ผลกระทบลุกลามไปถึงรุ่นใหญ่กว่า NVL576 ที่เชื่อมต่อกัน 8x Oberon Racks ผ่านระบบ CPO (Co-packaged optics) บน NVSwitches ซึ่งอาจเลื่อนออกไปหรือจำกัดการผลิตแค่ชุดเล็ก เนื่องจากปัญหาทาง CPO เช่นกัน โดย NVSwitch แบบ CPO คาดว่าจะไม่มาถึงจนกว่าจะถึงยุค Feynman เท่านั้น
ผลกระทบต่อซัปพลายเชน: Jefferies ประเมินว่าการเลื่อน Kyber จะทำให้ตลาด AI PCB ทั่วโลกลดลง 5% ในปี 2027 และ 11% ในปี 2028 และตลาด CCL (Copper Clad Laminate) ลดลง 8% และ 16% ตามลำดับ
นอกจากปัญหา Kyber แล้ว Rubin Ultra GPU รุ่นเรือธงที่ประกาศเปิดตัวในงาน GTC 2026 ก็ถูกยกเลิกไปเรียบร้อยแล้ว รายงานนี้เกิดขึ้นราวปลายเดือนมิถุนายน 2026 โดย SemiAnalysis เปิดเผยว่า Rubin Ultra รุ่น 4-die (4 ตัวตาย) ถูกยกเลิกไปแล้ว หลังจากนั้นเพียง 3 เดือนนับจากเปิดตัว
สิ่งที่ Nvidia ทำคือการเปลี่ยนมาใช้แพ็กเกจแบบ 2-die ที่เล็กกว่า ซึ่งยังคงใช้ชื่อ "Rubin Ultra" เหมือนเดิม แต่ประสิทธิภาพการคำนวณจริงจะอยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของรุ่นเดิม และตัวชิปเองก็มีขนาดทางกายภาพลงมาแค่ครึ่งเดียว
เหตุผลที่ถูกยกเลิกก็คือปัญหาด้านการผลิต โดยเฉพาะกระบวนการ Advanced Packaging แบบ CoWoS-L ที่เจอขีดจำกัดทางกายภาพที่ไม่สามารถแก้ไขได้ทันเวลา
ความไม่แน่นอนของโรดแมป: SemiAnalysis ระบุว่าด้วยการยกเลิก Rubin Ultra 4-die และความล่าช้าของ Kyber ทำให้ "Nvidia ยังไม่มีโซลูชันที่พิสูจน์แล้วในการขยายโดเมน Scale-up ของ Rubin Ultra" ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้คู่แข่ง เช่น AMD MI500X และ Google TPUv8i Broadfly แซงหน้า Nvidia ไปได้ในด้านความสามารถในการขยายขนาด
รายงานของ SemiAnalysis เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 ทำให้เกิดการเทขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่ม PCB ทั่วเอเชีย โดยเฉพาะตลาดฮ่องกง:
ในไต้หวัน หุ้นของ Taiwan Union Technology (2383) ร่วง 10%, Nan Ya PCB (8046) ร่วง 9.7% และ Unimicron (3037) ร่วง 7.4%
Shawn Oh หัวหน้าฝ่ายหลักทรัพย์ของ NH Investment & Securities ในเกาหลีใต้กล่าวว่า "หุ้นเทคโนโลยีในภูมิภาควันนี้อ่อนตัวลง ซึ่งดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากรายงานของ SemiAnalysis" โดยระบุว่าการเลื่อน Kyber และการยกเลิก Rubin Ultra เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับโรดแมปของ Nvidia
AMD: SemiAnalysis ระบุเจาะจงถึง MI500X ของ AMD ว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากสถานการณ์นี้ โดยระบุว่า "ความล่าช้านี้เปิดช่องให้คู่แข่งอย่าง AMD MI500X หรือ TPUv8i Broadfly แซงหน้า Rubin Ultra ในขีดความสามารถด้าน Scale-up ได้" รายงานยังชี้ด้วยว่า Nvidia กำลังเผชิญกับ "การกัดเซาะส่วนแบ่งตลาดเชิงโครงสร้างจาก Trainium, TPU และ AMD"
ก่อนหน้านี้ หุ้น AMD พุ่งขึ้น 5.4% ในเดือนสิงหาคม 2025 จากข่าวลือเรื่องความล่าช้าของ Rubin และ Fubon Research ก็เคยปรับมุมมองเป็นบวกต่อ AMD ด้วยเหตุผลที่คล้ายกัน
Google: TPUv8i Broadfly ของ Google ถูกกล่าวถึงร่วมกับ AMD ว่าเป็นแพลตฟอร์มที่อาจแซงหน้า Nvidia ในช่วงที่เกิดช่องว่างนี้ ขณะที่ Google ก็มีผลิตภัณฑ์ AI แบบ Rack-scale ของตัวเองอยู่แล้ว
ต้นทุน AI โดยรวมยังสูง: แม้ Nvidia จะเจออุปสรรค แต่ Goldman Sachs ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อวัฏจักรการลงทุน AI Infrastructure โดยคงไว้ซึ่งระดับการลงทุนจนถึงปี 2028 และให้คำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับหุ้นหลายตัวในซัปพลายเชน ขณะที่ Jefferies ก็คงแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ Nvidia และปรับราคาเป้าหมายขึ้นไปที่ $300 หรือ upside 42% จากระดับ $210.69 โดยชี้ว่าความล่าช้านี้ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองพื้นฐานระยะยาวต่อ AI
อย่างไรก็ดี การวิเคราะห์แยกจาก Dan Herbatschek (CEO, Ramsey Theory Group) ชี้ว่า ต้นทุน AI Infrastructure กำลังพุ่งสูงขึ้น โดยองค์กรต่างๆ กำลังประเมินค่าใช้จ่ายต่ำกว่าความเป็นจริงถึง 30% หรือมากกว่า
สิ่งสำคัญคือรายงานทั้งหมดมาจาก SemiAnalysis ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยที่น่าเชื่อถือในวงการเซมิคอนดักเตอร์ โดยที่ผ่านมา CNBC, Tom's Hardware และ Jefferies ก็นำเสนอต่อ แต่ Nvidia ยังไม่ออกมาชี้แจงหรือยืนยันอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการเลื่อน Kyber หรือการยกเลิก Rubin Ultra แต่อย่างใด ก่อนหน้านี้ผู้ผลิต PCB ก็เคยออกมาปฏิเสธข่าวลือในลักษณะนี้ว่า "เกินจริงและตีความผิด"
ดังนั้นสถานการณ์นี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากฝั่ง Nvidia เอง