อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ้นสุดสถิติ 55 วัน ช่องว่างพรีเมี่ยมได้แคบลงจากประมาณ -0.09% จนเกือบเป็นศูนย์ (-0.0072%) และ Bitcoin ก็ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในรอบ 21 เดือนที่ประมาณ 57,748 ดอลลาร์ในวันที่ 1 กรกฎาคม ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 64,340 ดอลลาร์ในวันที่ 10 กรกฎาคม แล้วสัญญาณที่มาบรรจบกันนี้บอกอะไรเกี่ยวกับดีมานด์สถาบันสหรัฐฯ และโอกาสที่ตลาดจะพลิกฟื้น? คำตอบนั้นมีความละเอียดอ่อน และข้อมูลก็บอกเล่าเรื่องราวที่ชัดเจนกว่าพาดหัวข่าว
ดัชนี Coinbase Bitcoin Premium วัดความแตกต่างของราคา Bitcoin บน Coinbase Pro ซึ่งเป็นกระดานเทรดหลักของสถาบันในสหรัฐฯ เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก นักวิเคราะห์ชี้ว่าพรีเมี่ยมที่ติดลบอย่างต่อเนื่องนั้นมาจากการขายอย่างไม่ลดละของนักลงทุนสถาบันสหรัฐฯ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนผ่านการไถ่ถอน Spot Bitcoin ETF ที่ทำสถิติสูงสุดและกระแสเงินทุนไหลออกจาก Coinbase Ali Martinez นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant อธิบายว่าสถิตินี้เป็นสัญญาณว่า 'เงินฉลาด' หรือนักลงทุนสถาบันรายใหญ่กำลังนั่งดูเฉยๆ ไม่เข้าซื้อ
สรุปเรื่องดีมานด์: ดีมานด์จากสถาบันสหรัฐฯ อ่อนแออย่างไม่ต้องสงสัย พรีเมี่ยมที่ติดลบต่อเนื่องและการไถ่ถอน ETF ที่เป็นประวัติการณ์ยืนยันว่านักลงทุนสถาบันรายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังลดการถือครองของตนตลอดช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569
การที่ช่องว่างพรีเมี่ยมแคบลงประกอบกับการฟื้นตัวของ Bitcoin จาก 57,748 ดอลลาร์เป็น ~64,340 ดอลลาร์ภายในวันที่ 10 กรกฎาคม ทำให้เกิดภาพที่ซับซ้อนขึ้น
ข้อมูลส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านจากระยะที่สถาบันกระจายสินทรัพย์อย่างแข็งขัน (Active Distribution) ไปสู่ระยะที่เป็นกลางหรือดูดซับ (Neutral/Absorptive Phase) แรงกดดันการขายที่ผลักดันให้เกิดสถิติ 55 วันกำลังลดลง แต่การฟื้นตัวอย่างแท้จริงจะต้องอาศัยการกลับมาของเม็ดเงินจากสถาบันสหรัฐฯ ซึ่งยังไม่ปรากฏให้เห็น ณ วันที่ 12 กรกฎาคม การฟื้นตัวมาที่ 64,000 ดอลลาร์นั้นขับเคลื่อนโดยรายงานการจ้างงานที่อ่อนแอ สัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับคริปโตจากนักการเมือง และดีมานด์จากนอกสหรัฐฯ มากกว่าการกลับมาของความต้องการซื้อจากสถาบันอเมริกัน