แต่ในวันทำการถัดมาในตลาดหุ้นโซล (13 กรกฎาคม) หุ้น ร่วงลง 15.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ดัชนี KOSPI ลดลง 9% และต่ำกว่าระดับ 7,000 จุด ทำให้มีการหยุดพักการซื้อขาย 20 นาที
การร่วงลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาของบริษัทโดยตรง แต่เป็น การเทขายทำกำไรครั้งใหญ่ นักลงทุนเกาหลีถือหุ้นมารอบใหญ่จากการปรับตัวขึ้นก่อนหน้า และใช้ข่าวดีจากตลาด Nasdaq เป็นจังหวะในการขายทำกำไร
ก่อนหน้านี้ในวันที่ 23 มิถุนายน ตลาด KOSPI ก็เคยร่วงหนัก (12%) จนต้องสั่งหยุดซื้อขายสองครั้ง เนื่องจากถูกกองทุน ETF ที่ใช้ Leverage เข้ามาเทขายบังคับ
Samsung รายงาน กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสล่าสุดพุ่งสูงถึง 19 เท่า เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม แต่กลับเป็นข่าวที่ทำให้หุ้น ร่วง 7–8% สาเหตุคือผลประกอบการ "ไม่เป็นที่น่าพอใจ" ในมุมมองของนักลงทุนที่ได้ตั้งความคาดหวังไว้สูงเกินไปจากกระแส AI
หุ้นของ Samsung, SK Hynix และ Micron ต่างก็ เข้าสู่ 'ตลาดหมี' (ลดลงมากกว่า 20% จากจุดสูงสุดล่าสุด) ในวันเดียวกับที่ Samsung รายงานผลประกอบการที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์
หุ้น Samsung ปรับตัวขึ้นมากกว่าสองเท่าในปีที่ผ่านมา และนักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ประเมินว่าเกือบ 90% ของการปรับตัวขึ้นนี้เกิดจากความเชื่อมั่นในกระแส AI
การเทขายครั้งนี้จึงเป็นกลยุทธ์ 'ขายตามข่าว (sell the news)' แบบคลาสสิก ที่นักลงทุนหมุนเงินออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่คนแห่กันถือมากเกินไป
CXMT (ChangXin Memory Technologies) เปิดตัว IPO มูลค่า 4,300 ล้านดอลลาร์ (29,500 ล้านหยวน) บนกระดาน STAR Market ซึ่งเป็นตลาดเน้นเทคโนโลยีของเซี่ยงไฮ้ ถือเป็นดีลที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของตลาดนี้ บริษัทมีส่วนแบ่งตลาด DRAM ทั่วโลก ประมาณ 7.67% และถูกมองว่าเป็นแชมป์ระดับชาติที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน เพื่อปิดช่องว่างทางเทคโนโลยีกับผู้นำของเกาหลี
ความแตกต่างสำคัญ: CXMT เข้าจดทะเบียนใน ตลาดหุ้นภายในประเทศจีนที่รัฐบาลควบคุม ซึ่งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันส่วนใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบจากกระแสเงินทุนข้ามประเทศมากนัก ช่วงเวลาของ IPO นี้ตรงกับช่วงที่ตลาดหุ้นเกาหลีกำลังเผชิญกับการเทขาย — แต่ความเสี่ยงหลักของ CXMT อยู่ที่การควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ซึ่งอาจตัดทอนการเข้าถึงอุปกรณ์ผลิตชิปขั้นสูง ดังที่ระบุไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลหลักทรัพย์ของบริษัท แม้จะถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ CXMT วางแผนจะใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนเพื่อปรับปรุงสายการผลิตและเทคโนโลยี
| ปัจจัย | SK Hynix / Samsung | CXMT |
|---|---|---|
| ตลาด | ตลาดโลก / ตลาดหลักทรัพย์โซล | ตลาด STAR Market เซี่ยงไฮ้ (นักลงทุนจีนเท่านั้น) |
| ขนาด IPO | 26,500 ล้านดอลลาร์ (สหรัฐฯ) | 4,300 ล้านดอลลาร์ (จีน) |
| ปฏิกิริยาหุ้น | Nasdaq +13% , โซล -15% | ยังไม่เริ่มซื้อขาย; ปลอดจากคลื่นการเทขายข้ามประเทศ |
| กลุ่มนักลงทุนหลัก | นักลงทุนสถาบันข้ามชาติ, นักเก็งกำไรระยะสั้น | กองทุนที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลจีน, นักลงทุนรายย่อยในประเทศ |
| ความเสี่ยงหลัก | การปรับฐานมูลค่าหุ้น, ความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ AI | การคว่ำบาตรทางเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ, ช่องว่างทางเทคโนโลยี |
| การสนับสนุนจากรัฐ | กลไกตลาด | แชมป์ระดับชาติจากรัฐโดยตรง |
ทำไมความแตกต่างนี้ถึงสำคัญ: ยักษ์ใหญ่หน่วยความจำของเกาหลีใต้กำลังถูกปรับราคาลง เพราะมูลค่าหุ้นของพวกเขาพุ่งสูงเกินกว่าที่แม้แต่ผลกำไรที่ทำลายสถิติจะ justify ได้ ซึ่งเป็นการปรับฐานของ AI bubble แบบคลาสสิก ในทางกลับกัน CXMT กำลังเข้าสู่ตลาดสาธารณะในช่วงเวลาที่จีนกำลังเร่งผลักดันนโยบายพึ่งพาตนเองด้านเซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างของ IPO ออกแบบมาเพื่อดึงดูดเงินทุนจากในประเทศ โดยมี Exposure ต่อการเทขายทั่วโลกที่กระทบ Samsung และ SK Hynix อย่างจำกัด
เรื่องราวทั้งสองนี้ไม่ได้สะท้อนถึงพื้นฐานของอุตสาหกรรมชิปที่แตกต่างกัน แต่สะท้อนถึง ระบบนิเวศของตลาดทุนที่แตกต่างกัน — ระบบหนึ่งเป็นตลาดโลกที่เชื่อมต่อกันและกำลังลงโทษความคาดหวังที่สูงเกินจริง ส่วนอีกระบบหนึ่งเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนโดยนโยบายการเมือง และยังคงอยู่ในโหมดของการเล่าเรื่องการเติบโต