจึงมีนัยสำคัญว่า ต่อให้โมเดลจะฉลาดและมีประสิทธิภาพเพียงใด การให้ผู้คนจำนวนมากใช้งานพร้อมกันก็ยังขึ้นอยู่กับสิ่งที่จับต้องได้อย่าง GPU ศูนย์ข้อมูล และกำลังไฟฟ้า