Strategy (MicroStrategy เดิม) ขาย Bitcoin จำนวน 3,588 เหรียญ มูลค่า 216 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60,200 ดอลลาร์ต่อ BTC ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทที่ 70,982 ดอลลาร์ต่อ BTC ทำให้บริษัทขาดทุนจากการขายครั้งนี้ และส่งสัญญาณว่า Bitcoin ถูกเปลี่ยนจากสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์มาเป็น...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What was the significance of Strategy's (formerly MicroStrategy) first major Bitcoin sale in six. Article summary: Here is the fact-checked breakdown of both events.. Topic tags: general, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 Strategy (บริษัทที่เปลี่ยนชื่อจาก MicroStrategy) ได้เปิดเผยในแบบฟอร์ม 8-K ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ว่าบริษัทได้ขาย Bitcoin จำนวน 3,588 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 216 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายนถึง 5 กรกฎาคม 2026 การขายครั้งนี้แบ่งเป็นสองล็อต: 1,363 BTC ที่ราคาเฉลี่ย ~59,256 ดอลลาร์ และ 2,225 BTC ที่ราคาเฉลี่ย ~60,773 ดอลลาร์ รวมเป็นราคาเฉลี่ยโดยรวมประมาณ 60,200 ดอลลาร์ต่อ BTC
เงินที่ได้ถูกจัดสรรเพื่อจ่ายเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ์ของ Strategy รวมถึง STRF, STRE, STRK, STRD และ STRC
นี่คือ การขาย Bitcoin ครั้งใหญ่ที่สุดของ Strategy นับตั้งแต่เริ่มสะสม BTC ในปี 2020 และเป็นการขายเพียงครั้งที่สามเท่านั้นนับตั้งแต่เริ่มต้นกลยุทธ์คริปโต ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือเป็น การขาย Bitcoin ที่มีนัยสำคัญครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 (การขาย 32 BTC เล็กน้อยในเดือนพฤษภาคม 2026 เป็นเพียงการขายครั้งแรกในรูปแบบใดก็ตามเท่านั้น)
การเคลื่อนไหวนี้แสดงถึงการละทิ้งวาทกรรม "never sell your Bitcoin" (อย่าขาย Bitcoin ของคุณเด็ดขาด) ของ Michael Saylor อย่างชัดเจน แหล่งข่าวหลายแห่งระบุว่าการขายครั้งนี้เป็นสัญญาณว่า ภาระผูกพันในการจ่ายเงินปันผลได้เริ่มกำหนดทิศทางการบริหารคลังของ Strategy ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยน Bitcoin จากสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์มาเป็นเครื่องมือในการบริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ
การขายครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในขณะที่บริษัทขาดทุนด้วย ต้นทุนเฉลี่ยของ Strategy ณ กลางปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 70,982 ดอลลาร์ต่อ BTC ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยที่ ~60,200 ดอลลาร์นั้นต่ำกว่าตัวเลขดังกล่าวมาก หมายความว่าบริษัทขาดทุนจากการขายครั้งนี้
แรงกดดันหลักมาจาก หุ้นบุริมสิทธิ์ประเภท STRC ของ Strategy ซึ่งออกในเดือนกรกฎาคม 2025 หุ้นนี้จ่ายเงินปันผลรายปีในอัตราที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 12.00% ณ ปลายเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งคิดเป็นต้นทุนประมาณ 1.26 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ปลายเดือนมิถุนายน 2026 Strategy ได้ประกาศกรอบการทำงาน "Digital Credit Capital Framework" ใหม่ ซึ่งอนุญาตให้ขาย Bitcoin ได้สูงสุด 1.25 พันล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปจ่ายเงินปันผล ซื้อหุ้นคืน หรือเพิ่มสภาพคล่อง
การขาย 3,588 BTC เป็นปฏิบัติการสำคัญครั้งแรกภายใต้กรอบนี้ หลังการขาย Strategy ยังคงถือ 843,775 BTC และ 2.55 พันล้านดอลลาร์ ในทุนสำรองเงินสด
สิ่งสำคัญคือต้องแยกแยะสองเหตุการณ์นี้ให้ชัดเจน: การขาย 3,588 BTC ในเดือนกรกฎาคม 2026 เป็นธุรกรรมที่แยกออกจากข้อขัดแย้ง Polymarket โดยสิ้นเชิง ข้อพิพาท Polymarket เกิดจากการ ขาย 32 BTC (~2.5 ล้านดอลลาร์) ที่เล็กกว่ามาก ซึ่งเกิดขึ้นระหว่าง วันที่ 26-31 พฤษภาคม 2026 — นี่เป็นการขาย Bitcoin ครั้งแรกของ Strategy ทุกรูปแบบนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022
สัญญา Polymarket ถามคำถามไบนารีง่ายๆ ว่า "MicroStrategy จะขาย Bitcoin ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 หรือไม่?" เทรดเดอร์เดิมพันกันอย่างหนัก ปริมาณการซื้อขายรวมที่รายงานแตกต่างกันไปในแต่ละแหล่งข่าว ตั้งแต่ 60 ล้านดอลลาร์
, 80 ล้านดอลลาร์
, 300 ล้านดอลลาร์
จนถึง 400 ล้านดอลลาร์
ไม่ว่าตัวเลขที่แน่นอนจะเป็นเท่าใด ก็ทำให้ตลาดนี้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Polymarket ในปีนั้น และเป็น ข้อพิพาท UMA oracle ที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ตลาด Zelenskyy
ข้อพิพาทนี้กลายเป็น บททดสอบความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานตลาดพยากรณ์แบบกระจายศูนย์ (decentralized) นักวิจารณ์โต้แย้งว่าระบบ oracle ที่ใช้การลงคะแนนด้วยโทเค็นนั้นไม่เหมาะสมกับโครงสร้างสำหรับการตัดสินที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากผู้ถือโทเค็นอาจลงคะแนนตามแรงจูงใจทางการเงินหรือแรงกดดันภายนอก แทนที่จะเป็นไปตามกฎของสัญญา กรณีนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ จังหวะเวลาของข้อมูล ในการออกแบบตลาดพยากรณ์: อะไรคือตัวกำหนดผลลัพธ์ระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับการยืนยันต่อสาธารณะ? ในกรณีนี้ ระบบการกำกับดูแลของ Polymarket เข้าข้างวันที่เปิดเผยข้อมูล
เทรดเดอร์หลายรายรายงานความสูญเสียครั้งใหญ่ เทรดเดอร์ที่รู้จักในชื่อ "willo2" อ้างว่าสูญเสียเงิน ประมาณ 500,000 ดอลลาร์ อันเป็นผลมาจากข้อพิพาทและการจัดการกฎของ Polymarket อีกรายงานหนึ่งอ้างถึงความสูญเสียสูงถึง 527,000 ดอลลาร์ สำหรับเทรดเดอร์รายเดียว
สัญญาประจำเดือนพฤษภาคมสิ้นสุดที่ "No" ในขณะที่ สัญญาประจำเดือนมิถุนายนที่แยกออกมา (ครอบคลุมวันที่ 1-30 มิถุนายน) ต่อมาสิ้นสุดที่ "Yes" หลังจากการขายของ Strategy ได้รับการยืนยันเพิ่มเติม
คำว่า "lawsuit" (การฟ้องร้อง) เป็นการเรียกที่ไม่ถูกต้อง แหล่งข่าวหลายแห่งอธิบายเหตุการณ์นี้ว่าเป็น "ข้อพิพาท" หรือ "การท้าทาย" ที่ผ่านระบบการระงับข้อพิพาทภายในของ Polymarket ที่ใช้ UMA oracle — ไม่ใช่คดีความในศาลตามปกติ มันเป็นข้อพิพาทตามสัญญาระหว่างเอกชนที่ถูกตัดสินโดยการลงคะแนนของผู้ถือโทเค็น
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Strategy (MicroStrategy เดิม) ขาย Bitcoin จำนวน 3,588 เหรียญ มูลค่า 216 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.
Strategy (MicroStrategy เดิม) ขาย Bitcoin จำนวน 3,588 เหรียญ มูลค่า 216 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60,200 ดอลลาร์ต่อ BTC ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทที่ 70,982 ดอลลาร์ต่อ BTC ทำให้บริษัทขาดทุนจากการขายครั้งนี้ และส่งสัญญาณว่า Bitcoin ถูกเปลี่ยนจากสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์มาเป็นเครื่อง...
ก่อนหน้าการขายครั้งใหญ่ มีเหตุการณ์ขาย Bitcoin 32 เหรียญ มูลค่า 2.5 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 26 31 พ.ค.