ผู้อำนวยการเกม Naoki Hamaguchi เปิดเผยกับนิตยสาร Famitsu หลังจากการประกาศเกมไม่นานว่าทีมงานให้ความสำคัญกับการทำ Revelation ให้เสร็จแทนที่จะทำ DLC สำหรับ Rebirth แต่ หากมีความต้องการจากผู้เล่นและยอดขายที่เพียงพอ ทีมงานก็จะพิจารณาทำ DLC สำหรับภาคจบนี้ การรั่วไหลของ EpicDB อาจสอดคล้องกับการวางแผน contingency นั้น แต่ก็ไม่ใช่การยืนยันแผนงาน DLC ที่สมบูรณ์
Final Fantasy VII Revelation ประกาศอย่างเป็นทางการในงาน Summer Game Fest Live เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 รายละเอียดที่ยืนยันแล้วมีดังนี้:
นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในกลยุทธ์การวางจำหน่ายของภาคจบ ซึ่งประกาศวางจำหน่ายพร้อมกันหลายแพลตฟอร์ม แทนที่จะเป็นช่วงวางจำหน่ายเฉพาะแพลตฟอร์มเดียวเหมือนสองภาคก่อนหน้าในไตรภาค
แนวทางเนื้อหาหลังวางจำหน่ายของไตรภาคนี้มีความแตกต่างกันอย่างมาก และ DLC ที่รั่วไหลของ Revelation จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หากรายการดังกล่าวถูกต้อง:
Final Fantasy VII Remake (2020)
Remake ได้รับ DLC พิเศษเฉพาะ PS5 ชื่อ Episode INTERmission ซึ่งให้ผู้เล่นควบคุมตัวละคร Yuffie Kisaragi ในบทเนื้อเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างเหตุการณ์ในเกมหลัก นี่เป็น DLC เนื้อเรื่องหลักเพียงตัวเดียวของภาคแรก
Final Fantasy VII Rebirth (2024)
รายงานจาก Famitsu ระบุว่าทีมงานไม่ได้ทำ DLC สำหรับ Rebirth เพราะต้องการมุ่งหน้าไปพัฒนา Final Fantasy VII Revelation ก่อนหน้านี้มีรายงานยืนยันว่า Square Enix วางแผนทำ DLC สำหรับ Rebirth แต่เลือกที่จะให้ความสำคัญกับภาคจบของไตรภาคแทน
Final Fantasy VII Revelation (Spring 2027)
รายการใน EpicDB ที่รั่วไหลชี้ไปที่ Story Expansion Pass และ DLC หลายรายการ ซึ่งจะทำให้แผนหลังวางจำหน่ายของ Revelation กว้างขวางกว่าที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการในตอนนี้ ในขณะที่ Rebirth ไม่ได้รับ DLC เพราะทีมงานโฟกัสที่เกมที่สาม Revelation กำลังถูกพูดถึงโดยผู้อำนวยการว่าเป็นเกมที่อาจได้รับ DLC หากมีความต้องการและยอดขายสนับสนุน
หากข้อมูล EpicDB ถูกต้อง ภาคจบอาจได้รับการเพิ่มเนื้อหาหลังวางจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะจบลงทันทีหลังวางจำหน่าย อย่างไรก็ตาม จนกว่า Square Enix จะออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ นี่ก็ยังคงเป็นข้อมูลรั่วไหลที่ไม่ได้รับการยืนยัน ไม่ใช่กลยุทธ์ที่แน่นอน