ต่อมาในวันที่ 16 มิถุนายน มีรายงานการออก USDC เพิ่มอีก 1,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดการออกในช่วงหนึ่งสัปดาห์แตะ 3,500 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านั้น ในช่วงต้นเดือนเมษายน Circle ออก USDC บน Solana 3,250 ล้านดอลลาร์ภายในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นยอดการออก Stablecoin รายสัปดาห์ที่สูงที่สุดที่บันทึกได้ในปี 2026
รายงานอีกชุดระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ปริมาณ USDC บน Solana เพิ่มขึ้นเกิน 8,640 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ตัวเลขจากแหล่งอื่นอาจแตกต่างกันตามวิธีวัดและช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล
ภาพรวมของปีสะท้อนจังหวะการเติบโตที่เร็วขึ้น จากยอดออกประมาณ 1,750 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม เพิ่มเป็น 38,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนเมษายน และประมาณ 57,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน
ทั้งนี้ ตัวเลข 64,250 ล้านดอลลาร์ที่มีการกล่าวถึงในคำถามตั้งต้นอาจรวมการออกเหรียญในช่วงเดือนกรกฎาคมภายหลังจากข้อมูลชุดนี้ แต่ยังไม่มีแหล่งข้อมูลที่ยืนยันตัวเลขดังกล่าวโดยตรง
อีกพัฒนาการสำคัญคือการขยายตัวของ SoFiUSD หรือ SOFID ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ออกโดย SoFi Bank, N.A. และออกแบบให้มีมูลค่าใกล้เคียงดอลลาร์สหรัฐ
SoFi เปิดตัว SoFiUSD บน Ethereum ในเดือนธันวาคม 2025 จากนั้นวันที่ 2 เมษายน 2026 บริษัทประกาศนำ Stablecoin มาใช้งานบน Solana พร้อมแพลตฟอร์ม SoFi Big Business Banking โดยให้เหตุผลด้านต้นทุนธุรกรรมที่ต่ำ ความเร็วในการชำระบัญชี และความสามารถในการรองรับธุรกรรมจำนวนมาก
การเปิดตัวบน Solana ทำให้ SoFiUSD มีเครือข่ายรองรับ 2 แห่ง คือ Ethereum และ Solana โดย Solana ถูกวางบทบาทเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระบัญชีของภาคธุรกิจแบบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
วันที่ 27 พฤษภาคม 2026 SoFi เริ่มเปิดให้ลูกค้าในแอปธนาคารเข้าถึง SoFiUSD โดยมีฐานลูกค้าประมาณ 14.7–15 ล้านราย
การเคลื่อนไหวนี้ถูกอธิบายว่าเป็นครั้งแรกที่ธนาคารสหรัฐฯ ที่มีใบอนุญาตระดับชาติเปิดตัว Stablecoin ให้ผู้บริโภคบนบล็อกเชนสาธารณะที่ไม่ต้องได้รับอนุญาตก่อนใช้งาน
ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม SoFiUSD มีมูลค่าตลาดประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ และใช้งานได้ทั้งบน Ethereum และ Solana
ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2026 ปริมาณหมุนเวียนของ SoFiUSD เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3 เท่าจากระดับก่อนหน้า 5 สัปดาห์ โดยมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์อยู่บน Solana ขณะที่ปริมาณบน Ethereum ยังคงทรงตัว
รายงานดังกล่าวระบุว่าต้นทุนธุรกรรมที่ต่ำมากของ Solana เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโต และการเพิ่มขึ้นของปริมาณ SoFiUSD ในช่วงดังกล่าวมาจากฝั่ง Solana
อย่างไรก็ดี SoFiUSD ยังคงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ใช่เงินฝากธนาคาร และเว็บไซต์ของ SoFi ระบุว่า SOFID ไม่ได้รับความคุ้มครองจาก FDIC หรือ SIPC และไม่ใช่เงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย
รายงานวิจัยของ Grayscale Investments ที่เผยแพร่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ระบุว่า Solana พัฒนาจากบล็อกเชนที่มีศักยภาพไปสู่เครือข่ายที่รองรับแอปพลิเคชันขนาดใหญ่ได้มากขึ้น
ตัวเลขสำคัญที่รายงานกล่าวถึง ได้แก่
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนการมอง Solana ในฐานะเครือข่ายที่ไม่ได้พึ่งพาเพียงการซื้อขายโทเคน แต่มีการใช้งานจากแอปพลิเคชันและบริการบนเลเยอร์ของเครือข่ายมากขึ้น
ตัวเลขสัดส่วน SOL ที่ถูก Stake มีความแตกต่างกันตามวันที่และวิธีวัด แหล่งข้อมูลภาพรวมของ Solana ระบุว่าประมาณ 65% ของอุปทานหมุนเวียนถูกนำไป Stake
ข้อมูลจาก Solana Compass ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ระบุสัดส่วนประมาณ 67.9% ของอุปทานทั้งหมด ขณะที่ข้อมูลจาก Staking Rewards ในช่วงต้นเดือนมกราคมระบุ 68.42% ของอุปทานหมุนเวียนที่เข้าเกณฑ์
ดังนั้น ตัวเลขประมาณ 68% ถือว่าสอดคล้องกับข้อมูลบางชุด แต่ไม่ควรตีความว่าเป็นค่าคงที่เดียวกันในทุกช่วงเวลา
ข้อมูลจากรายงาน State of Solana ระบุว่า Solana ประมวลผลธุรกรรม Stablecoin มูลค่า 650,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพียงเดือนเดียว และเป็นเครือข่ายที่มีมูลค่าธุรกรรม Stablecoin สูงที่สุดในเดือนนั้น
แหล่งข้อมูลอีกชุดประเมินว่าเครือข่ายมีธุรกรรมรวมมากกว่า 70 ล้านรายการต่อวันในช่วงกลางปี 2026 ตัวเลขธุรกรรมอาจแตกต่างกันตามนิยามที่ใช้ เช่น การนับธุรกรรมโหวตหรือการนับเฉพาะธุรกรรมที่ไม่ใช่โหวต
แม้จะมีการกล่าวอ้างหลายประเด็นเกี่ยวกับ Solana ในช่วงกลางปี 2026 แต่ข้อมูลที่ได้รับยังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันข้อกล่าวหาต่อไปนี้
หลักฐานที่มีอยู่สนับสนุนภาพว่า Solana กำลังขยายตัวทั้งด้านสภาพคล่อง Stablecoin การใช้งานจากสถาบันการเงิน และจำนวนแอปพลิเคชันบนเครือข่าย
การออก USDC ของ Circle ในระดับหลายพันล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ขณะที่การนำ SoFiUSD เข้าสู่แอปธนาคารและการเติบโตบน Solana ชี้ให้เห็นว่าบล็อกเชนกำลังถูกใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระบัญชีมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่สะดุดตาที่สุดบางรายการยังไม่มีหลักฐานยืนยันโดยตรง การแยกข้อมูลที่ตรวจสอบได้ออกจากข้อกล่าวอ้างจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อตัวเลข Gross Issuance ปริมาณหมุนเวียน และธุรกรรมอาจใช้วิธีนับแตกต่างกัน
ต่อมาในวันที่ 16 มิถุนายน มีรายงานการออก USDC เพิ่มอีก 1,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดการออกในช่วงหนึ่งสัปดาห์แตะ 3,500 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านั้น ในช่วงต้นเดือนเมษายน Circle ออก USDC บน Solana 3,250 ล้านดอลลาร์ภายในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นยอดการออก Stablecoin รายสัปดาห์ที่สูงที่สุดที่บันทึกได้ในปี 2026
รายงานอีกชุดระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ปริมาณ USDC บน Solana เพิ่มขึ้นเกิน 8,640 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ตัวเลขจากแหล่งอื่นอาจแตกต่างกันตามวิธีวัดและช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล
ภาพรวมของปีสะท้อนจังหวะการเติบโตที่เร็วขึ้น จากยอดออกประมาณ 1,750 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม เพิ่มเป็น 38,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนเมษายน และประมาณ 57,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน
ทั้งนี้ ตัวเลข 64,250 ล้านดอลลาร์ที่มีการกล่าวถึงในคำถามตั้งต้นอาจรวมการออกเหรียญในช่วงเดือนกรกฎาคมภายหลังจากข้อมูลชุดนี้ แต่ยังไม่มีแหล่งข้อมูลที่ยืนยันตัวเลขดังกล่าวโดยตรง
อีกพัฒนาการสำคัญคือการขยายตัวของ SoFiUSD หรือ SOFID ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ออกโดย SoFi Bank, N.A. และออกแบบให้มีมูลค่าใกล้เคียงดอลลาร์สหรัฐ
SoFi เปิดตัว SoFiUSD บน Ethereum ในเดือนธันวาคม 2025 จากนั้นวันที่ 2 เมษายน 2026 บริษัทประกาศนำ Stablecoin มาใช้งานบน Solana พร้อมแพลตฟอร์ม SoFi Big Business Banking โดยให้เหตุผลด้านต้นทุนธุรกรรมที่ต่ำ ความเร็วในการชำระบัญชี และความสามารถในการรองรับธุรกรรมจำนวนมาก
การเปิดตัวบน Solana ทำให้ SoFiUSD มีเครือข่ายรองรับ 2 แห่ง คือ Ethereum และ Solana โดย Solana ถูกวางบทบาทเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระบัญชีของภาคธุรกิจแบบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
วันที่ 27 พฤษภาคม 2026 SoFi เริ่มเปิดให้ลูกค้าในแอปธนาคารเข้าถึง SoFiUSD โดยมีฐานลูกค้าประมาณ 14.7–15 ล้านราย
การเคลื่อนไหวนี้ถูกอธิบายว่าเป็นครั้งแรกที่ธนาคารสหรัฐฯ ที่มีใบอนุญาตระดับชาติเปิดตัว Stablecoin ให้ผู้บริโภคบนบล็อกเชนสาธารณะที่ไม่ต้องได้รับอนุญาตก่อนใช้งาน
ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม SoFiUSD มีมูลค่าตลาดประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ และใช้งานได้ทั้งบน Ethereum และ Solana
ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2026 ปริมาณหมุนเวียนของ SoFiUSD เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3 เท่าจากระดับก่อนหน้า 5 สัปดาห์ โดยมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์อยู่บน Solana ขณะที่ปริมาณบน Ethereum ยังคงทรงตัว
รายงานดังกล่าวระบุว่าต้นทุนธุรกรรมที่ต่ำมากของ Solana เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโต และการเพิ่มขึ้นของปริมาณ SoFiUSD ในช่วงดังกล่าวมาจากฝั่ง Solana
อย่างไรก็ดี SoFiUSD ยังคงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ใช่เงินฝากธนาคาร และเว็บไซต์ของ SoFi ระบุว่า SOFID ไม่ได้รับความคุ้มครองจาก FDIC หรือ SIPC และไม่ใช่เงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย
รายงานวิจัยของ Grayscale Investments ที่เผยแพร่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ระบุว่า Solana พัฒนาจากบล็อกเชนที่มีศักยภาพไปสู่เครือข่ายที่รองรับแอปพลิเคชันขนาดใหญ่ได้มากขึ้น
ตัวเลขสำคัญที่รายงานกล่าวถึง ได้แก่
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนการมอง Solana ในฐานะเครือข่ายที่ไม่ได้พึ่งพาเพียงการซื้อขายโทเคน แต่มีการใช้งานจากแอปพลิเคชันและบริการบนเลเยอร์ของเครือข่ายมากขึ้น
ตัวเลขสัดส่วน SOL ที่ถูก Stake มีความแตกต่างกันตามวันที่และวิธีวัด แหล่งข้อมูลภาพรวมของ Solana ระบุว่าประมาณ 65% ของอุปทานหมุนเวียนถูกนำไป Stake
ข้อมูลจาก Solana Compass ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ระบุสัดส่วนประมาณ 67.9% ของอุปทานทั้งหมด ขณะที่ข้อมูลจาก Staking Rewards ในช่วงต้นเดือนมกราคมระบุ 68.42% ของอุปทานหมุนเวียนที่เข้าเกณฑ์
ดังนั้น ตัวเลขประมาณ 68% ถือว่าสอดคล้องกับข้อมูลบางชุด แต่ไม่ควรตีความว่าเป็นค่าคงที่เดียวกันในทุกช่วงเวลา
ข้อมูลจากรายงาน State of Solana ระบุว่า Solana ประมวลผลธุรกรรม Stablecoin มูลค่า 650,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพียงเดือนเดียว และเป็นเครือข่ายที่มีมูลค่าธุรกรรม Stablecoin สูงที่สุดในเดือนนั้น
แหล่งข้อมูลอีกชุดประเมินว่าเครือข่ายมีธุรกรรมรวมมากกว่า 70 ล้านรายการต่อวันในช่วงกลางปี 2026 ตัวเลขธุรกรรมอาจแตกต่างกันตามนิยามที่ใช้ เช่น การนับธุรกรรมโหวตหรือการนับเฉพาะธุรกรรมที่ไม่ใช่โหวต
แม้จะมีการกล่าวอ้างหลายประเด็นเกี่ยวกับ Solana ในช่วงกลางปี 2026 แต่ข้อมูลที่ได้รับยังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันข้อกล่าวหาต่อไปนี้
หลักฐานที่มีอยู่สนับสนุนภาพว่า Solana กำลังขยายตัวทั้งด้านสภาพคล่อง Stablecoin การใช้งานจากสถาบันการเงิน และจำนวนแอปพลิเคชันบนเครือข่าย
การออก USDC ของ Circle ในระดับหลายพันล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ขณะที่การนำ SoFiUSD เข้าสู่แอปธนาคารและการเติบโตบน Solana ชี้ให้เห็นว่าบล็อกเชนกำลังถูกใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระบัญชีมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่สะดุดตาที่สุดบางรายการยังไม่มีหลักฐานยืนยันโดยตรง การแยกข้อมูลที่ตรวจสอบได้ออกจากข้อกล่าวอ้างจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อตัวเลข Gross Issuance ปริมาณหมุนเวียน และธุรกรรมอาจใช้วิธีนับแตกต่างกัน