Thomson Reuters ประกาศปลดวิศวกร 500 ตำแหน่งทั่วโลก หรือคิดเป็น 1.8% ของพนักงานทั้งหมด และ 5.2% ของฝ่ายปฏิบัติการและเทคโนโลยี เพื่อปรับโครงสร้างสู่การใช้ AI นักลงทุนตอบรับเชิงบวก หุ้น Thomson Reuters พุ่งขึ้นกว่า 11% ในวันถัดจากการประกาศ การปลดพนักงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ใหญ่ปี 2026 ที่ AI แซงหน้าการลดต้นทุน...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What is the significance of Thomson Reuters' decision to cut up to 500 engineering jobs worldwide. Article summary: On July 13, 2026, Thomson Reuters announced it is cutting up to 500 engineering jobs globally — roughly 1.8% of its total workforce of 27,100 and about 5.2% of its operations and technology division — as part of an aggre. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2026 Thomson Reuters ประกาศปลดวิศวกรจำนวนมากถึง 500 คนทั่วโลก ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1.8% ของพนักงานทั้งหมด 27,100 คน และ 5.2% ของฝ่ายปฏิบัติการและเทคโนโลยีที่มี 9,400 คน ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่เพื่อนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ทั่วทั้งองค์กร เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ข่าวเลย์ออฟทั่วไป แต่เป็นสัญญาณสำคัญของกลยุทธ์ AI ในภาคธุรกิจ และเป็นตัวอย่างชั้นดีของเทรนด์ใหญ่ในปี 2026 ที่บริษัทต่างๆ กำลังลดบทบาทด้านวิศวกรรมแบบดั้งเดิม เพื่อหันไปลงทุนในบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
นี่ไม่ใช่การเลิกจ้างในบริษัทเทคทั่วไป Thomson Reuters เป็นผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสาร กฎหมาย และกฎระเบียบที่มีอายุยาวนานถึง 170 ปี ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีล้วนๆ การที่บริษัทดั้งเดิมแบบนี้ปรับเปลี่ยนพนักงานวิศวกรรมไปสู่ AI แสดงให้เห็นว่าแรงกดดันในการนำระบบอัตโนมัติและ AI มาใช้นั้นได้ขยายวงกว้างออกไปไกลเกินกว่าซิลิคอนแวลลีย์แล้ว
บริษัทชี้แจงว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการจัดขีดความสามารถด้านวิศวกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่เน้น AI เป็นศูนย์กลาง ที่น่าสนใจคือ ในขณะเดียวกันบริษัทก็กำลังรับสมัครวิศวกรใหม่กว่า 250 ตำแหน่งที่เน้นด้าน AI และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ภายในสองปีข้างหน้า ทำให้การปรับโครงสร้างนี้เป็นการสลับพนักงานมากกว่าการลดขนาดโดยแท้จริง
พนักงานใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นระดับอาวุโสและผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI โดยตรง
นักลงทุนตอบรับเชิงบวกอย่างท่วมท้น หุ้น Thomson Reuters พุ่งขึ้นกว่า 11% ในวันถัดจากการประกาศ ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดมองว่าการเปลี่ยนแปลงสู่ AI นี้เป็นการสร้างมูลค่าให้กับบริษัท
ประกาศของ Thomson Reuters เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมที่ใหญ่กว่ามาก ในเดือนพฤษภาคม 2026 นายจ้างในสหรัฐฯ รายงานการเลิกจ้างมากกว่า 97,000 ตำแหน่ง และเป็นเดือนที่สามติดต่อกันที่ AI กลายเป็นเหตุผลหลักที่บริษัทต่างๆ อ้างถึง ตามข้อมูลจากบริษัทจัดหางาน Challenger, Gray & Christmas AI แซงหน้าการลดต้นทุน การปรับโครงสร้าง หรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจขึ้นมาเป็นเหตุผลอันดับหนึ่ง
เกือบ 40% ของการเลิกจ้างทั้งหมดที่ประกาศในเดือนพฤษภาคม 2026 มีสาเหตุมาจาก AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากเพียง 7% ในเดือนมกราคม 2026
จนถึงกลางเดือนมิถุนายน 2026 มีเหตุการณ์เลิกจ้าง 247 ครั้ง ส่งผลกระทบต่อพนักงาน 183,966 คนในภาคเทคโนโลยี การเงิน และการดูแลสุขภาพ โดยเฉลี่ยแล้วมีตำแหน่งงานหายไป 1,115 ตำแหน่งต่อวันทำการ ซึ่งเกือบเป็นสองเท่าของอัตราในปี 2025 เฉพาะบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ประกาศเลิกจ้าง 38,242 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบเดือนนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024
ในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2026 ภาคเทคโนโลยีได้เลิกจ้างพนักงานไปแล้วกว่า 123,000 ตำแหน่ง โดย AI เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
Thomson Reuters เข้าร่วมรายชื่อบริษัทขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงการลดจำนวนพนักงานกับการนำ AI มาใช้อย่างชัดเจน:
ทั่วทั้งอุตสาหกรรม บริษัทต่างๆ กำลังเลิกจ้างงานวิศวกรรมและการดำเนินงานแบบดั้งเดิม ในขณะเดียวกันก็เร่งรับสมัครบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้าน AI แนวทางของ Thomson Reuters ที่ตัด 500 ตำแหน่งแต่เพิ่ม 250+ ตำแหน่งที่เน้น AI สะท้อนถึงกลยุทธ์ "การปรับเปลี่ยนพนักงาน" ในวงกว้างนี้
รูปแบบนี้ขยายวงกว้างออกไปไกลกว่า Big Tech Block (บริษัทแม่ของ Square) เลิกจ้าง 4,000 ตำแหน่ง หรือประมาณ 40% ของพนักงานทั่วโลกในเดือนมีนาคม 2026 โดยแจ็ค ดอร์ซีย์ ซีอีโอ อ้างถึง "ความสามารถที่เพิ่มขึ้นของเครื่องมือ AI ในการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น"
งานวิจัยปี 2026 เกี่ยวกับ AI และการจ้างงานโดย S&P Global ให้บริบทที่สำคัญ ในบรรดาเป้าหมายขององค์กรในการนำ AI มาใช้ การลดจำนวนพนักงานมาเป็นลำดับค่อนข้างท้าย (24% อ้างถึง) ในขณะที่ประสิทธิภาพของกระบวนการ (64%) และประสิทธิผลของพนักงาน (59%) เป็นเป้าหมายหลัก นี่ชี้ให้เห็นว่าการเลิกจ้างมักเป็นผลพลอยได้รองมากกว่าเจตนาหลัก แต่ผลกระทบสะสมต่อการจ้างงานนั้นมหาศาล
S&P Global พบว่าผลกระทบสุทธิต่อการจ้างงานทั่วโลกจากการนำ AI มาใช้นั้นติดลบเป็นครั้งแรก โดยมีค่าติดลบ 5 จุดในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะลดลงอีกเล็กน้อยในปี 2026
BCG คาดการณ์ว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า งาน 50% ถึง 55% ในสหรัฐฯ จะถูกปรับเปลี่ยนโดย AI ในขณะที่ 10% ถึง 15% อาจถูกยกเลิกภายใน 5 ปี ความกังวลของพนักงานเกี่ยวกับความมั่นคงในงานเนื่องจาก AI พุ่งสูงขึ้นจาก 28% เป็น 40% ในปี 2026 ตามผลวิจัยเบื้องต้น
โดยสรุป การเลิกจ้างของ Thomson Reuters เป็นภาพจำลองย่อยของเรื่องราวใหญ่ในตลาดแรงงานปี 2026: การปรับโครงสร้างพนักงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ย้ายจากซิลิคอนแวลลีย์เข้าสู่ธุรกิจกระแสหลักของอเมริกา และกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว รูปแบบของการเลิกจ้างงานวิศวกรรมแบบดั้งเดิมเพื่อหันไปจ้างผู้เชี่ยวชาญ AI กำลังกลายเป็นความปกติใหม่ในทุกอุตสาหกรรม และนักลงทุนก็กำลังให้รางวัลกับบริษัทที่กล้าเปลี่ยนผ่าน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Thomson Reuters ประกาศปลดวิศวกร 500 ตำแหน่งทั่วโลก หรือคิดเป็น 1.8% ของพนักงานทั้งหมด และ 5.2% ของฝ่ายปฏิบัติการและเทคโนโลยี เพื่อปรับโครงสร้างสู่การใช้ AI
Thomson Reuters ประกาศปลดวิศวกร 500 ตำแหน่งทั่วโลก หรือคิดเป็น 1.8% ของพนักงานทั้งหมด และ 5.2% ของฝ่ายปฏิบัติการและเทคโนโลยี เพื่อปรับโครงสร้างสู่การใช้ AI นักลงทุนตอบรับเชิงบวก หุ้น Thomson Reuters พุ่งขึ้นกว่า 11% ในวันถัดจากการประกาศ
การปลดพนักงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ใหญ่ปี 2026 ที่ AI แซงหน้าการลดต้นทุน กลายเป็นเหตุผลหลักของการเลิกจ้างในสหรัฐฯ โดยในเดือนพฤษภาคม 2026 มีการปลดพนักงานมากกว่า 97,000 ตำแหน่ง และเกือบ 40% อ้างอิงถึง AI