McMurtry เคยประกาศราคาเริ่มต้นที่ 820,000 ปอนด์ (รวมภาษีตามแต่ละประเทศ) แต่รายงานล่าสุดระบุว่าราคาจริงของลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 995,000 – 1.2 ล้านปอนด์ ขึ้นอยู่กับตลาดและภาษี) แหล่งข่าวแต่ละแห่งมีตัวเลขแตกต่างกันเล็กน้อย — Autoblog และ Electrek บอกที่ 1.3 ล้านเหรียญ, CNN รายงานที่ 1.34 ล้านเหรียญ และบทความเก่าของ Electrek บอก 1.36 ล้านเหรียญ — ซึ่งน่าจะเกิดจากออปชันเพิ่มเติม, การจัดเก็บภาษี และความผันผวนของค่าเงิน
การผลิตจำกัดเพียง 100 คัน ทั่วโลก ปัจจุบันการผลิตเริ่มต้นขึ้นแล้วที่โรงงานแห่งใหม่ของ McMurtry ขนาด 29,000 ตารางฟุต (ประมาณ 2,694 ตารางเมตร) ในเมือง Wotton-under-Edge ประเทศอังกฤษ โดยรถคันแรกของลูกค้าคาดว่าจะส่งมอบได้ภายในปลายปี 2026
ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบมอเตอร์คู่ (twin-motor) ให้กำลังประมาณ 1,000 แรงม้า (745 กิโลวัตต์) ส่งกำลังไปที่ล้อหลัง ด้วยน้ำหนักราว 1,050 กก. รถคันนี้มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักเกือบ 1:1 อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. อย่างเป็นทางการอยู่ที่ 1.55 วินาที แม้รถต้นแบบเคยทำไว้ที่ 1.38 วินาทีในสภาพที่เหมาะสม ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 190 ไมล์/ชม. (306 กม./ชม.)
นวัตกรรมสำคัญของ Spéirling PURE คือระบบ "Downforce-on-Demand" โดยพัดลมสองตัวที่หันไปทางด้านหลังหมุนด้วยความเร็วสูงสุด 23,000 รอบต่อนาที เพื่อดูดอากาศจากใต้ท้องรถ สร้างแรงกด (downforce) สูงถึง ~2,000 กก. (4,400 ปอนด์) — แม้จอดนิ่งอยู่กับที่ นั่นคือมากกว่าน้ำหนักของตัวรถกว่าเท่าตัว
McMurtry ได้สาธิตประสิทธิภาพของระบบนี้ด้วยการขับ Spéirling บนรางกลับหัว (inverted track) ซึ่งพิสูจน์ว่าคำกล่าวอ้างนี้เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แรงกดที่เกิดขึ้นทันทีนี้เองที่ทำให้รถเข้าโค้งได้ด้วยแรง G ที่เหนือรถซูเปอร์คาร์ทั่วไป และทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. ต่ำกว่า 1.6 วินาทีได้
Spéirling PURE รุ่นผลิตจริงจะปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งแรกในงาน Goodwood Festival of Speed ระหว่างวันที่ 9-12 กรกฎาคม 2026 ตามด้วยการเปิดตัวในอเมริกาเหนือครั้งแรกที่งาน The Quail รัฐแคลิฟอร์เนีย ในวันที่ 14 สิงหาคม 2026 การส่งมอบให้ลูกค้าจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายปีเดียวกัน
รถรุ่นนี้ผลิตตามมาตรฐานความปลอดภัยของมอเตอร์สปอร์ต มาพร้อมกับโมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมโครงสร้างป้องกันการพลิกคว่ำและโครงสร้างรับแรงกระแทกในตัว มันเข้าเกณฑ์ สำหรับการแข่งขันในซีรีส์ต่างๆ ของสหรัฐฯ และยุโรป แม้ว่า McMurtry ยังไม่ประกาศว่าจะลงแข่งขันในรายการใดเป็นการเฉพาะ รถคันนี้ ไม่ได้รับอนุญาตให้ขับขี่บนถนนสาธารณะ และมีไว้สำหรับสนามปิดเท่านั้น
Spéirling PURE ได้พิสูจน์ความเร็วมาแล้ว: มันทำ สถิติสนามทดสอบ Top Gear ด้วยเวลา 55.9 วินาที เอาชนะรถ Formula 1 ไปได้กว่า 3 วินาที
McMurtry เคยประกาศราคาเริ่มต้นที่ 820,000 ปอนด์ (รวมภาษีตามแต่ละประเทศ) แต่รายงานล่าสุดระบุว่าราคาจริงของลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 995,000 – 1.2 ล้านปอนด์ ขึ้นอยู่กับตลาดและภาษี) แหล่งข่าวแต่ละแห่งมีตัวเลขแตกต่างกันเล็กน้อย — Autoblog และ Electrek บอกที่ 1.3 ล้านเหรียญ, CNN รายงานที่ 1.34 ล้านเหรียญ และบทความเก่าของ Electrek บอก 1.36 ล้านเหรียญ — ซึ่งน่าจะเกิดจากออปชันเพิ่มเติม, การจัดเก็บภาษี และความผันผวนของค่าเงิน
การผลิตจำกัดเพียง 100 คัน ทั่วโลก ปัจจุบันการผลิตเริ่มต้นขึ้นแล้วที่โรงงานแห่งใหม่ของ McMurtry ขนาด 29,000 ตารางฟุต (ประมาณ 2,694 ตารางเมตร) ในเมือง Wotton-under-Edge ประเทศอังกฤษ โดยรถคันแรกของลูกค้าคาดว่าจะส่งมอบได้ภายในปลายปี 2026
ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบมอเตอร์คู่ (twin-motor) ให้กำลังประมาณ 1,000 แรงม้า (745 กิโลวัตต์) ส่งกำลังไปที่ล้อหลัง ด้วยน้ำหนักราว 1,050 กก. รถคันนี้มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักเกือบ 1:1 อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. อย่างเป็นทางการอยู่ที่ 1.55 วินาที แม้รถต้นแบบเคยทำไว้ที่ 1.38 วินาทีในสภาพที่เหมาะสม ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 190 ไมล์/ชม. (306 กม./ชม.)
นวัตกรรมสำคัญของ Spéirling PURE คือระบบ "Downforce-on-Demand" โดยพัดลมสองตัวที่หันไปทางด้านหลังหมุนด้วยความเร็วสูงสุด 23,000 รอบต่อนาที เพื่อดูดอากาศจากใต้ท้องรถ สร้างแรงกด (downforce) สูงถึง ~2,000 กก. (4,400 ปอนด์) — แม้จอดนิ่งอยู่กับที่ นั่นคือมากกว่าน้ำหนักของตัวรถกว่าเท่าตัว
McMurtry ได้สาธิตประสิทธิภาพของระบบนี้ด้วยการขับ Spéirling บนรางกลับหัว (inverted track) ซึ่งพิสูจน์ว่าคำกล่าวอ้างนี้เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แรงกดที่เกิดขึ้นทันทีนี้เองที่ทำให้รถเข้าโค้งได้ด้วยแรง G ที่เหนือรถซูเปอร์คาร์ทั่วไป และทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. ต่ำกว่า 1.6 วินาทีได้
Spéirling PURE รุ่นผลิตจริงจะปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งแรกในงาน Goodwood Festival of Speed ระหว่างวันที่ 9-12 กรกฎาคม 2026 ตามด้วยการเปิดตัวในอเมริกาเหนือครั้งแรกที่งาน The Quail รัฐแคลิฟอร์เนีย ในวันที่ 14 สิงหาคม 2026 การส่งมอบให้ลูกค้าจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายปีเดียวกัน
รถรุ่นนี้ผลิตตามมาตรฐานความปลอดภัยของมอเตอร์สปอร์ต มาพร้อมกับโมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมโครงสร้างป้องกันการพลิกคว่ำและโครงสร้างรับแรงกระแทกในตัว มันเข้าเกณฑ์ สำหรับการแข่งขันในซีรีส์ต่างๆ ของสหรัฐฯ และยุโรป แม้ว่า McMurtry ยังไม่ประกาศว่าจะลงแข่งขันในรายการใดเป็นการเฉพาะ รถคันนี้ ไม่ได้รับอนุญาตให้ขับขี่บนถนนสาธารณะ และมีไว้สำหรับสนามปิดเท่านั้น
Spéirling PURE ได้พิสูจน์ความเร็วมาแล้ว: มันทำ สถิติสนามทดสอบ Top Gear ด้วยเวลา 55.9 วินาที เอาชนะรถ Formula 1 ไปได้กว่า 3 วินาที