ข้อมูลจาก Aletheia Capital ประมาณการว่า ชิป Humufish จะมีพื้นที่ (die area) ใหญ่ถึง 9–10 เท่าของ reticle size (ขนาดมาตรฐานของการพิมพ์ลายวงจร) และใช้ซับสเตรทขนาดยักษ์ประมาณ 13,700 ตารางมิลลิเมตร (เทียบเท่า 16 เท่าของ reticle size) ซึ่งใหญ่และมีต้นทุนสูงเกินไปที่จะใช้ CoWoS ได้ ดังนั้น EMIB-T จึงเป็นตัวเลือกเริ่มต้น โดยมี CoPoS เป็นแผนสำรองหาก Intel เจอปัญหา
สรุปคือ Google ต้องการโซลูชันแพ็กเกจจิ้งที่สามารถขยายขนาดไปจนถึง 'เมกา-แพ็กเกจ' ซึ่ง CoWoS จะมีต้นทุนที่สูงจนไม่น่าสนใจ และ EMIB-T ก็คือคำตอบ
ความแตกต่างเชิงสถาปัตยกรรมระหว่าง EMIB-T และ CoWoS มีพื้นฐานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
extbf{สรุปภาพรวม:} ถ้าเปรียบ CoWoS เหมือนโครงข่ายทางหลวงทั่วเมือง EMIB ก็คือสะพานข้ามแม่น้ำ [29] สำหรับชิป Humufish ที่มี die ขนาด ~10 เท่า reticle ข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและการขยายขนาดนี้ชี้ขาดGoogle ได้วางคำสั่งซื้อให้ Intel ผลิต TPU มากกว่า 3 ล้านชิ้น ในปี 2028 ซึ่งได้รับการยืนยันจาก The Information ที่อ้างอิงแหล่งข่าว 4 ราย การวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมชี้ว่า นี่เป็นคำสั่งซื้อด้าน advanced packaging เป็นหลัก เนื่องจากกระบวนการผลิตของ Intel เองยังไม่สามารถแข่งขันกับ TSMC สำหรับการผลิตลอจิกขั้นสูงได้
ปัญหาคือ ปริมาณการผลิตมหาศาลนี้ต้องเผชิญกับความจริงของ Yield ที่ต่ำกว่าเป้า
ปัจจุบัน EMIB-T ของ Intel มี Yield ที่ผ่านการตรวจสอบทางเทคนิค (technology-validation yield) อยู่ที่ประมาณ 90% สำหรับโปรเจกต์ Humufish แม้นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Ming-Chi Kuo จะระบุว่านี่เป็นสัญญาณที่ดีเมื่อเทียบกับประวัติการผลิต EMIB ที่ผ่านมาของ Intel แต่เกณฑ์เปรียบเทียบคือ FCBGA assembly yield ซึ่งอุตสาหกรรมทำได้ที่ 98%+
Kuo เตือนอย่างชัดเจนว่า การกระโดดจาก 90% ไปเป็น 98% อาจ "ยากกว่าการพัฒนา Yield จาก 0% ไปถึง 90% ด้วยซ้ำ"
TSMC ซึ่งเป็นคู่แข่ง ตั้งเป้า Yield การผลิต (production yield) ที่ 98% สำหรับ CoWoS-L ที่มีขนาด 5.5 เท่า reticle ในปี 2026 ซึ่งถือว่าสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
ช่องว่างของ Yield นี้หมายความว่า Intel ต้องแก้ปัญหาการผลิตที่ยากมากเพื่อให้การผลิต 3 ล้านชิ้นมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การสูญเสีย Yield ทุกๆ หนึ่งเปอร์เซ็นต์สำหรับชิป AI มูลค่าหลายร้อยถึงหลายพันดอลลาร์จะหมายถึงรายได้ที่สูญเสียไปหลายสิบล้านดอลลาร์
Intel กำลังเร่งสร้างศูนย์แพ็กเกจจิ้งขั้นสูง Project Pelican ในมาเลเซีย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2026 ถึงกระนั้น การผลิตให้ได้หลายล้านชิ้นที่ Yield สูงสำหรับลูกค้ารายเดียวในเทคโนโลยีเวอร์ชันใหม่ (EMIB-T) ก็ยังเป็นสิ่งที่วงการแพ็กเกจจิ้งของ Intel ยังไม่เคยทำมาก่อน
ประเด็นที่ชวนให้สับสนที่สุดในการเดิมพันครั้งนี้คือ Intel Diamond Rapids Xeon ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์เซิร์ฟเวอร์เรือธงรุ่นถัดไป จะไม่ใช้ EMIB
ตามรายงานของ SemiAnalysis (ผ่าน LinkedIn) "Intel เลิกใช้ EMIB หันไปใช้ UCIe ใน Diamond Rapids… Diamond Rapids มีแนวโน้มที่จะใช้ UCIe ผ่านซับสเตรท (UCIe over substrate) สำหรับการเชื่อมต่อระหว่างไดในระยะไกลแทน" Intel เคยสาธิตการเชื่อมต่อแบบ UCIe ในงาน ISSCC
สิ่งนี้สร้างจุดที่น่าขันอย่างชัดเจน: Intel ขาย EMIB-T ให้ Google ในฐานะลูกค้าภายนอกรายใหญ่ที่สุด แต่กลับเลิกใช้เทคโนโลยีนี้ในผลิตภัณฑ์หลักของตัวเอง เหตุผลก็คือ สำหรับ CPU แบบ monolithic-ish chiplets แล้ว UCIe เหนือซับสเตรทมาตรฐานนั้นให้แบนด์วิดท์เพียงพอด้วยต้นทุนและความซับซ้อนที่ต่ำกว่า แต่ภาพลักษณ์ที่ออกมากลับไม่สวยงามนัก
Intel กำลังบอกให้ตลาดเชื่อมั่นใน EMIB สำหรับการผลิต TPU 3 ล้านชิ้นของ Google แต่ทีมผลิตภัณฑ์หลักของพวกเขาเองกลับเลือกใช้มาตรฐานการเชื่อมต่อที่แตกต่างออกไป ดังที่ SemiAnalysis กล่าวติดตลกว่า "เทคโนโลยีแพ็กเกจจิ้ง 'ที่ดีที่สุด' ของ Intel — สำหรับทุกคนยกเว้น Intel"
หมายเหตุ: รายละเอียดการออกแบบ Diamond Rapids มาจากรายงานของนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมและโพสต์บน LinkedIn ของ SemiAnalysis ซึ่งน่าเชื่อถือแต่ไม่ใช่การยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Intel
การเดิมพันของ Google ในการเลือก EMIB-T ของ Intel แสดงถึงความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีแพ็กเกจจิ้งของ Intel ในขณะที่ CoWoS ของ TSMC กำลังประสบปัญหาด้านกำลังการผลิต และสำหรับชิปที่มีขนาดใหญ่มาก (~10 เท่า reticle) EMIB-T ก็มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและการขยายขนาดอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม Intel ต้องเผชิญกับความท้าทายในการเพิ่ม Yield (จาก 90% สู่ 98%+) และกำลังเร่งกำลังการผลิตหลายล้านชิ้นด้วยเทคโนโลยีที่ไม่เคยผลิตในปริมาณมากขนาดนี้มาก่อน
ส่วนความขัดแย้งที่ Diamond Rapids เลิกใช้ EMIB ยิ่งตอกย้ำว่า Intel ส่งเสริมเทคโนโลยีนี้ให้ลูกค้าภายนอก ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายสูงสุดของตัวเองกำลังเปลี่ยนไปใช้มาตรฐานอื่น การเดิมพันครั้งนี้จึงเป็นเรื่องของ 'เชื่อมั่นในเรา แต่เราจะไม่ใช้มันเอง' ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความสับสนไม่น้อย