ดังนั้น ในระยะแรกบริการนี้ยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของธนาคารแต่ละแห่งว่าจะเข้าร่วมโครงการและนำไปเปิดให้ลูกค้าใช้เมื่อใด
AI Financial Assistant ขับเคลื่อนด้วย Visa Data & AI Platform (DAP) และใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงสถิติของเครือข่าย Visa ซึ่งประมวลผลธุรกรรมมากกว่า 300,000 ล้านรายการต่อปี เพื่อสร้างคำแนะนำด้านการใช้จ่ายที่เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน
ฟีเจอร์สำคัญ ได้แก่
Visa อธิบายแนวคิดนี้ว่าเป็นการช่วยให้ธนาคารเปลี่ยนจาก “บัญชีแสดงรายการแบบเชิงรับ” ไปสู่ “ศูนย์กลางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วย Generative AI” หรือไม่เพียงบอกว่าลูกค้าใช้เงินไปกับอะไร แต่ช่วยแนะนำว่าควรทำอะไรต่อ และเปิดทางให้ลงมือทำได้ทันทีในแอปที่ลูกค้าไว้วางใจ
AI Financial Assistant เป็นส่วนที่ผู้บริโภคมองเห็นได้ของยุทธศาสตร์ AI ที่ Visa กำลังขยายไปยังระบบการชำระเงินและการค้าในวงกว้าง โดยในงาน Visa Payments Forum 2026 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 ที่ซานฟรานซิสโก บริษัทเปิดตัวความสามารถใหม่ภายใต้แนวคิด Intelligent, Programmable Commerce
ความเคลื่อนไหวสำคัญประกอบด้วย
Visa ยังประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ OpenAI เพื่อให้การชำระเงินผ่าน Visa ทำงานอย่างปลอดภัยในระบบการค้าแบบ agentic AI agent จึงอาจช่วยผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าและชำระเงินตามกติกาที่ผู้ใช้กำหนด เช่น วงเงินสูงสุด ร้านค้าที่อนุญาต หรือเงื่อนไขที่ต้องขออนุมัติก่อน ผู้บริหาร Visa เรียกโครงสร้างพื้นฐานลักษณะนี้ว่าเป็นพื้นฐานของ “การค้าที่เริ่มต้นโดย AI”
ด้านการป้องกันการทุจริต Large Transaction Model เป็นการพัฒนาต่อจากเครื่องมือ AI เดิมของ Visa เช่น Visa Advanced Authorization ซึ่งใช้ประเมินความเสี่ยงของธุรกรรมบนเครือข่ายแบบเรียลไทม์ บริษัทยังเปิดตัวเครื่องมือ AI ใหม่สำหรับช่วยจัดการกระบวนการโต้แย้งรายการบัตรในเดือนเมษายน 2026
Visa AI Financial Assistant เข้าสู่ตลาดที่มีทั้งผู้ช่วยจากธนาคารและแอปฟินเทคอยู่แล้ว
จุดต่างของ Visa คือบริการนี้ถูกออกแบบมาให้เป็น ไวท์เลเบล ใช้ได้ในระดับเครือข่าย และฝังอยู่กับธนาคาร ธนาคารผู้ออกบัตรสามารถนำไปใส่ในแอปเดิมภายใต้ชื่อและแบรนด์ของตนเอง ขณะที่ Visa ใช้ข้อมูลระดับเครือข่ายเพื่อสร้างเกณฑ์เปรียบเทียบและคำแนะนำ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ธนาคารรายเดียวหรือแอปฟินเทคทั่วไปเข้าถึงได้ยาก
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนความพยายามของ Visa ที่จะขยับบทบาทจากการเป็นเพียง เครือข่ายการชำระเงิน ไปสู่การเป็น ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์และบริการเสริมแก่ธนาคารผู้ออกบัตร ด้วย
Visa จึงวางตัวเองเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังความสัมพันธ์ระหว่างธนาคารกับลูกค้า มากกว่าจะเข้ามาแทนที่ธนาคารโดยตรง ประธานฝ่ายเทคโนโลยีของ Visa เคยอธิบายการลงทุนด้าน AI ของบริษัทว่าเป็น กลยุทธ์ AI มูลค่า 3,300 ล้านดอลลาร์
เมื่อรวม AI Financial Assistant เข้ากับความร่วมมือกับ OpenAI ระบบชำระบัญชีด้วย Stablecoin การพัฒนาโทเคน และเครื่องมือป้องกันการทุจริต Visa กำลังสร้างแพลตฟอร์มแบบครบวงจรให้ธนาคารนำเสนอประสบการณ์ทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดย Visa ยังคงทำหน้าที่ทั้งเป็นเครือข่ายการชำระเงินและผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่อยู่เบื้องหลัง