การปรากฏตัวดังกล่าวยังเกิดขึ้นพร้อมข่าวเปิดตัวหนังสือบันทึกความทรงจำเล่มแรกของเขา Drive ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่ายช่วงปลายเดือนตุลาคม 2026 ทำให้ฮอร์เนอร์กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดของสุดสัปดาห์การแข่งขัน
Red Bull ประกาศปลดฮอร์เนอร์จากตำแหน่งหัวหน้าทีมและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2025 หรือสามวันหลังบริติชกรังด์ปรีซ์ปี 2025 จากนั้นการแยกทางอย่างเป็นทางการจึงเสร็จสิ้นในเดือนกันยายนปีเดียวกัน
ตัวเลขเงินชดเชยที่สื่อรายงานยังไม่ตรงกัน ได้แก่
ความแตกต่างอาจมาจากวิธีคำนวณที่ไม่เหมือนกัน เช่น การนับยอดก่อนหรือหลังหักภาษี รวมถึงโบนัสและรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือข้อตกลงดังกล่าวมีเงื่อนไข ห้ามแข่งขันเป็นเวลา 10 เดือน และเงื่อนไขนี้หมดอายุลงภายในช่วงปลายเดือนเมษายน 2026 ทำให้ฮอร์เนอร์มีอิสระที่จะกลับเข้าสู่ F1
ความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนที่สุดของฮอร์เนอร์อยู่ที่การลงทุนใน Alpine F1 มากกว่าการกลับไปนั่งเก้าอี้หัวหน้าทีมทันที
ในเดือนมกราคม 2026 Alpine ยืนยันว่าฮอร์เนอร์เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มทุนที่สนใจซื้อหุ้น 24% ซึ่งถือโดย Otro Capital บริษัทไพรเวตอิควิตี้จากสหรัฐฯ ฟลาวิโอ บริอาโตเร ที่ปรึกษาฝ่ายบริหารของ Alpine ก็ยอมรับว่าฮอร์เนอร์สนใจดีลดังกล่าว แต่การซื้อขายยังต้องได้รับความเห็นชอบจาก Renault ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทีม
ทว่าดีลนี้ยังไม่ใช่เรื่องที่ปิดได้ง่าย เอกสารของ Alpine ระบุว่า Otro อาจติดข้อจำกัดไม่ให้ขายหุ้นจนกว่าจะถึงเดือนกันยายน 2026 และหลังจากนั้นก็ยังต้องได้รับการอนุมัติจาก Renault อยู่ดี นอกจากนี้ Mercedes ยังยื่นข้อเสนอแข่งขันเพื่อซื้อหุ้นก้อนเดียวกัน ทำให้เส้นทางของกลุ่มทุนฮอร์เนอร์ซับซ้อนขึ้น
รายงานล่าสุดประเมินมูลค่า Alpine ไว้ประมาณ 2,500 ล้านปอนด์ หากใช้ตัวเลขนี้เป็นฐาน หุ้น 24% อาจมีมูลค่าราว 600 ล้านปอนด์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าการกลับมาของฮอร์เนอร์อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่บทบาทผู้บริหาร แต่อาจขยับไปสู่การเป็นผู้ลงทุนหรือเจ้าของทีมบางส่วนด้วย
Reuters รายงานเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ว่าฮอร์เนอร์มีการพูดคุยกับ BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่จากจีน แต่ยังไม่มีการสรุปข้อตกลงใด ๆ
จากนั้นจึงเกิดกระแสคาดการณ์ว่าเขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับทีม F1 ลำดับที่ 12 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก BYD อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่พบข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม หรือการยื่นใบสมัครต่อ FIA เพื่อขอเข้าร่วมการแข่งขันแต่อย่างใด
พูดอีกอย่างคือ ข่าว BYD ยังอยู่ในระดับการพูดคุยและการคาดการณ์ ไม่ใช่การประกาศจัดตั้งทีมใหม่อย่างเป็นทางการ
ชื่อของฮอร์เนอร์ถูกเชื่อมโยงกับ Aston Martin อยู่หลายครั้ง รวมถึงข่าวลือเกี่ยวกับ Ferrari และ Alpine แต่ยังไม่มีดีลใดเกิดขึ้น
ณ บริติชกรังด์ปรีซ์ 2026 ฮอร์เนอร์ยังไม่ได้เข้ารับตำแหน่งฝ่ายปฏิบัติการกับทีมใด และไม่มีการประกาศแต่งตั้งเขาอย่างเป็นทางการ ดังนั้น การปรากฏตัวที่ซิลเวอร์สโตนจึงควรถูกมองว่าเป็นการกลับเข้าสู่บรรยากาศของ F1 ไม่ใช่การยืนยันว่าเขากลับมารับงานแล้ว
ก่อนการแข่งขันบริติชกรังด์ปรีซ์ มีรายงานว่าฮอร์เนอร์ได้รับเชิญจาก Formula 1 และ FIA ให้เข้าร่วมงานที่ซิลเวอร์สโตน ขณะเดียวกัน ประธาน FIA เคยแสดงความเห็นในทำนองว่าฮอร์เนอร์ “จะกลับมา” สู่ F1 แต่จากผลการค้นหาที่มีอยู่ ยังไม่พบคำพูดโดยตรงที่ยืนยันถ้อยคำดังกล่าวแบบคำต่อคำ
สิ่งที่ยืนยันได้คือฮอร์เนอร์ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าสู่แพดด็อก และข้อจำกัดด้านสัญญาที่เคยขวางทางเขาได้สิ้นสุดลงแล้ว ส่วนการจะกลับมาในฐานะผู้บริหาร นักลงทุน หรือผู้ร่วมก่อตั้งทีมใหม่นั้น ยังต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการ
ฮอร์เนอร์กลับมาอยู่ท่ามกลางผู้คนในแพดด็อก F1 แล้ว และไม่มีข้อห้ามแข่งขันจาก Red Bull ขวางทางอีกต่อไป เงินชดเชยที่สื่อรายงานอยู่ในช่วงประมาณ 75-80 ล้านปอนด์ ขณะที่ดีลที่มีรายละเอียดชัดเจนที่สุดคือความพยายามเข้าซื้อหุ้น 24% ใน Alpine
แต่ดีลดังกล่าวยังติดเงื่อนไขการขายของ Otro Capital การอนุมัติจาก Renault และแรงกดดันจากข้อเสนอของ Mercedes ส่วนการพูดคุยกับ BYD และข่าวเชื่อมโยง Aston Martin ยังไม่มีผลลัพธ์ที่ยืนยันได้
บทสรุป ณ บริติชกรังด์ปรีซ์ 2026: คริสเตียน ฮอร์เนอร์กลับมาในแพดด็อกแล้ว แต่ยังไม่ได้กลับมารับตำแหน่งกับทีมใดอย่างเป็นทางการ