ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 มีข่าวลือแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศยูคลิด (Euclid) ขององค์การอวกาศยุโรป ได้ประกาศค้นพบ 'ควาซาร์ (quasar) ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบสองแห่ง' พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับค่าเรดชิฟต์, ระยะทาง, และผลกระทบต่อการเติบโตของหลุมดำมวลยิ่งยวด แต่จากการสืบค้นข้อมูลอย่างละเอียดจากแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการทั้งหมด อาทิ ข่าวประชาสัมพันธ์ของ ESA, เอกสารเผยแพร่ของกลุ่มความร่วมมือยูคลิด (Euclid Consortium), ข้อมูลจาก NASA, บทความวิชาการ, และสำนักข่าวดาราศาสตร์ชั้นนำ กลับ ไม่พบหลักฐานการประกาศดังกล่าวแต่อย่างใด
บทความนี้รวบรวมสิ่งที่ยูคลิดค้นพบจริงเกี่ยวกับควาซาร์โบราณเท่าที่มีหลักฐานยืนยันได้ ณ กลางปี 2026 เพื่อให้คุณได้ข้อมูลที่ถูกต้อง
ยูคลิดถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในเดือนกรกฎาคม 2023 โดยมีภารกิจหลักในการทำแผนที่สสารมืดและพลังงานมืด แต่กล้องนี้ก็ได้ส่งข้อมูลควาซาร์จำนวนมากกลับมาผ่านการเผยแพร่ข้อมูลชุดแรก (early survey releases)
ข้อมูลชุดแรกของยูคลิดหรือ 'Quick Data Release 1 (Q1)' เผยแพร่ระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2026 ครอบคลุมพื้นที่ท้องฟ้าเพียง 63 ตารางองศา หรือแค่ 0.45% ของพื้นที่สำรวจทั้งหมด แต่ถึงแม้จะเป็นข้อมูลเพียงเล็กน้อยนี้ก็มีผู้สมัครเป็นควาซาร์และนิวเคลียสกาแล็กซีรุนแรง (AGN) นับพันรายการ ซึ่งถูกระบุโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอัลกอริทึมแมชชีนเลิร์นนิง
ข้อมูลเหล่านี้มีความแม่นยำของตำแหน่งสูงเป็นประวัติการณ์ และช่วยยืนยันในเชิงสถิติแล้วว่าการชนกันของกาแล็กซีเป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมของ AGN
เอกสารทางดาราศาสตร์เฉพาะด้าน (arXiv 2512.08803) ของยูคลิดระบุและวัดค่าเรดชิฟต์ (redshift) ของ ควาซาร์สว่าง 3,500 แห่ง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการศึกษาเชิงสถิติของประชากรควาซาร์
การศึกษาการคัดเลือกควาซาร์แดง (arXiv 2503.15319) แสดงให้เห็นความสามารถของกล้องยูคลิดในการถ่ายภาพอินฟราเรดใกล้ โดยเผยให้เห็น ระบบควาซาร์คู่ที่น่าจะเป็น นั่นคือควาซาร์สองดวงที่อยู่ใกล้กันมาก ซึ่งน่าจะเป็นกาแล็กซีสองแห่งที่กำลังรวมตัวกันและมีหลุมดำมวลยิ่งยวดที่ยังทำงานอยู่ การศึกษาเดียวกันนี้ยังสร้างแคตตาล็อกผู้สมัครเป็นควาซาร์แดงมากกว่า 150,000 รายการ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลแรกสำหรับการศึกษาในอนาคตของโครงการสำรวจหลัก (Euclid Wide Survey)
ESA ระบุว่าในพื้นที่ลึก (deep fields) ของยูคลิดมี 'ประชากรควาซาร์สว่างจำนวนเล็กน้อยที่สามารถมองเห็นได้ไกลออกไปมาก' และภารกิจนี้คาดว่าจะเก็บภาพ ผู้สมัครเป็นควาซาร์รวมประมาณ 7,000 แห่ง
แม้จะมีผลลัพธ์ที่น่าประทับใจเหล่านี้ แต่ข่าวลือเกี่ยวกับ 'ควาซาร์ที่เก่าแก่ที่สุดสองแห่ง' ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 นั้นเป็นเพียงข่าวลือที่ไม่มีมูล ต่อไปนี้คือเหตุผล:
ณ กลางปี 2026 ควาซาร์ที่อยู่ไกลที่สุดเท่าที่รู้จักยังคงเป็น UHZ1 ซึ่งมีค่าเรดชิฟต์ที่ z ~ 10.1 หรือมองเห็นได้จากระยะประมาณ 13.2 พันล้านปีแสง ซึ่งเป็นช่วงประมาณ 400 ล้านปีหลังจากบิ๊กแบง การค้นพบนี้เกิดขึ้นจากหอดูดาวอื่น ไม่ใช่ยูคลิด
หลุมดำมวลยิ่งยวดที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้จัก (จากควาซาร์ J0313-1806 ที่ค่า z = 7.64 มีอายุย้อนไปถึงประมาณ 670 ล้านปีหลังจากบิ๊กแบง) ถูกค้นพบในปี 2021 โดยทีมนักวิจัยนานาชาติที่นำโดยมหาวิทยาลัยแอริโซนา โดยไม่ได้ใช้ข้อมูลจากยูคลิดเช่นกัน
ในวันที่ 8 มิถุนายน 2026 ซึ่งน้อยกว่าหนึ่งเดือนก่อนข่าวลือดังกล่าว สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ได้ประกาศการค้นพบควาซาร์กะพริบที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้จัก ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงเพียง 850 ล้านปีหลังจากบิ๊กแบง นี่เป็นการค้นพบที่สำคัญ แต่ ไม่ใช่ การค้นพบโดยยูคลิด แต่มาจากนักวิจัย MIT ที่วิเคราะห์ข้อมูลจากหอดูดาวอื่น
ข้อมูลจักรวาลวิทยาชุดแรก ของยูคลิดมีกำหนดเผยแพร่ต่อสาธารณะใน เดือนตุลาคม 2026 การเผยแพร่นี้จะรวมถึงการสังเกตการณ์พื้นที่ลึกที่รวบรวมผ่านหลายรอบ ทำให้มีความไวต่อควาซาร์ที่อยู่ไกลออกไปมากขึ้น การค้นพบควาซาร์ครั้งสำคัญใดๆ ที่เกี่ยวกับ 'ควาซาร์ที่เก่าแก่ที่สุดสองแห่ง' พร้อมรายละเอียดค่าเรดชิฟต์และระยะทางที่เฉพาะเจาะจงนั้น มักจะถูกประกาศในหรือหลังจากการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้
การจำลองแสดงให้เห็นว่าการทำงานร่วมกันระหว่างยูคลิด, กล้องโทรทรรศน์อวกาศโรมัน (Roman Space Telescope), และกล้อง JWST อาจเผยให้เห็นควาซาร์ที่ค่าเรดชิฟต์สูงถึง z ~ 14–15 ซึ่งอาจตรวจจับหลุมดำเช่น UHZ1 และ GHZ9 ในช่วงวิวัฒนาการที่เร็วกว่านี้มาก นี่คือความก้าวหน้าที่นักดาราศาสตร์รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ แต่ก็ยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้
สำหรับผู้ที่ติดตามการค้นพบจริงของยูคลิด แหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการที่ควรติดตามคือ:
ข่าวลือที่ว่า 6 กรกฎาคม 2026 เป็นวันที่ค้นพบ 'ควาซาร์ที่เก่าแก่ที่สุดในจักรวาลสองแห่ง' นั้นน่าสงสัยอย่างยิ่ง เพราะมันเพิกเฉยต่อเส้นเวลาการค้นพบที่เป็นที่ยอมรับ นักดาราศาสตร์ใช้เวลาตั้งแต่ปี 2011 (การค้นพบ ULAS J1120+0641 ที่ z=7.1) ถึงปี 2021 (การค้นพบ J0313-1806 ที่ z=7.64) เพื่อเพิ่มสถิติค่าเรดชิฟต์ของควาซาร์ขึ้นเพียง 0.54 การก้าวกระโดดเพื่อค้นพบควาซาร์ที่เก่าแก่กว่าสถิติเดิมหลายแห่งในการประกาศครั้งเดียวนั้นคงเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และไม่มีหลักฐานว่ามันเกิดขึ้นจริง
หากคุณพบเห็นบทความที่กล่าวอ้างนี้ โปรดตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการข้างต้น ณ กลางปี 2026 ยูคลิดกำลังส่งมอบข้อมูลควาซาร์ที่มีคุณค่าในปริมาณที่น่าประทับใจ แต่ 'ควาซาร์ที่เก่าแก่ที่สุดสองแห่ง' นั้นยังคงเป็นสิ่งที่ยังไม่ถูกค้นพบ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
แม้จะมีข่าวลือแพร่สะพัดว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศยูคลิด (Euclid) ประกาศค้นพบ 'ควาซาร์ที่เก่าแก่ที่สุดในจักรวาลสองแห่ง' เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 แต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบหลักฐานใด ๆ ยืนยันข่าวนี้ [1][4][5][12]
แม้จะมีข่าวลือแพร่สะพัดว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศยูคลิด (Euclid) ประกาศค้นพบ 'ควาซาร์ที่เก่าแก่ที่สุดในจักรวาลสองแห่ง' เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 แต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบหลักฐานใด ๆ ยืนยันข่าวนี้ [1][4][5][12] สิ่งที่ยูคลิดค้นพบจริงเกี่ยวกับควาซาร์ ณ ปัจจุบัน ได้แก่ ข้อมูลชุดแรก (Q1) ที่มีผู้สมัครเป็นควาซาร์และนิวเคลียสกาแล็กซีรุนแรง (AGN) นับพัน, ควาซาร์สว่าง 3,500 แห่งที่วัดค่าเรดชิฟต์ได้, ระบบควาซาร์คู่ที่น่าจะเป็น, และค...
ควาซาร์ที่อยู่ไกลที่สุดเท่าที่รู้จักยังคงเป็น UHZ1 (z 10.1) และหลุมดำมวลยิ่งยวดที่เก่าแก่ที่สุดยังคงเป็น J0313 1806 (z=7.64) ซึ่งค้นพบก่อนหน้านี้โดยยานอวกาศอื่น ไม่ใช่ยูคลิด [21][43]