3 ก.ค. 2569 เอสบียูและสำนักงานอัยการสูงสุดยูเครนฟ้องวาเลรี เกราซิมอฟ เสนาธิการกองทัพรัสเซีย ในข้อหาอาชญากรรมสงครามส่วนบุคคล กรณีวางแผนและสั่งการโจมตีเคียฟแบบถล่มยับด้วยขีปนาวุธ 74 ลูกและโดรน 496 ลูก กว่า 11 ชั่วโมง ข้อหาภายใต้มาตรา 438 แห่งประมวลกฎหมายอาญายูเครน กรณีละเมิดกฎหมายสงคราม โดยการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและอา...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What are the details of Ukraine's war crimes charges against Russian Chief of General Staff Valer. Article summary: On July 3, 2026, the Security Service of Ukraine (SBU) and the Prosecutor General's Office formally launched war crimes proceedings against Valery Gerasimov, Chief of the General Staff of the Russian Armed Forces, for pe. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 หน่วยงานความมั่นคงแห่งยูเครน (SBU) ร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เริ่มดำเนินคดีอาญาในข้อหาอาชญากรรมสงครามต่อวาเลรี เกราซิมอฟ เสนาธิการกองทัพรัสเซีย โดยกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้สั่งการและวางแผนการโจมตีกรุงเคียฟครั้งใหญ่ในคืนวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ด้วยตัวเอง นี่คือรายละเอียดสำคัญของข้อกล่าวหา การโจมตี และผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมในความขัดแย้งครั้งนี้
รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน แบบถล่มยับด้วยกำลังพลขนาดใหญ่ในคืนวันที่ 2 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ยูเครนรายงานว่ามอสโกใช้ ขีปนาวุธ 74 ลูก และโดรน 496 ลำ ในการโจมตีนานกว่า 11 ชั่วโมง การโจมตีทำลาย อาคารที่อยู่อาศัยอย่างน้อย 20 หลัง และสร้างความเสียหายแก่โครงสร้างพลเรือนทั่วเมือง โดยมีการรายงานการโจมตีในมากกว่า 30 จุด
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวว่าเกือบครึ่งหนึ่งของขีปนาวุธที่ใช้เป็นแบบ ballistic และโดรนที่ใช้รวมถึง Shahed แบบเจ็ต
เจ้าหน้าที่บรรยายเหตุการณ์นี้ว่าเป็น "คืนแห่งความสยดสยอง" สำหรับชาวเคียฟ
ผลกระทบต่อพลเรือนนั้นรุนแรง อัยการสูงสุดยูเครนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย รายงานร่วมสมัยจาก Reuters, Time และ CBC ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตระหว่าง 17 ถึง 25 ราย โดยมี ผู้บาดเจ็บมากกว่า 80 ราย
ตัวเลขที่แตกต่างกันนี้สะท้อนถึงปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องหลังเหตุการณ์ หน่วยบริการฉุกเฉินแห่งรัฐยูเครนยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 รายและบาดเจ็บกว่า 80 ราย ณ วันที่ 2 กรกฎาคม
จุดสำคัญคือ พนักงานสอบสวนยูเครนระบุว่าการโจมตีครั้งนี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่สถานที่ทางทหารหรือยุทธศาสตร์ใดๆ แต่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเสียหายแก่พลเรือนโดยสิ้นเชิง
เอสบียูกล่าวหาเกราซิมอฟว่า วางแผน จัดระเบียบ และสั่งการ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนและพื้นที่อยู่อาศัยของเคียฟเป็นการส่วนตัว ข้อกล่าวหาอยู่ภายใต้ มาตรา 438 ส่วนที่ 2 แห่งประมวลกฎหมายอาญายูเครน ซึ่งเป็นข้อหาละเมิดกฎหมายและประเพณีสงคราม โดยเฉพาะในเรื่องการสั่งโจมตีเป้าหมายพลเรือนและอาคารที่อยู่อาศัย
พนักงานสอบสวนยูเครนระบุว่าพวกเขาสามารถพิสูจน์ สายการบังคับบัญชาโดยตรง ของเกราซิมอฟและการมีส่วนร่วมส่วนตัวในการวางแผนโจมตีวันที่ 2 กรกฎาคม รวมถึงการตัดสินใจในการกำหนดเป้าหมายที่ส่งผลให้เขตที่อยู่อาศัยถูกโจมตี ถ้อยแถลงของเอสบียูระบุว่า "ตามคำสั่งของเกราซิมอฟ กองกำลังทหารรัสเซียภายใต้บังคับบัญชาได้มีส่วนร่วมในการวางแผน เตรียมการ และดำเนินการโจมตีทางอากาศต่อยูเครน โดยใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด เรือรบติดขีปนาวุธ และระบบภาคพื้นดิน"
คดีในประเทศครั้งนี้เป็น กระบวนการที่แยกต่างหาก จากหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ที่มีต่อเกราซิมอฟอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งออกในเดือนมิถุนายน 2567 ในข้อหาโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนก่อนหน้านี้ หลักกฎหมายมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด กล่าวคือ ทั้งสองข้อกล่าวหาอ้างถึงอาชญากรรมสงครามจากการสั่งโจมตีพลเรือนและวัตถุพลเรือน แต่การโจมตีวันที่ 2 กรกฎาคมเป็นเหตุการณ์ใหม่ที่ชัดเจน พร้อมด้วยหลักฐานที่บันทึกไว้เกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายอาคารที่อยู่อาศัยโดยตรง
กระทรวงกลาโหมรัสเซียอธิบายว่าการโจมตีวันที่ 2 กรกฎาคมเป็น "การโจมตีตอบโต้ครั้งใหญ่" เพื่อตอบโต้การโจมตีระยะไกลของยูเครนต่อโรงงานน้ำมันของรัสเซีย มิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินยืนยันว่าเกราซิมอฟได้รายงานผลการโจมตีต่อประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เป็นการส่วนตัว
รัสเซียยืนยันว่าการโจมตีมุ่งเป้าไปที่ "เป้าหมายทางทหารหรือที่เกี่ยวข้องกับการทหารเท่านั้น" ซึ่งเป็นคำกล่าวที่เจ้าหน้าที่ยูเครนและผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศปฏิเสธ เนื่องจากความเสียหายอย่างกว้างขวางต่ออาคารที่อยู่อาศัย
คดีนี้สร้าง กลยุทธ์การรับผิดในสองแนวทาง กล่าวคือ เกราซิมอฟกำลังเผชิญทั้งหมายจับ ICC และคดีอาชญากรรมสงครามระดับชาติของยูเครนที่แยกออกจากกัน ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกประกาศในขณะที่ยูเครนกำลังเตรียมการปรึกษาหารือกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันทางการทูตต่อพันธมิตรระหว่างประเทศให้สนับสนุนกลไกการรับผิด
ในทางปฏิบัติ เกราซิมอฟยังคงอยู่ในรัสเซียและมีแนวโน้มต่ำมากที่จะถูกดำเนินคดีเว้นแต่จะถูกจับกุมนอกประเทศ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ดูห่างไกลในขณะนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบันทึกหลักฐาน สร้างประวัติทางกฎหมาย และรักษาแรงกดดันทางการเมืองและกฎหมายอย่างต่อเนื่องต่อความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาในเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายแก่พลเรือนจำนวนมาก คดียังช่วยเสริมสร้างรากฐานหลักฐานสำหรับการดำเนินคดีระหว่างประเทศในอนาคต หรือการพิจารณาคดีในประเทศโดยไม่มีการปรากฏตัวของจำเลย
คดีอาชญากรรมสงครามของยูเครนต่อวาเลรี เกราซิมอฟ สำหรับการโจมตีเคียฟเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ถือเป็นการยกระดับความพยายามในการรับผิดชอบทางกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ การฟ้องร้องนายพลระดับสูงสุดของรัสเซียโดยตรง ไม่ใช่แค่ผู้ใต้บังคับบัญชา ถือเป็นกลยุทธ์ทางกฎหมายที่เสี่ยงสูง ซึ่งบันทึกความรับผิดชอบในการบังคับบัญชาโดยตรงสำหรับหนึ่งในการโจมตีเมืองหลวงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของสงคราม ไม่ว่าเกราซิมอฟจะต้องขึ้นศาลหรือไม่ คดีนี้ก็สร้างบันทึกสาธารณะโดยละเอียดเกี่ยวกับขนาดของการโจมตีและสายการบังคับบัญชาที่อยู่เบื้องหลัง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
3 ก.ค. 2569 เอสบียูและสำนักงานอัยการสูงสุดยูเครนฟ้องวาเลรี เกราซิมอฟ เสนาธิการกองทัพรัสเซีย ในข้อหาอาชญากรรมสงครามส่วนบุคคล กรณีวางแผนและสั่งการโจมตีเคียฟแบบถล่มยับด้วยขีปนาวุธ 74 ลูกและโดรน 496 ลูก กว่า 11 ชั่วโมง
3 ก.ค. 2569 เอสบียูและสำนักงานอัยการสูงสุดยูเครนฟ้องวาเลรี เกราซิมอฟ เสนาธิการกองทัพรัสเซีย ในข้อหาอาชญากรรมสงครามส่วนบุคคล กรณีวางแผนและสั่งการโจมตีเคียฟแบบถล่มยับด้วยขีปนาวุธ 74 ลูกและโดรน 496 ลูก กว่า 11 ชั่วโมง ข้อหาภายใต้มาตรา 438 แห่งประมวลกฎหมายอาญายูเครน กรณีละเมิดกฎหมายสงคราม โดยการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและอาคารที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นคดีใหม่ที่แยกจากหมายจับ ICC ที่มีอยู่เดิม
เกราซิมอฟยังคงอยู่ในรัสเซียและมีแนวโน้มต่ำมากที่จะถูกดำเนินคดีเว้นแต่ถูกจับกุมนอกประเทศ คดีนี้มุ่งเน้นการรวบรวมพยานหลักฐานและสร้างแรงกดดันทางกฎหมายต่อความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา