สเปนคือหนึ่งในทีมที่ร้อนแรงที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ 'ลา โรฆา' (La Roja) เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม H ด้วย 7 คะแนน โดยมีผลงานการป้องกันที่สมบูรณ์แบบ ไม่เสียประตูเลยในรอบแบ่งกลุ่ม ผลงานของพวกเขาคือ:
ในรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม สเปนถล่มออสเตรีย 3-0 โดยมิเกล โอยาร์ซาบัล (Mikel Oyarzabal) กดสองประตู และเปโดร ปอร์โร (Pedro Porro) โหม่งอีกหนึ่งประตู นับเป็นชัยชนะในรอบน็อคเอาท์ครั้งแรกของสเปนในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่รอบชิงชนะเลิศปี 2010
โปรตุเกสจบอันดับสองของกลุ่ม ทำให้ต้องเจอกับโครเอเชียในรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความดราม่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่โตรอนโต โปรตุเกสชนะโครเอเชีย 2-1 ในเกมที่ตื่นเต้นจนถึงวินาทีสุดท้าย:
สเปนและโปรตุเกสเป็นเพื่อนบ้านบนคาบสมุทรไอบีเรีย และการพบกันของทั้งสองทีมถือเป็นหนึ่งในศึกลูกหนังที่ดุเดือดที่สุดในโลก การพบกันครั้งล่าสุดในฟุตบอลโลกเกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่มปี 2018 จบลงด้วยผลเสมอ 3-3 ซึ่งโรนัลโดเหมาคนเดียวสามประตู โดยเฉพาะลูกเตะฟรีคิกที่สวยงามในนาทีที่ 88 ที่ทำให้เสมอกัน แต่ครั้งนี้การเจอกันในรอบน็อคเอาท์ ทำให้เป็นการพบกันที่สำคัญที่สุดระหว่างทั้งสองทีมในฟุตบอลโลก เพราะแทบจะไม่เคยเจอกันในรอบลึกๆ แบบนี้มาก่อน
ผู้ชนะของเกมนี้จะได้เข้าไปพบกับผู้ชนะของคู่ระหว่าง สหรัฐอเมริกา vs เบลเยียม ซึ่งจะลงสนามในวันเดียวกันที่ซีแอตเทิล ใครก็ตามที่ชนะจะได้เข้าไปสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นรอบที่สเปนไม่เคยไปถึงตั้งแต่คว้าแชมป์ปี 2010
โดยการจำลองผลการแข่งขันก่อนการแข่งขันระบุว่าสเปนมีโอกาสชนะมากถึง 65% จาก 1,000,000 การจำลอง
ตั๋วสำหรับแมตช์นี้มีราคาสูงมาก ข้อมูล ณ วันที่ 5-6 กรกฎาคม 2026:
ตัวเลข 2,400 ดอลลาร์สหรัฐเป็นจุดเริ่มต้นบนแพลตฟอร์มจำหน่ายตั๋วหลัก แต่ก็ยังมีตั๋วบางส่วนในราคาที่ต่ำกว่านั้นเล็กน้อย