นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ นำโดย ซาร่าห์ ไซมอน เตือนว่า การตกรอบแรกของบราซิลและเม็กซิโกในฟุตบอลโลก 2026 สร้าง 'ความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ' ต่อยอดขายเบียร์ไตรมาส 3 ในลาตินอเมริกา โดยระบุว่า AB InBev เป็นบริษัทที่ได... หุ้น AB InBev ร่วง 2.4% ในตลาดบรัสเซลส์ และมากกว่า 4% ในรายงานอื่น ๆ ขณะที่ไฮเนเก้นลดลง 1.39% ใน...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for How did the elimination of Brazil and Mexico from the 2026 FIFA World Cup on Sunday impact the be. Article summary: Morgan Stanley's immediate verdict is that the dual eliminations materially undermine the World Cup beer sales boost that investors had priced in for AB InBev and Heineken. The damage is concentrated in the lost incremen. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ความพ่ายแพ้ของบราซิลและเม็กซิโกในฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างหนักต่อหุ้นกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และทำให้มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ต้องออกมาปรับลดคาดการณ์ยอดขาย โดยเตือนว่ายอดขายเบียร์ในลาตินอเมริกาประจำไตรมาส 3 มีแนวโน้มจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นเกิดขึ้นทันทีและในวงกว้าง ในวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันซื้อขายถัดจากการตกรอบ:
การเทขายครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า 'ปัจจัยหนุน' ด้านอุปสงค์ที่สำคัญซึ่งนักลงทุนเคยคาดหวังไว้ในราคาหุ้นนั้น ได้หายไปอย่างกะทันหัน
นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ นำโดย ซาร่าห์ ไซมอน (Sarah Simon) ได้ออกบันทึกถึงลูกค้าระบุว่า การตกรอบแรกของทั้งสองทีมสร้าง 'ความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ' ต่อการคาดการณ์ยอดขายเบียร์ในไตรมาสที่ 3 OI โดยบันทึกการวิเคราะห์ที่สรุปโดยสำนักข่าวการเงินหลายแห่งเมื่อวันที่ 6-7 กรกฎาคม ได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญหลายประการ
ประเด็นสำคัญคือ ปริมาณการขายเบียร์ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่นั้นมาจากการแข่งขัน 'รอบลึก' — ซึ่งก็คือรอบน็อคเอาท์ที่บราซิลและเม็กซิโกจะไม่ได้ลงเล่นอีกแล้ว OI กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ยอดขายที่พุ่งสูงสุดไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงรอบแบ่งกลุ่ม แต่จะเกิดขึ้นเมื่อความสนใจและความรู้สึกรักชาติของคนทั้งประเทศถึงขีดสุดในการแข่งขันนัดชี้ขาด
ในเรื่องของความเสี่ยง มอร์แกน สแตนลีย์ชี้ว่า AB InBev (ผู้ผลิตเบียร์โคโรนาและสโคล) เป็นผู้ผลิตเบียร์ที่เปราะบางที่สุด เนื่องจากมีส่วนแบ่งการตลาดที่โดดเด่นทั้งในบราซิลและเม็กซิโก O ขณะที่ไฮเนเก้นก็ 'มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ' ต่อทั้งสองตลาดเช่นกัน O
สิ่งสำคัญคือ มอร์แกน สแตนลีย์ประเมินว่า การตกรอบของบราซิลส่งผลกระทบรุนแรงกว่า ของเม็กซิโก เนื่องจากบราซิลเป็นตลาดเบียร์ที่ใหญ่กว่า และเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ด้วยความคาดหวังที่สูงกว่า ทำให้การตกรอบแรกของพวกเขาสร้างภาระหนักกว่าให้กับผู้ผลิตเบียร์ O
มอร์แกน สแตนลีย์มองว่าผลกระทบนี้เป็น การสูญเสียโอกาสในการเติบโตเพิ่มเติม (upside) เป็นหลัก ไม่ใช่การล่มสลายของยอดขายพื้นฐาน (baseline) นักวิเคราะห์อธิบายว่าเป็น 'การไม่มีปริมาณการเติบโตเพิ่มเติมที่จะเกิดขึ้นหากทีมใดทีมหนึ่งหรือทั้งสองทีมสามารถผ่านเข้าไปถึงรอบที่ลึกขึ้นในการแข่งขัน' O ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการบริโภคโดยรวมไม่ได้กำลังพังทลาย แต่เป็นเพียงการขาด 'ยอดขายส่วนเพิ่ม' ที่เคยคาดหวังไว้
ทีมชาติสหรัฐฯ ในฐานะตัวช่วยชดเชยบางส่วน ประมาณ 20% ของรายได้ของ AB InBev มาจากตลาดสหรัฐฯ O การที่ทีมชาติสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในเส้นทางแข่งขัน อาจช่วยชดเชยผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม มอร์แกน สแตนลีย์ตั้งข้อสังเกตว่า 'ด้วยประวัติศาสตร์ฟุตบอลที่สั้นกว่าของประเทศนั้น ประโยชน์ที่ธุรกิจเบียร์จะได้รับจากการที่ทีมสหรัฐฯ ไปได้ไกลในการแข่งขันนั้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจน' I ข้อมูลในอดีตเกี่ยวกับการบริโภคเบียร์ของแฟนฟุตบอลอเมริกันในช่วงที่ทีมไปได้ไกลในทัวร์นาเมนต์นั้นยังมีจำกัด ทำให้เกิดความไม่แน่นอน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายใต้ บรรยากาศโดยรวมของอุตสาหกรรมที่ท้าทายอยู่แล้ว ซีเอ็นเอ็น (CNN) เคยบรรยายว่าฟุตบอลโลก 2026 เป็นช่วงเวลา 'ทำหรือตาย (make or break)' สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งกำลังดิ้นรนกับการบริโภคที่ชะลอตัวและพฤติกรรมการดื่มที่เปลี่ยนไปในตลาดหลัก T ทัวร์นาเมนต์ที่มีการแข่งขันมากกว่า 100 นัดในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ถูกคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายในระยะสั้นให้กับบริษัทเบียร์ ไวน์ และสุรา ที่พึ่งพาการแข่งขันกีฬาใหญ่ๆ เพื่อกระตุ้นดีมานด์เป็นอย่างมาก T
ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้น นักวิเคราะห์หลายสำนักต่างออกมามองในแง่ดี นักวิเคราะห์ของเจฟเฟอรีส์ (Jefferies) นำโดย เอ็ดเวิร์ด มันดี เขียนว่าฟุตบอลโลกจะช่วยยกระดับยอดขายเบียร์ทั่วโลกได้ประมาณหนึ่งพันล้านไพน์ต หรือ 568 ล้านลิตร ซึ่งคิดเป็น 0.3% ของปริมาณอุตสาหกรรมทั้งหมดในปีนั้น BE เจฟเฟอรีส์บรรยายบรรยากาศว่า 'เบียร์น่าจะดีขึ้นในปี 2026' หลังจากความผันผวนติดต่อกันถึงห้าปี BI ขณะที่เบิร์นสไตน์ (Bernstein) ชี้ให้เห็นว่า AB InBev เป็นผู้ชนะที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นเจ้าของสิทธิ์เบียร์อย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์และมีฐานที่แข็งแกร่งในประเทศที่คลั่งไคล้ฟุตบอลอย่างบราซิล เม็กซิโก โคลอมเบีย และอาร์เจนตินา S ส่วนโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ระบุชื่อ AB InBev, คอนสเตลเลชั่น บรานด์ส, มอลสัน คูร์ส (Molson Coors), ไฮเนเก้น และคาร์ลสเบิร์ก (Carlsberg) เป็นหุ้นที่แนะนำให้ซื้อและมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากงานนี้ B
รูปแบบของการที่ฟุตบอลโลกช่วยกระตุ้นยอดขายเบียร์นั้นได้รับการบันทึกไว้อย่างดีจากทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา ระหว่างฟุตบอลโลกที่บราซิลปี 2014 ยอดขายของ AB InBev พุ่งขึ้นถึง 140 ล้านลิตร ในบราซิลเพียงประเทศเดียว คิดเป็นเบียร์เพิ่มเติมอีก 2 ล้านบาร์เรล RR บริษัทรายงานว่ายอดขายเบียร์ในบราซิล ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อันดับสอง เพิ่มขึ้น 7.2 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่รายได้โดยรวมเพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ RR การวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ของมอร์แกน สแตนลีย์เองก็พบว่า โดยปกติแล้วปริมาณการขายเบียร์จะเพิ่มขึ้น 2-3 เปอร์เซ็นต์ในประเทศเจ้าภาพในปีที่มีฟุตบอลโลก U
งานวิจัยอื่นๆ ในอุตสาหกรรมพบว่า ในประเทศเจ้าภาพที่ผ่านมา ปริมาณเบียร์ที่ขายในร้านอาหารและผับเพิ่มขึ้นจากปกติ 2.5-9.9% ในช่วงการแข่งขัน OM ฟุตบอลโลกที่บราซิลปี 2014 พบว่ายอดขายในเมืองเจ้าภาพฟื้นตัวขึ้น 6.1% หลังจากที่ลดลง 6% ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้น M ส่วนฟุตบอลโลกปี 2018 ทำให้รายได้ของเบียร์บัดไวเซอร์ (Budweiser) นอกสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น 10.1% B
ทัวร์นาเมนต์ปี 2026 นำเสนอโอกาสที่ใหญ่ยิ่งกว่าเดิม โดยฟุตบอลโลกครั้งนี้จัดขึ้นใน 16 เมืองทั่วอเมริกาเหนือ คาดว่าจะมีผู้ชมประมาณ 6.5 ล้านคน ซึ่งมากกว่าฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐฯ เคยเป็นเจ้าภาพถึงสองเท่า O ผู้ผลิตรายใหญ่ รวมถึง AB InBev, ไฮเนเก้น, มอลสัน คูร์ส และดิอาจิโอ (Diageo) ยักษ์ใหญ่ด้านสุรา ต่างเพิ่มงบประมาณทางการตลาดที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ T
บทสรุปของมอร์แกน สแตนลีย์ในทันทีคือ การตกรอบของทั้งสองชาติได้บั่นทอน 'ปัจจัยหนุน' ยอดขายเบียร์จากฟุตบอลโลกที่นักลงทุนเคยคาดหวังไว้ในหุ้น AB InBev และไฮเนเก้นอย่างมีนัยสำคัญ ความเสียหายกระจุกตัวอยู่ที่ปริมาณการขายส่วนเพิ่มที่หายไปจากรอบน็อคเอาท์ ซึ่งสองประเทศผู้บริโภคเบียร์รายใหญ่เหล่านี้จะไม่ได้ลงเล่นอีกต่อไป โดยการตกรอบของบราซิลส่งผลกระทบหนักกว่าเม็กซิโก ผลงานของทีมชาติสหรัฐฯ กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจช่วยชดเชยความเสียหายในลาตินอเมริกาได้บางส่วน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ นำโดย ซาร่าห์ ไซมอน เตือนว่า การตกรอบแรกของบราซิลและเม็กซิโกในฟุตบอลโลก 2026 สร้าง 'ความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ' ต่อยอดขายเบียร์ไตรมาส 3 ในลาตินอเมริกา โดยระบุว่า AB InBev เป็นบริษัทที่ได...
นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ นำโดย ซาร่าห์ ไซมอน เตือนว่า การตกรอบแรกของบราซิลและเม็กซิโกในฟุตบอลโลก 2026 สร้าง 'ความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ' ต่อยอดขายเบียร์ไตรมาส 3 ในลาตินอเมริกา โดยระบุว่า AB InBev เป็นบริษัทที่ได... หุ้น AB InBev ร่วง 2.4% ในตลาดบรัสเซลส์ และมากกว่า 4% ในรายงานอื่น ๆ ขณะที่ไฮเนเก้นลดลง 1.39% ในอัมสเตอร์ดัม และคอนสเตลเลชั่น บรานด์ส ลดลง 4.94% ในนิวยอร์ก
ความเสียหายกระจุกตัวอยู่ที่ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นที่หายไปจากรอบน็อคเอาท์ ซึ่งสองประเทศผู้บริโภคเบียร์รายใหญ่จะไม่ได้ลงเล่นอีกต่อไป โดยการตกรอบของบราซิลสร้างผลกระทบรุนแรงกว่าเม็กซิโก