BYD เปิดตัว Seal 08 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 หรือเพียง 6 วันก่อนรถรุ่นนี้จะกลายเป็น NEV คันที่ 17 ล้านของบริษัท รถซีดานเรือธงของตระกูล Ocean มีทั้งหมด 6 รุ่นย่อย ราคาอยู่ระหว่าง 196,900–239,900 หยวน หรือประมาณ 28,950–35,556 ดอลลาร์สหรัฐ
กระแสตอบรับช่วงเปิดตัวค่อนข้างร้อนแรง ข้อมูลที่ Andy Ding นักวิเคราะห์ BYD บนแพลตฟอร์ม Xueqiu รวบรวมระบุว่า Seal 08 มียอดคำสั่งซื้อยืนยันแล้วประมาณ 65,000 คันภายในเวลาเพียง 30 ชั่วโมงเศษ แบ่งเป็นยอดจองล่วงหน้าแบบยังไม่เห็นรายละเอียดรถราว 40,000 คันตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน และคำสั่งซื้อหลังเปิดตัวอีกประมาณ 25,000 คัน
รุ่นไฟฟ้าล้วนของ Seal 08 ใช้สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์และแบตเตอรี่ Blade รุ่นที่สอง ให้ระยะทางสูงสุด 905 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC ซึ่งเป็นรอบทดสอบของจีน โดย BYD ระบุว่าระบบชาร์จเร็วสามารถเพิ่มระยะทางได้ 400 กิโลเมตรภายใน 5 นาทีภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม
ส่วนรุ่นปลั๊กอินไฮบริดมีระยะทางรวมสูงสุด 1,660 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC ขณะที่รุ่นไฟฟ้าขับเคลื่อนสี่ล้อระดับท็อปให้กำลัง 694 แรงม้า และเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 3.3 วินาที
BYD จำหน่าย NEV ทั่วโลกได้ 403,472 คันในเดือนมิถุนายน 2026 เพิ่มขึ้น 5.46% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเป็นการเติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง
ในจำนวนนี้ รถ NEV นั่งส่วนบุคคลคิดเป็น 397,292 คัน แบ่งเป็นรถไฟฟ้าล้วน 201,472 คัน และรถปลั๊กอินไฮบริด 195,820 คัน สะท้อนความต้องการของทั้งสองระบบขับเคลื่อนที่ใกล้เคียงกัน
ตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดคือยอดขายนอกประเทศจีน ซึ่งทำสถิติใหม่ที่ 175,349 คัน เพิ่มขึ้น 94.73% จากปีก่อน และคิดเป็นมากกว่า 43% ของยอดขายทั้งหมดในเดือนนั้น
ยอดขายต่างประเทศช่วยชดเชยยอดขายในจีนที่ลดลง 22% เหลือ 228,123 คันได้อย่างมีนัยสำคัญ ในเดือนเดียวกัน ยอดขายต่างประเทศของ BYD ยังขยับเข้าใกล้ระดับยอดขายรถทั่วโลกของ Tesla ด้วย
ในไตรมาส 2 ปี 2026 BYD ส่งมอบรถยนต์นั่งไฟฟ้าล้วน หรือ BEV ได้ 557,090 คัน ขณะที่ Tesla ส่งมอบรถทั่วโลก 480,126 คันในช่วงเวลาเดียวกัน
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ BYD กลับมาครองตำแหน่งผู้นำยอดขาย BEV ทั่วโลก โดยมีส่วนต่าง 76,964 คัน หรือประมาณ 16% แม้ Tesla จะทำผลงานไตรมาส 2 ได้ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก
ยอดขาย BEV ของ BYD เพิ่มขึ้นเกือบ 80% จากไตรมาส 1 ซึ่งอยู่ที่ 310,389 คัน แต่ยังลดลงประมาณ 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน การสลับตำแหน่งครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง Tesla ขึ้นนำ BYD ได้ชั่วคราวในไตรมาสแรกของปี 2026
การเปรียบเทียบนี้นับเฉพาะรถไฟฟ้าล้วน เพราะ Tesla จำหน่ายรถประเภท BEV เท่านั้น ขณะที่ยอด NEV รวมของ BYD ยังรวมรถปลั๊กอินไฮบริดด้วย
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนเส้นกราฟการผลิตที่ชันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด BYD ผลิต NEV คันที่ 10 ล้านได้ในช่วงปลายปี 2024 และขยับขึ้นมาเป็น 17 ล้านคันในเวลาประมาณ 20 เดือน
โดยเฉพาะช่วงจาก 16 ล้านคันสู่ 17 ล้านคันที่ใช้เวลาเพียง 82 วัน แสดงให้เห็นว่าบริษัทกำลังเร่งกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเติบโตของยอดขายต่างประเทศและความสนใจต่อรุ่นเรือธงอย่าง Seal 08 กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของ BYD ในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ทั่วโลก