ตัวเลขของสองเดือนก่อนหน้ายังถูกปรับลดลงรวม 74,000 ตำแหน่ง โดยตัวเลขเดือนพฤษภาคมถูกปรับจาก 172,000 เหลือ 129,000 ตำแหน่ง
แม้อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.2% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งปี แต่การลดลงครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนการจ้างงานที่แข็งแกร่งเป็นหลัก หากเกิดจากจำนวนคนในกำลังแรงงานที่ลดลง อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ เหลือ 61.5% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021 และมีคนราว 720,000 คนออกจากกำลังแรงงานในเดือนมิถุนายน
การจ้างงานเพิ่มขึ้นในภาคบริการวิชาชีพและธุรกิจ 36,000 ตำแหน่ง งานช่วยเหลือสังคม 25,000 ตำแหน่ง และสาธารณสุข 22,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาคสันทนาการและโรงแรมสูญเสียงาน 61,000 ตำแหน่ง
ข้อมูลจ้างงานที่อ่อนแอทำให้ตลาดปรับมุมมองต่อนโยบายการเงินของเฟดใหม่อย่างฉับพลัน นักลงทุนมองว่าโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม 2026 ลดลงอย่างมาก ข้อมูลจากตลาดฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยของ CME FedWatch ก็สะท้อนว่าโอกาสดังกล่าวร่วงลงทันทีหลังการประกาศตัวเลข
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนกังวลว่าตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งเกินไปอาจบีบให้เฟดใช้นโยบายเข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แต่รายงานล่าสุดช่วยลดแรงกดดันต่อหุ้นสหรัฐฯ และถูกมองว่าเป็น “ความผ่อนคลายสำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ”
ตลาดยังคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยน้อยลงภายในเดือนมีนาคม 2027 เมื่อเทียบกับก่อนการเปิดเผยข้อมูล ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มกลับมาคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2026
สัปดาห์ซื้อขายที่สั้นลงเนื่องจากวันหยุดในสหรัฐฯ จบลงแบบผสม ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.6% เฉพาะวันที่ 2 กรกฎาคม ขณะที่ Nasdaq Composite และ Dow Jones Industrial Average ก็ปรับตัวขึ้น
อย่างไรก็ตาม Russell 2000 และ S&P MidCap 400 ปรับตัวลง สะท้อนการโยกเงินออกจากหุ้นขนาดเล็ก เมื่อพิจารณารายกลุ่มใน S&P 500 กลุ่มบริการสื่อสาร การเงิน และสินค้าฟุ่มเฟือยสำหรับผู้บริโภคปรับตัวดี ขณะที่อสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค และพลังงานอ่อนตัว
หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังเป็นจุดที่สร้างความผันผวนให้ดัชนี โดยมีการแกว่งตัวแรงและแรงขายหนักในช่วงปลายสัปดาห์
ทองคำเป็นผู้ชนะเด่นของสัปดาห์ ราคาทองคำสปอตฟื้นจากระดับต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์ กลับมายืนเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์
วันที่ 2 กรกฎาคม ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 2.2% สู่ 4,117.63 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และวันที่ 3 กรกฎาคมปรับขึ้นอีก 1.4% สู่ 4,179.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน
การปรับขึ้นครั้งนี้ทำให้ทองคำมีแนวโน้มปิดสัปดาห์เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์ และยุติช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดในรอบ 8 ปี
ปัจจัยหนุนหลัก ได้แก่ ข้อมูลจ้างงานที่ลดความหวังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่า ราคาน้ำมันที่ลดลงซึ่งช่วยคลายความกังวลเงินเฟ้อ และถ้อยแถลงของเฟดที่มีท่าทีแข็งกร้าวน้อยลง
ราคาเงินพุ่งขึ้น 4.6% ในวันที่ 2 กรกฎาคม ขณะที่บิตคอยน์ก็แข็งค่าขึ้นไปในทิศทางเดียวกับทองคำ หลังตลาดลดเดิมพันการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงหลังตลาดมองว่าตัวเลขจ้างงานทำให้เฟดมีเหตุผลน้อยลงที่จะขึ้นดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลงตามความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยที่ถอยห่าง
นอกจากตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่หดตัวลงแล้ว ข้อมูลภาคการผลิตจากเอเชียในเดือนมิถุนายนยังสะท้อนว่าแรงส่งเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอลง แม้หลายประเทศยังอยู่ในภาวะขยายตัว
ดัชนี PMI หรือดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ใช้ระดับ 50 เป็นเส้นแบ่งระหว่างการขยายตัวกับการหดตัว โดยข้อมูลสำคัญมีดังนี้
เมื่อประกอบกับการที่คนราว 720,000 คนออกจากกำลังแรงงานสหรัฐฯ และอัตราการมีส่วนร่วมลดลงเหลือ 61.5% ข้อมูลเหล่านี้จึงทำให้ตลาดเห็นภาพแรงส่งเศรษฐกิจโลกที่กำลังชะลอ และปรับลดการคาดการณ์การคุมเข้มนโยบายของเฟด
| สินทรัพย์ / ตัวชี้วัด | ทิศทาง | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|---|
| S&P 500 | ▲ ขึ้น | เพิ่ม 0.6% ในวันที่ 2 กรกฎาคม แต่ทั้งสัปดาห์ปิดแบบผสม |
| Nasdaq | ▲ ขึ้นแต่ผันผวน | หุ้นเทคโนโลยีแกว่งตัวแรงและถูกเทขายช่วงปลายสัปดาห์ |
| Dow Jones | ▲ ขึ้น | ปรับตัวเพิ่มขึ้น |
| Russell 2000 | ▼ ลง | หุ้นขนาดเล็กปรับตัวตามหลังตลาด |
| ทองคำ | ▲ ขึ้นราว 4–5% | อยู่ที่ 4,179.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันศุกร์ และบวกครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์ |
| เงิน | ▲ ขึ้น | เพิ่ม 4.6% ในวันที่ 2 กรกฎาคม |
| บิตคอยน์ | ▲ ขึ้น | แข็งค่าตามการลดเดิมพันขึ้นดอกเบี้ยเฟด |
| ดอลลาร์สหรัฐฯ | ▼ ลง | อ่อนค่าหลังข้อมูลจ้างงานเผยแพร่ |
| บอนด์ยีลด์ | ▼ ลง | ลดลงตามความคาดหวังขึ้นดอกเบี้ยที่ถอยลง |
| การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิถุนายน | 57,000 ตำแหน่ง | ต่ำกว่าคาดการณ์ราว 115,000 ตำแหน่งมาก |
| อัตราการว่างงาน | 4.2% | ลดลงส่วนหนึ่งจากคนออกจากกำลังแรงงาน |
| อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน | 61.5% | มีคนราว 720,000 คนออกจากกำลังแรงงาน |
| โอกาสขึ้นดอกเบี้ยของเฟด | ▼ ลดลงอย่างมาก | โอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมร่วงลงหลังรายงานจ้างงาน |
ตัวเลขของสองเดือนก่อนหน้ายังถูกปรับลดลงรวม 74,000 ตำแหน่ง โดยตัวเลขเดือนพฤษภาคมถูกปรับจาก 172,000 เหลือ 129,000 ตำแหน่ง
แม้อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.2% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งปี แต่การลดลงครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนการจ้างงานที่แข็งแกร่งเป็นหลัก หากเกิดจากจำนวนคนในกำลังแรงงานที่ลดลง อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ เหลือ 61.5% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021 และมีคนราว 720,000 คนออกจากกำลังแรงงานในเดือนมิถุนายน
การจ้างงานเพิ่มขึ้นในภาคบริการวิชาชีพและธุรกิจ 36,000 ตำแหน่ง งานช่วยเหลือสังคม 25,000 ตำแหน่ง และสาธารณสุข 22,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาคสันทนาการและโรงแรมสูญเสียงาน 61,000 ตำแหน่ง
ข้อมูลจ้างงานที่อ่อนแอทำให้ตลาดปรับมุมมองต่อนโยบายการเงินของเฟดใหม่อย่างฉับพลัน นักลงทุนมองว่าโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม 2026 ลดลงอย่างมาก ข้อมูลจากตลาดฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยของ CME FedWatch ก็สะท้อนว่าโอกาสดังกล่าวร่วงลงทันทีหลังการประกาศตัวเลข
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนกังวลว่าตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งเกินไปอาจบีบให้เฟดใช้นโยบายเข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แต่รายงานล่าสุดช่วยลดแรงกดดันต่อหุ้นสหรัฐฯ และถูกมองว่าเป็น “ความผ่อนคลายสำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ”
ตลาดยังคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยน้อยลงภายในเดือนมีนาคม 2027 เมื่อเทียบกับก่อนการเปิดเผยข้อมูล ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มกลับมาคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2026
สัปดาห์ซื้อขายที่สั้นลงเนื่องจากวันหยุดในสหรัฐฯ จบลงแบบผสม ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.6% เฉพาะวันที่ 2 กรกฎาคม ขณะที่ Nasdaq Composite และ Dow Jones Industrial Average ก็ปรับตัวขึ้น
อย่างไรก็ตาม Russell 2000 และ S&P MidCap 400 ปรับตัวลง สะท้อนการโยกเงินออกจากหุ้นขนาดเล็ก เมื่อพิจารณารายกลุ่มใน S&P 500 กลุ่มบริการสื่อสาร การเงิน และสินค้าฟุ่มเฟือยสำหรับผู้บริโภคปรับตัวดี ขณะที่อสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค และพลังงานอ่อนตัว
หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังเป็นจุดที่สร้างความผันผวนให้ดัชนี โดยมีการแกว่งตัวแรงและแรงขายหนักในช่วงปลายสัปดาห์
ทองคำเป็นผู้ชนะเด่นของสัปดาห์ ราคาทองคำสปอตฟื้นจากระดับต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์ กลับมายืนเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์
วันที่ 2 กรกฎาคม ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 2.2% สู่ 4,117.63 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และวันที่ 3 กรกฎาคมปรับขึ้นอีก 1.4% สู่ 4,179.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน
การปรับขึ้นครั้งนี้ทำให้ทองคำมีแนวโน้มปิดสัปดาห์เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์ และยุติช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดในรอบ 8 ปี
ปัจจัยหนุนหลัก ได้แก่ ข้อมูลจ้างงานที่ลดความหวังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่า ราคาน้ำมันที่ลดลงซึ่งช่วยคลายความกังวลเงินเฟ้อ และถ้อยแถลงของเฟดที่มีท่าทีแข็งกร้าวน้อยลง
ราคาเงินพุ่งขึ้น 4.6% ในวันที่ 2 กรกฎาคม ขณะที่บิตคอยน์ก็แข็งค่าขึ้นไปในทิศทางเดียวกับทองคำ หลังตลาดลดเดิมพันการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงหลังตลาดมองว่าตัวเลขจ้างงานทำให้เฟดมีเหตุผลน้อยลงที่จะขึ้นดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลงตามความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยที่ถอยห่าง
นอกจากตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่หดตัวลงแล้ว ข้อมูลภาคการผลิตจากเอเชียในเดือนมิถุนายนยังสะท้อนว่าแรงส่งเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอลง แม้หลายประเทศยังอยู่ในภาวะขยายตัว
ดัชนี PMI หรือดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ใช้ระดับ 50 เป็นเส้นแบ่งระหว่างการขยายตัวกับการหดตัว โดยข้อมูลสำคัญมีดังนี้
เมื่อประกอบกับการที่คนราว 720,000 คนออกจากกำลังแรงงานสหรัฐฯ และอัตราการมีส่วนร่วมลดลงเหลือ 61.5% ข้อมูลเหล่านี้จึงทำให้ตลาดเห็นภาพแรงส่งเศรษฐกิจโลกที่กำลังชะลอ และปรับลดการคาดการณ์การคุมเข้มนโยบายของเฟด
| สินทรัพย์ / ตัวชี้วัด | ทิศทาง | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|---|
| S&P 500 | ▲ ขึ้น | เพิ่ม 0.6% ในวันที่ 2 กรกฎาคม แต่ทั้งสัปดาห์ปิดแบบผสม |
| Nasdaq | ▲ ขึ้นแต่ผันผวน | หุ้นเทคโนโลยีแกว่งตัวแรงและถูกเทขายช่วงปลายสัปดาห์ |
| Dow Jones | ▲ ขึ้น | ปรับตัวเพิ่มขึ้น |
| Russell 2000 | ▼ ลง | หุ้นขนาดเล็กปรับตัวตามหลังตลาด |
| ทองคำ | ▲ ขึ้นราว 4–5% | อยู่ที่ 4,179.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันศุกร์ และบวกครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์ |
| เงิน | ▲ ขึ้น | เพิ่ม 4.6% ในวันที่ 2 กรกฎาคม |
| บิตคอยน์ | ▲ ขึ้น | แข็งค่าตามการลดเดิมพันขึ้นดอกเบี้ยเฟด |
| ดอลลาร์สหรัฐฯ | ▼ ลง | อ่อนค่าหลังข้อมูลจ้างงานเผยแพร่ |
| บอนด์ยีลด์ | ▼ ลง | ลดลงตามความคาดหวังขึ้นดอกเบี้ยที่ถอยลง |
| การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิถุนายน | 57,000 ตำแหน่ง | ต่ำกว่าคาดการณ์ราว 115,000 ตำแหน่งมาก |
| อัตราการว่างงาน | 4.2% | ลดลงส่วนหนึ่งจากคนออกจากกำลังแรงงาน |
| อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน | 61.5% | มีคนราว 720,000 คนออกจากกำลังแรงงาน |
| โอกาสขึ้นดอกเบี้ยของเฟด | ▼ ลดลงอย่างมาก | โอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมร่วงลงหลังรายงานจ้างงาน |