ความสัมพันธ์ซาอุดีอาระเบีย ยูเออีที่เคยแน่นแฟ้น กลายเป็นการแข่งขันเปิดเผย อันเนื่องมาจากความขัดแย้งตัวแทนในเยเมนและซูดาน นโยบายน้ำมันที่แตกต่าง และวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจที่ขัดแย้งกัน สงครามสหรัฐฯ อิหร่านปี 2569 ยิ่งตอกย้ำรอยร้าว เมื่อซาอุฯ ถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งโดยตรง ขณะที่ยูเออีเลือกท่าทีที่ระมัดระวังมากกว่า นอกจ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What is causing the deepening rift between Saudi Arabia and the United Arab Emirates, how has the. Article summary: Here is a fact-checked breakdown of the deepening Saudi-UAE rift, how the U.S.-Iran war widened it, and why Wall Street is being forced to pick a side.. Topic tags: general, news, general web, education, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny th
ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งยาวนานในฐานะพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ได้เสื่อมถอยลงจนกลายเป็นการแข่งขันแบบเปิดเผย สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านในปี 2569 ไม่ได้เป็นต้นตอของรอยร้าวนี้ แต่มันทำให้รอยร้าวที่เคยซ่อนเร้นอยู่ไม่อาจถูกมองข้ามอีกต่อไป สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นการแข่งขันแย่งชิงอิทธิพลอย่างเงียบๆ ได้กลายเป็นการต่อสู้ที่เปิดเผย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความมั่นคงในภูมิภาค ตลาดพลังงานโลก และสถาบันการเงินที่บริหารเงินหลายล้านล้านดอลลาร์จากกองทุนความมั่งคั่งของอ่าวเปอร์เซีย
เยเมนและซูดาน: จากสงครามตัวแทนกลายเป็นศัตรูกันโดยตรง
จุดปะทะที่เห็นได้ชัดที่สุดคือในเยเมน ช่วงปลายปี 2568 กองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากยูเออีอย่างสภาชั่วคราวภาคใต้ (Southern Transitional Council - STC) ได้เข้ายึดครองจังหวัดฮัดรามูตและมะห์ราในเยเมน ซาอุดีอาระเบียโต้ตอบด้วยการโจมตีทางอากาศต่อสิ่งที่เรียกว่าโกดังอาวุธของยูเออีในเยเมน
สถานการณ์คล้ายกันนี้ยังเกิดขึ้นในซูดาน โดยมหาอำนาจอ่าวเปอร์เซียทั้งสองหนุนฝ่ายตรงข้ามกันในสงครามกลางเมือง
ยูเออีถอนตัวจากโอเปก
ในเดือนเมษายน 2569 ยูเออีประกาศถอนตัวจากโอเปกและโอเปกพลัส ซึ่งถือเป็นการท้าทายอำนาจการนำนโยบายน้ำมันของซาอุดีอาระเบียโดยตรงที่กินเวลานานหลายทศวรรษ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่านี่เป็นสัญญาณของ "รอยร้าวที่ลึกขึ้นขณะที่อำนาจในอ่าวเปอร์เซียเปลี่ยนผ่าน" ยูเออีไม่พอใจโควต้าการผลิตน้ำมันที่ซาอุฯ กำหนดมาเป็นเวลานาน ซึ่งมองว่าขัดขวางการขยายกำลังการผลิตของตนเอง
พิมพ์เขียวเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน
ทั้งสองประเทศมีวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงสำหรับอนาคตของตน ยูเออีให้ความสำคัญกับการค้าเสรี โลจิสติกส์โลก และการเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่มีกฎระเบียบผ่อนปรน ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียภายใต้การนำของมุฮัมมัด บิน ซัลมาน และวิสัยทัศน์ 2030 กำลังดึงดูดสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาค คำสั่งการลงทุน และศูนย์กลางการตัดสินใจเข้าสู่ริยาด ซึ่งมักจะเป็นการแย่งชิงผลประโยชน์จากอาบูดาบีและดูไบ สถาบันเพื่อการศึกษาความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล (INSS) อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ว่า "จากการแข่งขันเงียบๆ สู่การเป็นคู่แข่งที่เปิดเผยในเรื่องความเป็นผู้นำ เกียรติภูมิ และอิทธิพลในภูมิภาค"
สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยการโจมตีทางอากาศที่สังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน สงครามนี้ทำให้ความแตกแยกระหว่างซาอุฯ และยูเออีซึ่งเคยหลีกเลี่ยงได้ กลายเป็นเรื่องที่ชัดเจนขึ้น
ท่าทีเชิงยุทธศาสตร์ที่แตกต่างกันต่ออิหร่าน
การวิเคราะห์จากคิงส์คอลเลจลอนดอนและแชธัมเฮาส์แสดงให้เห็นว่า ยูเออีและโอมานอยู่ในอีกฝั่งของสเปกตรัม โดยต้องการลดความตึงเครียดและรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับอิหร่าน ขณะที่ซาอุดีอาระเบียถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งโดยตรง จากการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้เข้าใส่โรงกลั่นน้ำมันของซาอุฯ และกองทัพอากาศซาอุฯ ได้ลอบโจมตีอิหร่านเป็นการตอบโต้
ยูเออีระมัดระวังมากกว่า โดยเกรงว่าการยกระดับความขัดแย้งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจที่พึ่งพาการค้าของดูไบ Andreas Krieg ผู้เชี่ยวชาญจากคิงส์คอลเลจลอนดอนกล่าวว่า "การหาจุดยืนร่วมของประเทศในอ่าวเปอร์เซียจึงเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง"
ศูนย์ Soufan Center รายงานว่าสงครามอิหร่าน "ทำให้ความแตกต่างระหว่างซาอุดีอาระเบียซึ่งนิยมการประนีประนอมกับอิหร่านและกลุ่มที่อิหร่านหนุนหลัง และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งเชื่อว่าการเผชิญหน้าทางทหารกับอิหร่านและพันธมิตรสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงปฏิรูปได้ กว้างขึ้น"
การปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สงครามอิหร่านนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัยสำหรับการเดินเรือส่วนใหญ่ ซึ่งก่อให้เกิด "ความเสี่ยงพื้นฐานต่อความมั่นคงและความมีชีวิตทางเศรษฐกิจ" ของชาติสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ยูเออีซึ่งต้องพึ่งพาเส้นทางเดินเรือเปิดสำหรับท่าเรือเจเบล อาลีและการขนถ่ายน้ำมัน ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างไม่สมส่วน ทำให้ความไม่พอใจต่อท่าทีที่แข็งกร้าวกว่าของริยาดยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ความแตกแยกขยายไปสู่การเงิน
ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา ธนาคารซาอุดีอาระเบียได้เริ่มปิดกั้น ล่าช้า หรือส่งคืนการชำระเงินจากหน่วยงานในซาอุฯ ไปยังบัญชีในยูเออี โดยมักไม่มีคำอธิบายใดๆ ทั้งไฟแนนเชียลไทมส์และบลูมเบิร์กรายงานถึงความล่าช้านี้ โดยนักธุรกิจกล่าวว่าการโอนเงินที่เคยดำเนินการตามปกติ กลับถูกระงับไว้อย่างไม่มีกำหนด
ผู้บริหารชาวตะวันตกรายหนึ่งเปิดเผยว่าการชำระเงินสามครั้งจากลูกค้าซาอุฯ ที่ทำธุรกิจกันมานานถูกปิดกั้นและส่งกลับคืน
เหตุการณ์นี้บีบให้บริษัทต่างๆ ต้องหันไปโอนเงินผ่านบาห์เรนหรือใช้วิธีการที่แพงขึ้น
Semafor รายงานว่าบุคคลบางรายถึงกับต้องเดินทางระหว่างสองประเทศอ่าวเปอร์เซียพร้อมกับเงินสดจำนวนมาก
ขนาดของเดิมพัน
กองทุนความมั่งคั่งของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงกองทุนการลงทุนสาธารณะ (PIF) ของซาอุดีอาระเบีย (ประมาณ 925,000 ล้านดอลลาร์), กองทุน ADIA, ADQ และ Mubadala ของยูเออี รวมถึง QIA ของกาตาร์ และ KIA ของคูเวต บริหารจัดการสินทรัพย์รวมกันประมาณ 3 ล้านล้านดอลลาร์หรือมากกว่า กองทุนเหล่านี้เป็นหนึ่งในแหล่งเงินทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับฝ่ายบริหารสินทรัพย์ ที่ปรึกษา และวาณิชธนกิจของวอลล์สตรีท
คำขาดสำนักงานใหญ่ในริยาดของซาอุดีอาระเบีย
ซาอุดีอาระเบียกำหนดให้ธนาคารใดก็ตามที่ต้องการคำสั่งการลงทุนจากรัฐบาลหรือ PIF ต้องจัดตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคภายในราชอาณาจักร "ไม่มีธนาคารใดเลยที่จะสามารถเข้าถึงคำสั่งการลงทุนของรัฐบาลในราชอาณาจักรได้ หากไม่มีเอกสารสำคัญนั้น" รายงานอุตสาหกรรมหนึ่งระบุ เจพีมอร์แกน เชส, โกลด์แมน แซคส์ และมอร์แกน สแตนลีย์ ต่างก็ได้รับใบอนุญาตสำนักงานใหญ่ในริยาดแล้ว
โกลด์แมน แซคส์เพียงแห่งเดียวเพิ่มจำนวนพนักงานในริยาดเป็นสามเท่าเป็นประมาณ 60 คน และเปิดตัวบริการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลในประเทศที่นั่น
นอกจากนี้ PIF ของซาอุฯ ยังเป็นผู้ลงทุนหลักในกองทุนที่เน้นภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียแห่งใหม่ของโกลด์แมน แซคส์ แอสเซท แมเนจเมนท์
การทรงตัวที่ impossible
ตามรายงานของบลูมเบิร์กที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2569 ซึ่งอ้างอิงจากการสัมภาษณ์นายธนาคารวอลล์สตรีทและผู้บริหาร Private Equity กว่าสิบคน ความแตกแยกในอ่าวเปอร์เซียทำให้สถาบันการเงินต้องเลือกข้างอย่างมีประสิทธิภาพ ธนาคารที่กระชับความสัมพันธ์กับริยาด อาจเสี่ยงทำให้อาบูดาบีไม่พอใจ และในทางกลับกัน บทความหนึ่งชื่อ "รอยร้าวซาอุฯ-ยูเออีมูลค่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ ที่วอลล์สตรีทปิดตาข้างเดียวไม่ได้" เปิดเผยว่าการสนทนาส่วนตัวเผยให้เห็น "ความกังวลที่เงียบแต่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งส่วนใหญ่หลุดรอดจากเรดาร์ของสาธารณชน"
รายงานเดียวกันระบุว่า โกลด์แมน แซคส์, มอร์แกน สแตนลีย์, แบล็คร็อก, บรู๊คฟิลด์ และเคเคอาร์ เริ่มวางแผนฉุกเฉินในกรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศเลวร้ายลง
รูปแบบที่เกิดขึ้น
ธนาคารทั้งสามแห่งยังคงดำเนินการในยูเออี แต่ทิศทางชัดเจน: ริยาดกำลังเรียกร้องความเป็นใหญ่ และวอลล์สตรีทกำลังตอบสนองเนื่องจากราชอาณาจักรควบคุมแหล่งเงินทุนที่สามารถนำไปใช้ได้มากกว่า และสามารถระงับคำสั่งการลงทุนจากบริษัทที่ไม่ปฏิบัติตามได้
ในอดีต อิหร่านพยายามแสวงหาประโยชน์จากความแตกแยกภายในคณะมนตรีความร่วมรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ทั้งการวิเคราะห์ของคิงส์คอลเลจลอนดอนและรายงานของสถาบันบรูคกิ้งส์ ระบุว่าอิหร่านมองว่ารอยร้าวระหว่างซาอุฯ-ยูเออีเป็นจุดอ่อนทางยุทธศาสตร์ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านพุ่งเป้าไปที่แผ่นดินซาอุฯ แต่กลับยั้งมือกว่าเมื่อเทียบกับยูเออี ซึ่งนักวิเคราะห์ตีความว่าเป็นความพยายามจงใจที่จะทำให้รอยร้าวในอ่าวเปอร์เซียลึกยิ่งขึ้น แทนที่จะทำให้ริยาดและอาบูดาบีรวมเป็นหนึ่งเพื่อต่อสู้กับศัตรูร่วมกัน
เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้รูปแบบเชิงยุทธศาสตร์จะถูกบันทึกไว้ชัดเจน แต่การวิเคราะห์นี้ไม่สามารถยืนยันการข่มขู่โดยตรงของอิหร่านที่ว่า "จะบดขยี้ชาวเอมิเรตส์" จากแหล่งที่สืบค้นได้อย่างอิสระ หลักฐานที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่าอิหร่านปรับระดับการตอบโต้ทางทหารต่อแต่ละประเทศแตกต่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์แบ่งแยกและกดดัน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อการดำรงอยู่ของยูเออี
รอยร้าวระหว่างซาอุฯ-ยูเออีไม่ใช่ความไม่ลงรอยกันหลังประตูปิดอีกต่อไป มันกลายเป็นลักษณะโครงสร้างของภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางที่มีผลโดยตรงต่อการเงินโลก ตลาดพลังงาน และความมั่นคง สงครามอิหร่านบีบให้ทั้งสองประเทศต้องเปิดไพ่ และตอนนี้วอลล์สตรีทกำลังถูกขอให้วางเดิมพัน ธนาคารที่บริหารเงินล้านล้านดอลลาร์ของอ่าวเปอร์เซียกำลังค้นพบว่าในสงครามเย็นครั้งใหม่นี้ ความเป็นกลางอาจไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ความสัมพันธ์ซาอุดีอาระเบีย ยูเออีที่เคยแน่นแฟ้น กลายเป็นการแข่งขันเปิดเผย อันเนื่องมาจากความขัดแย้งตัวแทนในเยเมนและซูดาน นโยบายน้ำมันที่แตกต่าง และวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจที่ขัดแย้งกัน
ความสัมพันธ์ซาอุดีอาระเบีย ยูเออีที่เคยแน่นแฟ้น กลายเป็นการแข่งขันเปิดเผย อันเนื่องมาจากความขัดแย้งตัวแทนในเยเมนและซูดาน นโยบายน้ำมันที่แตกต่าง และวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจที่ขัดแย้งกัน สงครามสหรัฐฯ อิหร่านปี 2569 ยิ่งตอกย้ำรอยร้าว เมื่อซาอุฯ ถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งโดยตรง ขณะที่ยูเออีเลือกท่าทีที่ระมัดระวังมากกว่า นอกจากนี้ ซาอุฯ ยังเริ่มอุดตันการโอนเงินไปยังบัญชีในยูเออี ซึ่งเป็นการใช้มาตรการทางการ...
กองทุนความมั่งคั่งของทั้งสองประเทศรวมมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ บีบให้วอลล์สตรีทอย่างโกลด์แมน แซคส์, มอร์แกน สแตนลีย์ และเจพีมอร์แกน ต้องเลือกข้าง โดยส่วนใหญ่โอนเอียงไปทางซาอุฯ ตามเงื่อนไขการตั้งสำนักงานใหญ่ในริยาด