2. คลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ — ความหวังต่อ ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ดีขึ้นช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม Bitcoin ดีดตัวขึ้นเหนือ $64,000 ท่ามกลางปัจจัยหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง ราคาน้ำมันที่ลดลง และอารมณ์การลงทุนที่หันมารับความเสี่ยงมากขึ้น
3. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น — ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นควบคู่ไปกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยได้รับการตอกย้ำจากการไหลเข้าของ ETF และบรรยากาศการลงทุนทางเศรษฐกิจมหภาคที่ดีขึ้น
มุมมองฝั่ง bullish (มองบวก): การไหลเข้าของ ETF อย่างฉับพลันเป็นสัญญาณความต้องการจากสถาบันที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบสองเดือน และอาจเป็นจุดเปลี่ยนหลังจากที่มีการไหลออกอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์บางรายมองว่าการปรับตัวลงต่ำกว่า MA 200 สัปดาห์เป็นโอกาสในการซื้อครั้งสำคัญในอดีต — ทุกครั้งที่มีการปิดรายสัปดาห์ต่ำกว่าเส้นนี้จะนำไปสู่จุดต่ำสุดของรอบใหญ่
มุมมองฝั่ง bearish (มองลบ):
| ปัจจัยเสี่ยง | รายละเอียด |
|---|---|
| การขายของ Strategy | Strategy ขาย BTC จำนวน 3,588 เหรียญ (มูลค่า ~$216 ล้าน) ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. ถึง 5 ก.ค. เพื่อนำเงินไปจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ์ ซึ่งเป็นการขายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยกเลิกนโยบาย "ไม่ขายเด็ดขาด" แม้บริษัทยังคงถือ BTC อยู่ถึง 843,775 เหรียญ แต่การขายเพื่อหาเงินสดทำให้ผู้ถือระยะยาวไม่สบายใจ |
| การลงมาแตะ MA 200 สัปดาห์ | Bitcoin มีการ ปิดรายสัปดาห์ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 ซึ่งเป็นเส้นที่ในอดีตถูกมองว่าเป็นเส้นแบ่งระหว่างตลาดกระทิงและตลาดหมี การหลุดแนวนี้ทำให้เกิดการ Liquidate Long Position ที่ใช้ Leverage มูลค่ากว่า $320 ล้านดอลลาร์ |
| ราคาลดลงลึกจากจุดสูงสุดตลอดกาล | ที่ระดับ ~$64,000 Bitcoin ยังคงต่ำกว่า จุดสูงสุดตลอดกาลที่ ~$126,198 (ตุลาคม 2025) ประมาณ 50% |
| การไหลออกของ ETF สะสมตั้งแต่ต้นปี | แม้จะมีวันเดียวนัก แต่ยอดไหลออกสุทธิของ Spot Bitcoin ETF ตั้งแต่ต้นปียังคงอยู่ที่ประมาณ $5.4 พันล้าน ซึ่งหมายความว่าจำเป็นต้องมีแรงซื้ออย่างต่อเนื่องเพื่อพลิกแนวโน้ม |
| เป้าหมายราคาจากนักวิเคราะห์ฝั่งลบ | นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่าการหลุดแนว MA 200 สัปดาห์จะเปิดทางให้ราคาลงไปถึง $48,000-$50,000 โดย Standard Chartered มีกรณีทั้งนี้อาจลงไปถึง $50,000 ขณะที่บางรายมองว่าราคาสามารถลงไปถึง $41,000 ได้หากแรงขายยังคงดำเนินต่อไป |
แนวต้านระดับแรกอยู่ที่ $63,800–$64,100 (โซนที่ Bitcoin เพิ่งกลับมายืนได้) และแนวต้านที่แข็งแกร่งกว่าที่ $66,600–$67,600 หากสามารถปิดรายวันเหนือ $67,600 ได้อย่างต่อเนื่อง จะเปิดทางไปสู่กลุ่ม EMA ที่ $73,000–$76,700 แต่หากไม่สามารถยืนเหนือ $63,800 ได้ ก็เสี่ยงที่จะกลับมาทดสอบ MA 200 สัปดาห์ที่บริเวณ $59,000–$62,000 อีกครั้ง
สรุป: การไหลเข้าของ ETF มูลค่า $221.7 ล้านในวันเดียวนั้นเป็นตัวกระตุ้นโดยตรงที่ทำให้ Bitcoin ดีดตัวเหนือ $64,000 โดยมีปัจจัยเสริมจากการคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ความเสียหายทางเทคนิคที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริง — การหลุด MA 200 สัปดาห์ การขาย Bitcoin ครั้งใหญ่ของ Strategy และการลดลง 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาล ทำให้เกิดความเห็นที่แตกต่างกันอย่างแท้จริง ฝั่งที่เป็น Bull มองว่านี่คือโอกาสซื้อครั้งประวัติศาสตร์ ส่วนฝั่ง Bear มองว่านี่เป็นแค่ช่วงเริ่มต้นของการปรับฐานครั้งใหญ่สู่ $48,000-$50,000