โปรตุเกส พบ สเปน ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย คืนวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2026 เวลา 02.00 น. สเปนเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม H แบบไร้พ่ายและไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว ส่วนโปรตุเกสเข้ารอบหลังชนะโครเอเชียสุดดราม่า 2 1 จากการเหมาสองประตูของคริสเตียโน โรนัลโด (จุดโทษ) และกอนซาโล รามอส (นาที 90+4) ผู้ชนะของคู่นี้จะ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What are the key details of the Portugal vs. Spain 2026 FIFA World Cup round-of-16 match in Dalla. Article summary: Here are the key details, verified and sourced.. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ศึกชิงแชมป์โลก 2026 มาถึงรอบน็อคเอาท์แล้ว! โปรตุเกสและสเปนเตรียมพบกันในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2026 ในคืนวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2026 ณ สนาม AT&T Stadium ในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส (เขตแดลลัส) CE นี่คือคู่แรกในทัวร์นาเมนต์ที่เรียกว่า 'Match 93' และเป็นเกมที่เดือดที่สุดระหว่างสองเพื่อนบ้านบนคาบสมุทรไอบีเรียในรอบหลายสิบปีของฟุตบอลโลก มาดูทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ พร้อมข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว
แมตช์นี้จะเริ่มเวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น CDT (ตรงกับ 03.00 น. ของวันที่ 7 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย) ที่สนาม AT&T Stadium สนามขนาดมหึมาที่จุผู้ชมได้ประมาณ 80,000 ที่นั่ง ซึ่งฟีฟ่าเรียกชื่ออย่างเป็นทางการว่าสนามดัลลัส (Dallas Stadium) ในระหว่างการแข่งขัน CMWF สำหรับแฟนบอลในสหรัฐอเมริกา สามารถรับชมได้ทางช่อง FOX และสตรีมผ่าน FOX One และ FOX Sports DF
สเปนคือหนึ่งในทีมที่ร้อนแรงที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ 'ลา โรฆา' (La Roja) เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม H ด้วย 7 คะแนน โดยมีผลงานการป้องกันที่สมบูรณ์แบบ ไม่เสียประตูเลยในรอบแบ่งกลุ่ม UUF ผลงานของพวกเขาคือ:
ชัยชนะเหนือซาอุดีอาระเบีย 4-0 ทำให้สเปนขยายสถิติไร้พ่ายในเกมทางการเป็น 33 นัดติดต่อกัน FME
ในรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม สเปนถล่มออสเตรีย 3-0 โดยมิเกล โอยาร์ซาบัล (Mikel Oyarzabal) กดสองประตู และเปโดร ปอร์โร (Pedro Porro) โหม่งอีกหนึ่งประตู UC นับเป็นชัยชนะในรอบน็อคเอาท์ครั้งแรกของสเปนในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่รอบชิงชนะเลิศปี 2010 C
โปรตุเกสจบอันดับสองของกลุ่ม ทำให้ต้องเจอกับโครเอเชียในรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความดราม่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่โตรอนโต โปรตุเกสชนะโครเอเชีย 2-1 ในเกมที่ตื่นเต้นจนถึงวินาทีสุดท้าย:
สเปนและโปรตุเกสเป็นเพื่อนบ้านบนคาบสมุทรไอบีเรีย และการพบกันของทั้งสองทีมถือเป็นหนึ่งในศึกลูกหนังที่ดุเดือดที่สุดในโลก การพบกันครั้งล่าสุดในฟุตบอลโลกเกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่มปี 2018 จบลงด้วยผลเสมอ 3-3 ซึ่งโรนัลโดเหมาคนเดียวสามประตู โดยเฉพาะลูกเตะฟรีคิกที่สวยงามในนาทีที่ 88 ที่ทำให้เสมอกัน G แต่ครั้งนี้การเจอกันในรอบน็อคเอาท์ ทำให้เป็นการพบกันที่สำคัญที่สุดระหว่างทั้งสองทีมในฟุตบอลโลก เพราะแทบจะไม่เคยเจอกันในรอบลึกๆ แบบนี้มาก่อน G
ผู้ชนะของเกมนี้จะได้เข้าไปพบกับผู้ชนะของคู่ระหว่าง สหรัฐอเมริกา vs เบลเยียม ซึ่งจะลงสนามในวันเดียวกันที่ซีแอตเทิล CE ใครก็ตามที่ชนะจะได้เข้าไปสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นรอบที่สเปนไม่เคยไปถึงตั้งแต่คว้าแชมป์ปี 2010 CF โดยการจำลองผลการแข่งขันก่อนการแข่งขันระบุว่าสเปนมีโอกาสชนะมากถึง 65% จาก 1,000,000 การจำลอง A
ตั๋วสำหรับแมตช์นี้มีราคาสูงมาก ข้อมูล ณ วันที่ 5-6 กรกฎาคม 2026:
ตัวเลข 2,400 ดอลลาร์สหรัฐเป็นจุดเริ่มต้นบนแพลตฟอร์มจำหน่ายตั๋วหลัก แต่ก็ยังมีตั๋วบางส่วนในราคาที่ต่ำกว่านั้นเล็กน้อย AU
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
โปรตุเกส พบ สเปน ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย คืนวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2026 เวลา 02.00 น.
โปรตุเกส พบ สเปน ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย คืนวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2026 เวลา 02.00 น. สเปนเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม H แบบไร้พ่ายและไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว ส่วนโปรตุเกสเข้ารอบหลังชนะโครเอเชียสุดดราม่า 2 1 จากการเหมาสองประตูของคริสเตียโน โรนัลโด (จุดโทษ) และกอนซาโล รามอส (นาที 90+4)
ผู้ชนะของคู่นี้จะได้พบกับผู้ชนะระหว่าง สหรัฐฯ กับ เบลเยียม ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย