ในช่วงหลายวันหลังเกม ฟีฟ่าได้แจ้งกับสื่อหลายสำนัก รวมถึง The Athletic, ESPN และ Fox News ว่าจะไม่มีกลไกใดๆ ในการอุทธรณ์ใบแดงหรือโทษแบนที่ตามมาได้ โดยฟีฟ่าอ้างถึงข้อ 9.6 ของกฎข้อบังคับฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งระบุว่า "จะไม่สามารถประท้วงคำตัดสินของผู้ตัดสินได้" สหพันธ์ฟุตบอลสหรัฐฯ (US Soccer) จึงถูกแจ้งว่าไม่มีช่องทางทางกฎหมายใดๆ ข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวที่ฟีฟ่ารับทราบคือกรณีที่คณะกรรมการวินัยมีอำนาจขยายโทษแบนให้มากกว่า 1 เกม ซึ่งโดยปกติสงวนไว้สำหรับกรณีความประพฤติรุนแรงที่จะมีโทษแบน 3 นัด ซึ่งไม่ตรงกับกรณีนี้ ทำให้บาล็อกุนดูเหมือนจะพลาดเกมกับเบลเยียมอย่างแน่นอน
ในวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม หนึ่งวันก่อนการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย คณะกรรมการวินัยของฟีฟ่าประกาศพลิกคำตัดสิน โดยระบุว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตาม 'ข้อ 27' แห่งประมวลกฎหมายวินัยของฟีฟ่า (FIFA Disciplinary Code) มาตรา 27 นี้ เปิดทางให้คณะกรรมการสามารถ 'พัก' โทษทางวินัย และกำหนดระยะเวลาทดลองงานได้ ฟีฟ่าไม่ได้เพิกถอนใบแดง แต่เป็นการ 'พักโทษแบน 1 นัด' และกำหนดระยะเวลาทดลองงาน 1 ปี หากบาล็อกุนไม่กระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้อีกภายใน 1 ปี โทษแบนนี้ก็จะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย ฟีฟ่าไม่ได้ให้ความโปร่งใสเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้มีการใช้มาตรา 27 ในกรณีนี้ นับเป็นการพลิกคำตัดสินโทษแบนใบแดงในฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบ 64 ปี
มีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขอให้ฟีฟ่าทบทวนโทษแบนของบาล็อกุน ก่อนที่จะมีการพลิกคำตัดสิน หลังจากทราบผลการตัดสิน ทรัมป์ได้กล่าวชื่นชมฟีฟ่าที่ "กลับคำตัดสินอันไม่ยุติธรรมครั้งใหญ่" (reversing a great injustice) แม้ฟีฟ่าจะไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าคำขอของประธานาธิบดีเป็นปัจจัย แต่จังหวะเวลาก็ทำให้เกิดข้อกังขาอย่างมาก สมาคมฟุตบอลเบลเยียมออกมาแสดงความ 'ตกตะลึง' (astonished) ต่อการเปลี่ยนแปลงในนาทีสุดท้ายนี้ นักวิจารณ์หลายคนมองว่าการกระทำนี้บั่นทอนความน่าเชื่อถือของฟีฟ่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ยืนกรานมาโดยตลอดว่าไม่มีช่องทางอุทธรณ์ใดๆ
ทีมชาติสหรัฐฯ จะพบกับเบลเยียมในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่สนามซีแอตเทิล สเตเดียม (Lumen Field) โดยที่ตำแหน่งในรอบก่อนรองชนะเลิศเป็นเดิมพัน บาล็อกุน กองหน้าตัวเก่งและดาวซัลโวของทีมในทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยจำนวน 3 ประตู ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกตัดชื่อออกจากทีม แต่ตอนนี้พร้อมลงเล่นแล้ว นี่เป็นโอกาสของสหรัฐฯ ในการคว้าชัยในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 ซึ่งตอนนั้นทีมชาติสหรัฐฯ สามารถผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้ ทีมไม่สามารถผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา การมีบาล็อกุนพร้อมลงสนามจึงเป็นปัจจัยเสริมความหวังครั้งใหญ่ให้กับทีมที่พยายามจะทำลายสถิติอันยาวนานถึง 24 ปีนี้
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการพลิกคำตัดสินครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเพียงวันเดียวก่อนเกมและมีการแทรกแซงจากประธานาธิบดี ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับความสม่ำเสมอและความโปร่งใสของฟีฟ่า สำหรับทีมชาติสหรัฐฯ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือกองหน้าคนสำคัญของพวกเขาจะลงสนามในเกมที่ใหญ่ที่สุดของทัวร์นาเมนต์นี้ แต่สำหรับฟีฟ่า เหตุการณ์นี้ตั้งคำถามที่น่าอึดอัดใจเกี่ยวกับการใช้กฎข้อบังคับขององค์กร และความเป็นไปได้ที่อิทธิพลภายนอกจะสามารถเปลี่ยนแปลงผลทางวินัยได้หรือไม่