ย้อนกลับไปดูดีเทล Strategy ได้ยื่นเอกสาร 8-K ต่อ SEC (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 โดยเปิดเผยว่าได้ขาย Bitcoin จำนวนดังกล่าวระหว่างวันที่ 26-31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในราคาเฉลี่ยประมาณ 77,135 ดอลลาร์ต่อเหรียญ เงินที่ได้จากการขายครั้งนี้ บริษัทระบุชัดเจนว่าจะนำไป ใช้จ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์ (Preferred Stock Dividends)
แม้ยอดขายจะคิดเป็นสัดส่วนแค่ 0.004% ของพอร์ต Bitcoin ทั้งหมดที่บริษัทถือครองอยู่ถึง 843,706 เหรียญ (มูลค่าตามทุนเฉลี่ย 75,699 ดอลลาร์ต่อเหรียญ) แต่นักวิเคราะห์จาก JPMorgan นำโดย Nikolaos Panigirtzoglou ออกมาเตือนว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ส่ง 'สัญญาณ' ที่รุนแรงเกินตัว และ 'ทำให้ตลาด Crypto ตกใจ'
นี่ไม่ใช่การขายธรรมดา แต่เป็นสัญญาณการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ การขาย Bitcoin เพียงครั้งเดียวก่อนหน้านี้ในปี 2022 เป็นการ 'ขายเพื่อลดภาษี' (Tax-Loss Harvesting) โดยขายไป 704 เหรียญ แล้วซื้อกลับคืนทันที 810 เหรียญภายใน 2 วัน แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะเป็นการขายเพื่อนำเงินไปจ่ายภาระผูกพันทางการเงินจริงๆ ซึ่งบ่งชี้ถึง การบริหารจัดการสภาพคล่องรูปแบบใหม่ ของบริษัท
เงินที่ได้จากการขาย 32 BTC นี้ จะถูกนำไปจ่ายปันผลให้กับหุ้นบุริมสิทธิ์รุ่น 'STRC' ซึ่งเป็นหุ้นบุริมสิทธิ์ถาวรที่ให้ผลตอบแทน ปีละ 11.5%
ปัจจุบัน Strategy มีหุ้นบุริมสิทธิ์หลายรุ่น (เช่น STRC และ STRK) ซึ่งสร้างภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายประจำปีรวมกันสูงถึง ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคม 2025 บริษัทจะสำรองเงินสดไว้ถึง 1.44 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับภาระนี้ แต่การขาย Bitcoin ในเดือนมิถุนายน 2026 ก็ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทต้อง 'แตะ' Bitcoin เพื่อนำมาจ่ายดอกเบี้ยจริงๆ
ทำให้เหล่าบรรดานักวิเคราะห์ของ JPMorgan ถึงกับต้องตรวจสอบกระแสเงินสดของบริษัทอย่างละเอียด และออกมาแสดงความเห็นอย่างระมัดระวัง
ในรายงานวิจัยที่เผยแพร่ช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 นักวิเคราะห์ของ JPMorgan ชี้ให้เห็นถึง ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
แม้ว่าบทวิเคราะห์จะยอมรับว่าการขาย 32 เหรียญครั้งนี้ 'เป็นความสมัครใจและเป็นสัญลักษณ์' แต่ก็เตือนว่ามันจุดประกายให้เกิด การคาดเดาเกี่ยวกับการขาย Bitcoin ในอนาคต
ถึงแม้จะมีท่าทีระมัดระวัง JPMorgan ก็ยังคงประเมินแนวโน้มการซื้อของ Strategy ในปี 2026 ไว้ดังนี้:
ข้อมูลณ ต้นเดือนพฤษภาคม 2026 ระบุว่า Strategy ซื้อ Bitcoin ไปแล้ว 145,834 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 Strategy ได้ประกาศว่า อาจขาย Bitcoin มูลค่าสูงถึง 1.25 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมสร้างทุนสำรองของบริษัท พร้อมกับจัดตั้งนโยบายรักษาเงินสดสำรองขั้นต่ำให้เพียงพอต่อการจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ์และดอกเบี้ยจ่ายเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือน นอกจากนี้ยังมีโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Repurchase) ทั้งหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ์มูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ โดย Strategy เปิดเผยว่าเงินสำรองของบริษัทอยู่ที่ 2.55 พันล้านดอลลาร์ หลังจากการขายหุ้นสามัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังได้ขึ้นอัตราเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ์ STRC เป็น 12% อีกด้วย
นี่คือการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการเปลี่ยนผ่านจากโมเดล 'สะสมอย่างเดียว' ไปสู่ โมเดลการจัดการสภาพคล่องแบบผสม ซึ่งการขาย Bitcoin กลายเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบริหารภาระผูกพันทางการเงิน
ท่าทีที่ระมัดระวังของ JPMorgan ยังถูกอิทธิพลจาก ความไม่แน่นอนของกฎหมาย CLARITY Act (Digital Asset Market Clarity Act) ในสภาคองเกรสสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะสร้างความชัดเจนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยธนาคารประเมินว่าโอกาสที่กฎหมายนี้จะผ่านในปี 2026 มีน้อยกว่า 50% ทำให้ปัจจัยบวกสำคัญต่อตลาด Crypto หายไป นอกจากนี้ กระแสเงินทุนไหลเข้า (Inflows) ในช่วงต้นปียังคงอ่อนแอที่ประมาณ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ Bitcoin ซื้อขายต่ำกว่าต้นทุนการขุดที่ประมาณ 87,000 ดอลลาร์
แม้จะมีมุมมองระมัดระวัง แต่นักวิเคราะห์ JPMorgan บอกว่า จุดอ่อนในปัจจุบันอาจเป็น 'สัญญาณขาลงที่กลับตัวเป็นขาขึ้น' (Bullish Contrarian Signal) ในอนาคต แต่ข้อสรุปว่าครึ่งปีหลังจะดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่า Strategy จะชี้แจงแผนการจ่ายเงินปันผลและความคืบหน้าของ CLARITY Act ได้ชัดเจนแค่ไหน
ย้อนกลับไปดูดีเทล Strategy ได้ยื่นเอกสาร 8-K ต่อ SEC (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 โดยเปิดเผยว่าได้ขาย Bitcoin จำนวนดังกล่าวระหว่างวันที่ 26-31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในราคาเฉลี่ยประมาณ 77,135 ดอลลาร์ต่อเหรียญ เงินที่ได้จากการขายครั้งนี้ บริษัทระบุชัดเจนว่าจะนำไป ใช้จ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์ (Preferred Stock Dividends)
แม้ยอดขายจะคิดเป็นสัดส่วนแค่ 0.004% ของพอร์ต Bitcoin ทั้งหมดที่บริษัทถือครองอยู่ถึง 843,706 เหรียญ (มูลค่าตามทุนเฉลี่ย 75,699 ดอลลาร์ต่อเหรียญ) แต่นักวิเคราะห์จาก JPMorgan นำโดย Nikolaos Panigirtzoglou ออกมาเตือนว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ส่ง 'สัญญาณ' ที่รุนแรงเกินตัว และ 'ทำให้ตลาด Crypto ตกใจ'
นี่ไม่ใช่การขายธรรมดา แต่เป็นสัญญาณการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ การขาย Bitcoin เพียงครั้งเดียวก่อนหน้านี้ในปี 2022 เป็นการ 'ขายเพื่อลดภาษี' (Tax-Loss Harvesting) โดยขายไป 704 เหรียญ แล้วซื้อกลับคืนทันที 810 เหรียญภายใน 2 วัน แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะเป็นการขายเพื่อนำเงินไปจ่ายภาระผูกพันทางการเงินจริงๆ ซึ่งบ่งชี้ถึง การบริหารจัดการสภาพคล่องรูปแบบใหม่ ของบริษัท
เงินที่ได้จากการขาย 32 BTC นี้ จะถูกนำไปจ่ายปันผลให้กับหุ้นบุริมสิทธิ์รุ่น 'STRC' ซึ่งเป็นหุ้นบุริมสิทธิ์ถาวรที่ให้ผลตอบแทน ปีละ 11.5%
ปัจจุบัน Strategy มีหุ้นบุริมสิทธิ์หลายรุ่น (เช่น STRC และ STRK) ซึ่งสร้างภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายประจำปีรวมกันสูงถึง ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคม 2025 บริษัทจะสำรองเงินสดไว้ถึง 1.44 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับภาระนี้ แต่การขาย Bitcoin ในเดือนมิถุนายน 2026 ก็ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทต้อง 'แตะ' Bitcoin เพื่อนำมาจ่ายดอกเบี้ยจริงๆ
ทำให้เหล่าบรรดานักวิเคราะห์ของ JPMorgan ถึงกับต้องตรวจสอบกระแสเงินสดของบริษัทอย่างละเอียด และออกมาแสดงความเห็นอย่างระมัดระวัง
ในรายงานวิจัยที่เผยแพร่ช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 นักวิเคราะห์ของ JPMorgan ชี้ให้เห็นถึง ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
แม้ว่าบทวิเคราะห์จะยอมรับว่าการขาย 32 เหรียญครั้งนี้ 'เป็นความสมัครใจและเป็นสัญลักษณ์' แต่ก็เตือนว่ามันจุดประกายให้เกิด การคาดเดาเกี่ยวกับการขาย Bitcoin ในอนาคต
ถึงแม้จะมีท่าทีระมัดระวัง JPMorgan ก็ยังคงประเมินแนวโน้มการซื้อของ Strategy ในปี 2026 ไว้ดังนี้:
ข้อมูลณ ต้นเดือนพฤษภาคม 2026 ระบุว่า Strategy ซื้อ Bitcoin ไปแล้ว 145,834 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 Strategy ได้ประกาศว่า อาจขาย Bitcoin มูลค่าสูงถึง 1.25 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมสร้างทุนสำรองของบริษัท พร้อมกับจัดตั้งนโยบายรักษาเงินสดสำรองขั้นต่ำให้เพียงพอต่อการจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ์และดอกเบี้ยจ่ายเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือน นอกจากนี้ยังมีโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Repurchase) ทั้งหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ์มูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ โดย Strategy เปิดเผยว่าเงินสำรองของบริษัทอยู่ที่ 2.55 พันล้านดอลลาร์ หลังจากการขายหุ้นสามัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังได้ขึ้นอัตราเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ์ STRC เป็น 12% อีกด้วย
นี่คือการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการเปลี่ยนผ่านจากโมเดล 'สะสมอย่างเดียว' ไปสู่ โมเดลการจัดการสภาพคล่องแบบผสม ซึ่งการขาย Bitcoin กลายเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบริหารภาระผูกพันทางการเงิน
ท่าทีที่ระมัดระวังของ JPMorgan ยังถูกอิทธิพลจาก ความไม่แน่นอนของกฎหมาย CLARITY Act (Digital Asset Market Clarity Act) ในสภาคองเกรสสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะสร้างความชัดเจนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยธนาคารประเมินว่าโอกาสที่กฎหมายนี้จะผ่านในปี 2026 มีน้อยกว่า 50% ทำให้ปัจจัยบวกสำคัญต่อตลาด Crypto หายไป นอกจากนี้ กระแสเงินทุนไหลเข้า (Inflows) ในช่วงต้นปียังคงอ่อนแอที่ประมาณ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ Bitcoin ซื้อขายต่ำกว่าต้นทุนการขุดที่ประมาณ 87,000 ดอลลาร์
แม้จะมีมุมมองระมัดระวัง แต่นักวิเคราะห์ JPMorgan บอกว่า จุดอ่อนในปัจจุบันอาจเป็น 'สัญญาณขาลงที่กลับตัวเป็นขาขึ้น' (Bullish Contrarian Signal) ในอนาคต แต่ข้อสรุปว่าครึ่งปีหลังจะดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่า Strategy จะชี้แจงแผนการจ่ายเงินปันผลและความคืบหน้าของ CLARITY Act ได้ชัดเจนแค่ไหน