สาเหตุหลักของการดีไซน์ล้มเหลวครั้งนี้คือข้อจำกัดด้านกระบวนการ 'Advanced Packaging' ของ TSMC ที่ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน:
TSMC กำลังมองหาเทคโนโลยีใหม่อย่าง CoPoS (Chip-on-Panel-on-Substrate) ซึ่งใช้แผงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ (เริ่มที่ 310×310 มม. ไปจนถึง 750×620 มม.) แทนซิลิคอนอินเทอร์โพเซอร์ขนาด ~300 มม. แต่ CoPoS จะไม่พร้อมผลิตจริงจนถึงปลายปี 2028 หรือต้นปี 2029 ซึ่งสายเกินไปสำหรับ Rubin Ultra
เรื่องราวการยกเลิกเป็นเพียงส่วนเดียวของสิ่งที่ SemiAnalysis เผยแพร่ในวันนั้น พวกเขายังคาดการณ์ว่ารายได้ Data Center Computing ของ Nvidia ในครึ่งหลังของปี 2026 จะ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ถึง 20% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากคอขวดด้านอุปทาน HBM4 ได้รับการแก้ไขแล้ว สร้างปรากฏการณ์ 'ทั้งร้อนและหนาว' (Ice and Fire) นั่นคือ รายได้ระยะใกล้แข็งแกร่ง แต่แผนงานผลิตภัณฑ์เรือธงกลับอ่อนแอลง
ประเด็นสำคัญ:
รายงาน SemiAnalysis วันที่ 30 มิถุนายน 2026 วาดภาพที่ซับซ้อน: Nvidia กำลังเผชิญข้อจำกัดด้านการผลิตจริงจังจนต้องเปลี่ยนแผนผลิตภัณฑ์ระดับเรือธง แต่ในอีกด้านกลับมีแรงหนุนรายได้ระยะใกล้ที่แข็งแกร่ง ส่วนภัยคุกคามจากซิลิคอนสั่งทำของ Hyperscaler และซอฟต์แวร์ที่ทำงานข้ามแพลตฟอร์มนั้นมีอยู่จริงและวัดผลได้ แต่ส่วนแบ่งตลาดที่ใหญ่โตของ Nvidia ทำให้ความเสี่ยงนี้แผ่ขยายไปอีกหลายปี คำถามคือ การยกเลิก Rubin Ultra ครั้งนี้เป็นเพียงความผิดพลาดด้านแพ็กเกจจิ้งครั้งเดียว หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของคู่แข่ง คำตอบจะชัดเจนขึ้นเมื่อ TSMC สามารถทำให้เทคโนโลยีการสร้างชิปแบบใหม่ (CoPoS) ทำในสิ่งที่ CoWoS-L ทำไม่ได้