จากข้อมูลของ OptaStats ไม่มีทีมใดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ตามหลัง 2-0 ในนาทีที่ 75 หรือหลังกว่านั้น แล้วพลิกกลับมาชนะในเวลาปกติได้ นี่คือการพลิกกลับครั้งแรกในฟุตบอลโลก
แม้เมสซี่จะยิงจุดโทษพลาดเป็นครั้งที่ 4 ในฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นสถิติที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่เขาชดเชยด้วยประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกมได้อย่างสวยงาม
ณ วันที่ 7-8 กรกฎาคม 2026 นักเตะยิงสูงสุดมีคะแนนสูสีกัน โดยมีรายงานจากหลายแหล่งดังนี้:
| นักเตะ | ทีมชาติ | จำนวนประตู | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ลิโอเนล เมสซี่ | อาร์เจนตินา | 7–8 | ยิงในเกมพบอียิปต์; นำหรือเสมอ |
| คีลิยัน เอ็มบัปเป้ | ฝรั่งเศส | 7 | เสมอกับเมสซี่หลังจบรอบ 16 ทีม |
| เออร์ลิง ฮาลันด์ | นอร์เวย์ | 7 | อยู่ในกลุ่มนำเช่นกัน |
| แฮร์รี่ เคน | อังกฤษ | 6 | ตามหลังเล็กน้อย |
หมายเหตุ: จำนวนประตูอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันเมื่อเกมน็อคเอาท์จบลง The Independent รายงานว่าเมสซี่, เอ็มบัปเป้ และฮาลันด์ ยิงคนละ 7 ประตูหลังจบรอบ 16 ทีม โดยเอ็มบัปเป้นำในเรื่องแอสซิสต์
อาร์เจนตินารอดจากการน็อคเอาท์สองนัดติดต่อกัน (เคปเวิร์ด 3-2 ต่อเวลาพิเศษ, อียิปต์ 3-2) แต่ฟอร์มของเมสซี่ที่กำลังทำสถิติยิงประตูต่อเนื่อง ทำให้พวกเขายังเป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ โดยราคาต่อรองแชมป์ของอาร์เจนตินาลดลงเหลือ +390 หลังจากการพลิกกลับมาครั้งนี้ ตามรายงานของ Fox Sports