ทิม สวีนีย์ ซีอีโอ Epic Games กล่าวในสัมภาษณ์กับ PC Gamer ว่า Steam กำลังสูญเสียรายได้ 'หลายพันล้านดอลลาร์' เพราะไม่มีเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Fortnite, Genshin Impact และเกมในเครือ Riot Games ลงวางจำหน่าย [2][5] ชุมชนเกมเมอร์และผู้สังเกตการณ์ในวงการชี้ทันทีถึงข้อผิดพลาดเชิงตรรกะ: เกมทั้งหมดที่สวีนีย์อ้างถึงไม่ได้ถูก Steam...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What claims did Epic Games CEO Tim Sweeney make in his late June 2026 PC Gamer interview about St. Article summary: Sweeney's "billions" claim is technically unverifiable and rests on a questionable premise — the games he cites are absent from Steam because their publishers (including Epic itself) chose not to put them there. His "Tea. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
ปลายเดือนมิถุนายน 2026 ทิม สวีนีย์ ซีอีโอของ Epic Games ได้สร้างประเด็นร้อนในวงการเกมพีซี หลังจากให้สัมภาษณ์กับ PC Gamer หลังขึ้นพูดในงาน Unreal Fest Chicago โดยเขากล่าวว่า Steam กำลัง 'ทิ้งเงินหลายพันล้านดอลลาร์' ไว้บนโต๊ะ เพราะไม่มีเกมดังเช่น Fortnite, Genshin Impact หรือเกมจากค่าย Riot Games (League of Legends, VALORANT) อยู่บนแพลตฟอร์ม คำพูดนี้สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากชุมชนเกมเมอร์ทันที
ในการสัมภาษณ์ สวีนีย์ยอมรับว่า Steam 'มีธุรกิจที่ดีบนพีซี' แต่กลับ 'พลาดโอกาสมากมาย' เพราะไม่มีเกมยอดนิยมอย่าง Fortnite, เกมจาก Riot Games และ Genshin Impact อยู่บนแพลตฟอร์ม คำพูดของเขาตามที่ปรากฏในบทสัมภาษณ์คือ:
'พวกเขา (Steam) ไม่สามารถเข้าถึงผู้เล่น Fortnite ได้เลย, พวกเขาไม่มี Fortnite, เกมของ Riot และ Genshin Impact และอีกหลายเกมชั้นนำในวงการบน Steam'
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าทำไม Valve (เจ้าของ Steam) ซึ่งมีตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ถึงควรเข้าร่วมโครงการ 'ระบบนิเวศเปิด' ของ Epic สวีนีย์ตอบทันทีโดยยกตัวอย่างเกมที่หายไปเหล่านี้เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ Valve สูญเสียรายได้นับพันล้านดอลลาร์
สวีนีย์เปิดตัวแนวคิด 'Team Open' เป็นครั้งแรกในสุนทรพจน์ปิดงาน Unreal Fest เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 โดยวางให้เป็นพันธมิตรของบริษัทเกมที่เชื่อมต่อระบบนิเวศแบบเปิดของกันและกัน เพื่อแข่งขันกับแพลตฟอร์มแบบปิดอย่าง Roblox ในการสัมภาษณ์ PC Gamer เขาย้ำว่า 'ยินดีอย่างยิ่ง' ที่จะให้ Valve และ Steam เข้าร่วมในพันธมิตรนี้
เสาหลักทางเทคนิคของวิสัยทัศน์นี้คือ Unreal Engine 6 ซึ่ง Epic วางแผนให้เป็นรากฐานสำหรับระบบ identity ของผู้เล่นที่พกพาได้, ระบบสังคมข้ามเกม, เศรษฐกิจในเกมที่เชื่อมต่อกัน และไอเทมแต่งกายที่โอนย้ายกันได้ (เริ่มจากใน Fortnite)
ชุมชนเกมเมอร์ (บนแพลตฟอร์มอย่าง NeoGAF และ Reddit) รวมถึงผู้สังเกตการณ์ในวงการชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องเชิงตรรกะสำคัญ: เกมที่สวีนีย์กล่าวถึงไม่ได้อยู่บน Steam เพราะผู้พัฒนาหรือผู้จัดจำหน่ายเลือกเอง ไม่ใช่เพราะ Steam ปฏิเสธ
นอกจากนี้ หลายคนยังชี้ไปที่ การขาดฟีเจอร์ของ Epic Games Store เช่น การไม่มีระบบรีวิวจากผู้ใช้, ฟีเจอร์ชุมชนที่แข็งแรง, และไม่มีตะกร้าสินค้าซึ่งหายไปนานหลายปี ผู้วิจารณ์มองว่าสวีนีย์กำลังสอน Valve ในเรื่องโอกาสที่พลาดไป ในขณะที่ร้านเกมของตัวเองยังคงดิ้นรนเพื่อปิดช่องว่างฟีเจอร์พื้นฐาน
การสัมภาษณ์ PC Gamer ครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์โดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการโจมตี Valve ในที่สาธารณะของสวีนีย์ตลอดทั้งปี 2026:
รูปแบบที่เห็นได้ชัดคือ สวีนีย์โจมตีนโยบายของ Valve (ป้าย AI, ราคา) ไปพร้อมๆ กับการเสนอให้ Valve เข้าร่วมระบบนิเวศเปิดของ Epic ซึ่งเป็นกลยุทธ์เชิงวาทศิลป์ที่ทำให้ Epic ดูเป็นทางเลือกที่ทันสมัย และ Valve เป็นคู่แข่งที่หัวโบราณและมองการณ์ไกลไม่ถึง ผู้สังเกตการณ์บน NeoGAF ตั้งข้อสังเกตว่า 'ทิม สวีนีย์ชวน Steam เข้าร่วม โดยบอกว่ามันกำลังทิ้งเงินหลายพันล้านไว้บนโต๊ะ' ถูกมองว่าเป็นการขายระบบนิเวศของ Epic เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว มากกว่าการยื่นกิ่งไม้มะกอกอย่างจริงใจ
คำกล่าวอ้างเรื่อง 'สูญเงินหลายพันล้าน' ของสวีนีย์นั้นไม่สามารถพิสูจน์ได้ทางเทคนิค และตั้งอยู่บนสมมติฐานที่มีปัญหา นั่นคือเกมที่เขาอ้างถึงไม่ได้อยู่บน Steam เพราะผู้พัฒนา (รวมถึง Epic เอง) เลือกไม่นำมาลง แนวคิด 'Team Open' แม้จะทะเยอทะยาน แต่ก็ถูกตั้งข้อสงสัยเพราะ Epic Games Store ยังไม่สามารถเทียบชั้นฟีเจอร์ของ Steam ได้ และเพราะการวิพากษ์วิจารณ์ Valve อย่างไม่หยุดหย่อนของสวีนีย์ตลอดปี 2026 ทำให้ความจริงใจในการชวนร่วมเป็นพันธมิตรดูไม่น่าเชื่อถือ การสัมภาษณ์ PC Gamer ครั้งนี้จึงควรเข้าใจว่าเป็นจุดสูงสุดของการระดมส่งข้อความที่ประสานงานกันในงาน Unreal Fest 2026 ซึ่งสวีนีย์พยายามวางตำแหน่ง Epic ให้เป็นผู้ champion แห่งความเปิดกว้าง และทำให้ Valve เป็นคู่ปรับ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สร้างพาดหัวข่าวได้ แต่ก็ถูกตีกลับอย่างหนักด้วยข้อเท็จจริงจากชุมชนเกมเมอร์
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ทิม สวีนีย์ ซีอีโอ Epic Games กล่าวในสัมภาษณ์กับ PC Gamer ว่า Steam กำลังสูญเสียรายได้ 'หลายพันล้านดอลลาร์' เพราะไม่มีเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Fortnite, Genshin Impact และเกมในเครือ Riot Games ลงวางจำหน่าย [2][5]
ทิม สวีนีย์ ซีอีโอ Epic Games กล่าวในสัมภาษณ์กับ PC Gamer ว่า Steam กำลังสูญเสียรายได้ 'หลายพันล้านดอลลาร์' เพราะไม่มีเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Fortnite, Genshin Impact และเกมในเครือ Riot Games ลงวางจำหน่าย [2][5] ชุมชนเกมเมอร์และผู้สังเกตการณ์ในวงการชี้ทันทีถึงข้อผิดพลาดเชิงตรรกะ: เกมทั้งหมดที่สวีนีย์อ้างถึงไม่ได้ถูก Steam ปฏิเสธ แต่เป็นผู้พัฒนาเกม (รวมถึง Epic เอง) ที่เลือกไม่นำเกมมาลงบนแพลตฟอร์มของ Valve [3][5]
วิสัยทัศน์ 'Team Open' ของสวีนีย์ที่ประกาศในงาน Unreal Fest 2026 เสนอให้เกิดระบบนิเวศเกมที่เชื่อมต่อถึงกัน แต่กลับถูกตั้งคำถามถึงความจริงจัง เนื่องจาก Epic Games Store ยังขาดฟีเจอร์พื้นฐานหลายอย่างที่ Steam มีมาเป็นเว...