ทาเดย์ โปกาชาร์ (ทีมยูเออี เอมิเรตส์-เอ็กซ์อาร์จี) เปิดฉากโจมตีในระยะ 4.1 กิโลเมตรก่อนถึงยอดเขาโกล์ดูว์ตูร์มาแลต์ ซึ่งหมายความว่าเขายังต้องปั่นอีกกว่า 43 กม. กว่าจะถึงเส้นชัย ไม่มีนักปั่นในกลุ่มเต็งใดสามารถตอบโต้ได้ โปกาชาร์ปั่นเดี่ยวข้ามยอดเขาเพื่อคว้ารางวัลซูว์นีร์ ชาค กอดเด (Souvenir Jacques Goddet) จากนั้นก็ทิ้งห่างคู่แข่งมากขึ้นเรื่อยๆ ในการลงเขาและการไต่เขาช่วงสุดท้าย 18.7 กม. สู่กาแวร์นี-แซดร์
เขาเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 4 ชั่วโมง 32 นาที 07 วินาที คว้าชัยชนะเหนือ โจนาส วิงเกการ์ด (วิสมา-ลีสอะไบก์) ไปได้อย่างขาดลอยด้วยเวลา 2 นาที 38 วินาที
รายงานข่าวต่างพากันบรรยายถึงฟอร์มที่ "ไร้ความปรานี" และ "ทำลายสถิติ" ของการไต่เขาตูร์มาแลต์ในครั้งนี้
| ตำแหน่ง | นักปั่น | เวลา |
|---|---|---|
| 1 | ทาเดย์ โปกาชาร์ (UAE Team Emirates-XRG) | 4 ชม. 32 นาที 07 วินาที |
| 2 | โจนาส วิงเกการ์ด (Visma-Lease a Bike) | + 2 นาที 38 วินาที |
| 3 | ไอแซค เดล โตโร (UAE Team Emirates-XRG) | + 2 นาที 57 วินาที |
| 4 | เรอโก เอฟเนปุล (Red Bull-Bora-Hansgrohe) | + 2 นาที 57 วินาที |
| 5 | ปอล เซสกา (Decathlon CMA CGM) | + 2 นาที 57 วินาที |
| 6 | ฟลอเรียน ลิโพวิตซ์ (Red Bull-Bora-Hansgrohe) | + 2 นาที 57 วินาที |
| 7 | ควน อายูโซ (Lidl-Trek) | + 2 นาที 57 วินาที |
| ตำแหน่ง | นักปั่น | เวลา |
|---|---|---|
| 1 (เสื้อเหลือง) | ทาเดย์ โปกาชาร์ | 21 ชม. 11 นาที 57 วินาที |
| 2 | โจนาส วิงเกการ์ด | + 2 นาที 42 วินาที |
| 3 | ไอแซค เดล โตโร | + 3 นาที 27 วินาที |
| 4 | เรอโก เอฟเนปุล | + 3 นาที 30 วินาที |
| 5 | ควน อายูโซ | + 3 นาที 34 วินาที |
| 6 | ปอล เซสกา | + 3 นาที 55 วินาที |
| 7 | ฟลอเรียน ลิโพวิตซ์ | + 4 นาที 00 วินาที |
ดราม่าภายในกรุ๊ปไล่ตามนั้นแทบจะบดบังความยิ่งใหญ่ของชัยชนะของโปกาชาร์ไปเสียสิ้น ในช่วงสองสามกิโลเมตรสุดท้ายสู่กาแวร์นี-แซดร์ เมื่อต้องชิงตำแหน่งที่สาม เรอโก เอฟเนปุล ขอให้ฟลอเรียน ลิโพวิตซ์ ซึ่งเป็นผู้นำร่วมของทีม ออกมาปั่นนำหน้าเพื่อเซ็ตอัพ給他แล้วแต่ลิโพวิตซ์กลับปฏิเสธ เอฟเนปุล ซึ่งแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนหลังจากเข้าเส้นชัย กล่าวว่า "ผมขอให้เขาตะบันให้ ผมไม่ได้ (I asked for a lead-out and didn't get one)" เขาย้ำให้นักข่าวฟังถึงงานที่เขาทำเพื่อลิโพวิตซ์ในช่วงต้นฤดูกาล โดยเฉพาะการแข่งขันตูร์ออฟกาตาโลเนีย (Tour of Catalonia) และกล่าวว่าปัญหานี้ "ต้องถูกพูดคุยกันเย็นนี้"
สปอร์ต 1 (Sport1) สื่อเยอรมันรายงานว่าเอฟเนปุล "เดือดจัด" และบรรยายถึง "รอยร้าวแรกของความสามัคคีในทีม"
ทีมเร้ดบูลล์-โบรา-ฮันส์โกรเฮ เข้าสู่การแข่งขันตูร์เดอฟรองซ์ 2026 ด้วยนโยบาย ผู้นำร่วม (co-leadership) อย่างเปิดเผย ผู้จัดการทีมราล์ฟ เดงก์ (Ralph Denk) ยืนยันว่าเอฟเนปุลและลิโพวิตซ์ต่างก็เป็นผู้นำทีม และ "จะต้องสู้กันเองบนถนน" ลิโพวิตซ์จบอันดับ 3 ในการแข่งขันปี 2025 และคว้าเสื้อขาวดาวรุ่งมาครอง ขณะที่เอฟเนปุลย้ายมาเป็นแข้งดัง ทำให้ทั้งคู่เป็นคู่หูที่แข็งแกร่งแต่ก็อาจจะระเบิดได้ง่าย
เหล่าผู้เชี่ยวชาญเคยเตือนว่า "มีอีโก้จำนวนมากที่เกี่ยวข้อง"
ตัวเอฟเนปุลเองก็เคยปัดคำถามเกี่ยวกับการแข่งขันภายในทีมก่อนการแข่งขัน แต่ความตึงเครียดได้ปะทุขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้วในการแข่งขันแบบทีมไทม์ไทรอัลสเตจที่ 1 ซึ่งเอฟเนปุลทำความเร็วจนลิโพวิตซ์ตามไม่ทันโดยไม่ตั้งใจ
เหตุการณ์ในสเตจที่ 6 ถือเป็นครั้งแรกที่มีการโต้เถียงกันในที่สาธารณะ ซึ่งยืนยันถึงความเปราะบางของโมเดลการนำทีมแบบคู่ของทีม
นักปั่นต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงมากในเทือกเขาพิเรนีสเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ภาคใต้ของฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรง และสภาพอากาศที่โหดร้ายยิ่งเพิ่มความยากลำบากให้กับการปีนเขาสูงถึง 4,150 เมตรนี้ แม้ว่าจะไม่มีรายงานที่เชื่อมโยงคลื่นความร้อนและสภาพไฟป่าโดยตรงกับสเตจที่ 6 แต่บริบทที่กว้างขึ้นของคลื่นความร้อนในเดือนกรกฎาคม 2026 ทั่วภาคตะวันตกเฉียงใต้ก็สอดคล้องกับรายงานข่าวทั่วไปในช่วงเวลาดังกล่าว