ด้วยชุดฟีเจอร์ดังกล่าว Lumo 2.0 จึงถูกวางตำแหน่งให้เป็นอีกทางเลือกของผู้ช่วย AI อย่าง ChatGPT และ Claude สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการทั้งความสามารถและการปกป้องข้อมูลส่วนตัว
Lumo 2.0 กลายเป็นผู้ช่วย AI แบบมัลติโมดัลที่ทำงานกับทั้งข้อความและภาพได้ สามารถสร้างภาพจากคำสั่งข้อความหรือภาพสเก็ตช์คร่าว ๆ รวมถึงแก้ไขภาพเดิม เช่น เปลี่ยนพื้นหลัง ปรับสี และลบวัตถุที่ไม่ต้องการ
นอกจากนี้ยังรองรับการอัปโหลดรูปถ่าย กราฟ เอกสาร และภาพหน้าจอ เพื่อให้ Lumo อ่านและวิเคราะห์เนื้อหาเหล่านั้นได้ ผู้ใช้จึงสามารถถามคำถามจากข้อมูลในภาพหรือเอกสารได้โดยตรง
ผู้ใช้สามารถสร้างผู้ช่วย AI เฉพาะงาน หรือที่เรียกว่า Custom Lumos โดยกำหนดสไตล์การเขียนและรูปแบบคำตอบไว้ล่วงหน้า ฟีเจอร์นี้เหมาะกับงานอย่างการร่างข้อความ การค้นคว้า การเขียนโค้ด หรือกระบวนการทำงานที่ต้องใช้คำสั่งเดิมเป็นประจำ
Lumo สามารถจดจำข้อมูลข้ามเซสชันได้ แต่ผู้ใช้ยังเป็นผู้ตัดสินใจว่าระบบจะเก็บอะไรไว้ สามารถเพิ่ม ตรวจสอบ ลบ หรือบล็อกความทรงจำบางรายการได้ตามต้องการ
แนวทางนี้ช่วยให้บทสนทนาต่อเนื่องและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น โดยไม่ปล่อยให้ระบบจดจำข้อมูลทุกอย่างโดยอัตโนมัติโดยไร้การควบคุม
หน้าต่างบริบทของ Lumo 2.0 เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากรุ่นก่อน ทำให้รองรับเอกสารที่ยาวขึ้นและชุดข้อมูลที่ใหญ่ขึ้นภายในเซสชันเดียว
สำหรับไฟล์ขนาดใหญ่มาก แม้แต่เอกสารยาวถึง 4,000 หน้า ระบบจะแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนย่อย จัดทำดัชนี แล้วดึงเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเมื่อผู้ใช้ตั้งคำถาม ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องแบ่งไฟล์ขนาดใหญ่ด้วยตัวเอง
ผู้ใช้เลือกวิธีให้ Lumo ประมวลผลคำตอบได้ 2 แบบ ได้แก่
เมื่อเปิดใช้ Ghost Mode บทสนทนาจะหายไปอย่างถาวรทันทีที่ผู้ใช้ปิดแชต โดยไม่เหลือประวัติการสนทนาไว้
ฟีเจอร์ Projects ซึ่งเริ่มมีตั้งแต่ Lumo 1.3 ยังคงอยู่ในเวอร์ชัน 2.0 โดยเป็นพื้นที่ทำงานที่เข้ารหัสสำหรับรวมแชต ไฟล์ และข้อกำหนดของงานไว้ด้วยกัน ข้อมูลจะซิงก์ระหว่างอุปกรณ์และเซสชันต่าง ๆ
Proton ปรับดีไซน์ส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่ทั้งบนเว็บไซต์และแอปมือถือ
Proton ระบุว่า Lumo 2.0 มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 240% เมื่อเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า การอัปเกรดครั้งนี้มาพร้อมโมเดลหลัก 2 ระดับ ได้แก่
ผู้สมัครแพ็กเกจ Lumo Plus จะได้รับสิทธิ์เข้าถึงโมเดล Max ก่อน จึงมีแนวโน้มได้รับคำตอบเร็วกว่าในช่วงที่มีการใช้งานหนาแน่น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขประสิทธิภาพและการเปรียบเทียบกับโมเดลคู่แข่งเป็นข้อมูลที่ Proton อ้างอิงหรือรายงานโดยแหล่งข่าว จึงไม่ควรตีความว่า Lumo จะให้ผลลัพธ์ดีกว่าในทุกประเภทงาน
ความเป็นส่วนตัวยังคงเป็นจุดแตกต่างสำคัญของ Lumo 2.0
ตามคำอธิบายด้านความปลอดภัยของ Proton ระบบใช้การเข้ารหัสแบบอสมมาตรและสมมาตรร่วมกันในลักษณะใกล้เคียงกับ Proton Mail และ Proton Drive โดยออกแบบให้แม้แต่ระบบของ Proton เองก็ไม่สามารถอ่านข้อความสนทนาที่เข้ารหัสไว้ได้
Lumo 2.0 มีตัวเลือกหลัก 3 ระดับ ดังนี้
| แพ็กเกจ | ราคา | ฟีเจอร์และข้อจำกัดสำคัญ |
|---|---|---|
| Free | 0 ดอลลาร์ | ใช้โมเดล Max ได้จำกัด จำนวนข้อความและประวัติแชตจำกัด สร้างภาพได้จำกัด และมี 1 Project |
| Lumo Plus | ประมาณ 12.99 ยูโรต่อเดือน* | แชตไม่จำกัด ใช้โมเดล Max ได้มากขึ้น สร้างภาพขั้นสูง ใช้ Projects และ Custom Lumos ได้ไม่จำกัด ประวัติยาวขึ้น และได้ความเร็วตอบสนองสูงสุด |
| Lumo Professional | ราคาสำหรับทีมและธุรกิจ | การทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล และมีฟีเจอร์จัดการทีม |
ข้อมูลราคาจากแต่ละแหล่งยังไม่ตรงกันทั้งหมด หลายแหล่งระบุราคา 12.99 ดอลลาร์ หรือ 12.99 ยูโรต่อเดือน ขณะที่รายงานจากเนเธอร์แลนด์ในช่วงเปิดตัว Lumo 2.0 ระบุราคา 10 ดอลลาร์ต่อเดือน ส่วนหน้าสนับสนุนอย่างเป็นทางการของ Proton แสดงราคา 12.99 ยูโรต่อเดือน
ความแตกต่างนี้อาจมาจากราคาตามภูมิภาคหรือโปรโมชันชั่วคราว ดังนั้นควรตรวจสอบราคาที่แสดงในเว็บไซต์หรือ App Store/Google Play ของประเทศที่ใช้งานก่อนสมัคร แพ็กเกจรายปีมีราคาอยู่ที่ประมาณ 119.99 ดอลลาร์ หรือ 119.88 ยูโร
ผู้สมัคร Proton Unlimited จะไม่ได้รับสิทธิ์ Lumo Plus โดยอัตโนมัติ และต้องซื้อเพิ่มแยกต่างหาก ขณะที่ผู้ถือแพ็กเกจ Visionary และ Lifetime จะได้รับ Lumo Plus โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
Lumo 2.0 เปิดให้ใช้งานแล้วบนเว็บไซต์ รวมถึงแอป Android และ iOS โดยแพ็กเกจ Free เปิดให้ทดลองใช้ความสามารถของโมเดล Max ในวงจำกัด ส่วนฟีเจอร์ขั้นสูงส่วนใหญ่สงวนไว้สำหรับสมาชิก Lumo Plus
Proton ระบุว่า Lumo มีผู้ใช้เกิน 10 ล้านคนแล้วนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2025
Lumo 2.0 เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการผู้ช่วย AI สำหรับงานเอกสาร การค้นคว้า การเขียนโค้ด และการทำงานกับภาพ แต่ให้ความสำคัญกับการไม่เปิดเผยข้อมูลสนทนาเป็นพิเศษ ฟีเจอร์หน่วยความจำที่ผู้ใช้จัดการได้และ Ghost Mode ยังช่วยให้เลือกได้ว่าจะให้ระบบจำข้อมูลหรือทำงานแบบชั่วคราว
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานเป็นครั้งคราว แพ็กเกจ Free น่าจะเพียงพอสำหรับทดลองระบบ ส่วนผู้ที่ต้องทำงานกับแชตจำนวนมาก ไฟล์ขนาดใหญ่ การสร้างภาพ หรือโมเดล Max ควรพิจารณา Lumo Plus โดยตรวจสอบราคาและสิทธิ์การใช้งานจริงตามภูมิภาคก่อนตัดสินใจ
ด้วยชุดฟีเจอร์ดังกล่าว Lumo 2.0 จึงถูกวางตำแหน่งให้เป็นอีกทางเลือกของผู้ช่วย AI อย่าง ChatGPT และ Claude สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการทั้งความสามารถและการปกป้องข้อมูลส่วนตัว
Lumo 2.0 กลายเป็นผู้ช่วย AI แบบมัลติโมดัลที่ทำงานกับทั้งข้อความและภาพได้ สามารถสร้างภาพจากคำสั่งข้อความหรือภาพสเก็ตช์คร่าว ๆ รวมถึงแก้ไขภาพเดิม เช่น เปลี่ยนพื้นหลัง ปรับสี และลบวัตถุที่ไม่ต้องการ
นอกจากนี้ยังรองรับการอัปโหลดรูปถ่าย กราฟ เอกสาร และภาพหน้าจอ เพื่อให้ Lumo อ่านและวิเคราะห์เนื้อหาเหล่านั้นได้ ผู้ใช้จึงสามารถถามคำถามจากข้อมูลในภาพหรือเอกสารได้โดยตรง
ผู้ใช้สามารถสร้างผู้ช่วย AI เฉพาะงาน หรือที่เรียกว่า Custom Lumos โดยกำหนดสไตล์การเขียนและรูปแบบคำตอบไว้ล่วงหน้า ฟีเจอร์นี้เหมาะกับงานอย่างการร่างข้อความ การค้นคว้า การเขียนโค้ด หรือกระบวนการทำงานที่ต้องใช้คำสั่งเดิมเป็นประจำ
Lumo สามารถจดจำข้อมูลข้ามเซสชันได้ แต่ผู้ใช้ยังเป็นผู้ตัดสินใจว่าระบบจะเก็บอะไรไว้ สามารถเพิ่ม ตรวจสอบ ลบ หรือบล็อกความทรงจำบางรายการได้ตามต้องการ
แนวทางนี้ช่วยให้บทสนทนาต่อเนื่องและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น โดยไม่ปล่อยให้ระบบจดจำข้อมูลทุกอย่างโดยอัตโนมัติโดยไร้การควบคุม
หน้าต่างบริบทของ Lumo 2.0 เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากรุ่นก่อน ทำให้รองรับเอกสารที่ยาวขึ้นและชุดข้อมูลที่ใหญ่ขึ้นภายในเซสชันเดียว
สำหรับไฟล์ขนาดใหญ่มาก แม้แต่เอกสารยาวถึง 4,000 หน้า ระบบจะแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนย่อย จัดทำดัชนี แล้วดึงเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเมื่อผู้ใช้ตั้งคำถาม ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องแบ่งไฟล์ขนาดใหญ่ด้วยตัวเอง
ผู้ใช้เลือกวิธีให้ Lumo ประมวลผลคำตอบได้ 2 แบบ ได้แก่
เมื่อเปิดใช้ Ghost Mode บทสนทนาจะหายไปอย่างถาวรทันทีที่ผู้ใช้ปิดแชต โดยไม่เหลือประวัติการสนทนาไว้
ฟีเจอร์ Projects ซึ่งเริ่มมีตั้งแต่ Lumo 1.3 ยังคงอยู่ในเวอร์ชัน 2.0 โดยเป็นพื้นที่ทำงานที่เข้ารหัสสำหรับรวมแชต ไฟล์ และข้อกำหนดของงานไว้ด้วยกัน ข้อมูลจะซิงก์ระหว่างอุปกรณ์และเซสชันต่าง ๆ
Proton ปรับดีไซน์ส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่ทั้งบนเว็บไซต์และแอปมือถือ
Proton ระบุว่า Lumo 2.0 มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 240% เมื่อเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า การอัปเกรดครั้งนี้มาพร้อมโมเดลหลัก 2 ระดับ ได้แก่
ผู้สมัครแพ็กเกจ Lumo Plus จะได้รับสิทธิ์เข้าถึงโมเดล Max ก่อน จึงมีแนวโน้มได้รับคำตอบเร็วกว่าในช่วงที่มีการใช้งานหนาแน่น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขประสิทธิภาพและการเปรียบเทียบกับโมเดลคู่แข่งเป็นข้อมูลที่ Proton อ้างอิงหรือรายงานโดยแหล่งข่าว จึงไม่ควรตีความว่า Lumo จะให้ผลลัพธ์ดีกว่าในทุกประเภทงาน
ความเป็นส่วนตัวยังคงเป็นจุดแตกต่างสำคัญของ Lumo 2.0
ตามคำอธิบายด้านความปลอดภัยของ Proton ระบบใช้การเข้ารหัสแบบอสมมาตรและสมมาตรร่วมกันในลักษณะใกล้เคียงกับ Proton Mail และ Proton Drive โดยออกแบบให้แม้แต่ระบบของ Proton เองก็ไม่สามารถอ่านข้อความสนทนาที่เข้ารหัสไว้ได้
Lumo 2.0 มีตัวเลือกหลัก 3 ระดับ ดังนี้
| แพ็กเกจ | ราคา | ฟีเจอร์และข้อจำกัดสำคัญ |
|---|---|---|
| Free | 0 ดอลลาร์ | ใช้โมเดล Max ได้จำกัด จำนวนข้อความและประวัติแชตจำกัด สร้างภาพได้จำกัด และมี 1 Project |
| Lumo Plus | ประมาณ 12.99 ยูโรต่อเดือน* | แชตไม่จำกัด ใช้โมเดล Max ได้มากขึ้น สร้างภาพขั้นสูง ใช้ Projects และ Custom Lumos ได้ไม่จำกัด ประวัติยาวขึ้น และได้ความเร็วตอบสนองสูงสุด |
| Lumo Professional | ราคาสำหรับทีมและธุรกิจ | การทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล และมีฟีเจอร์จัดการทีม |
ข้อมูลราคาจากแต่ละแหล่งยังไม่ตรงกันทั้งหมด หลายแหล่งระบุราคา 12.99 ดอลลาร์ หรือ 12.99 ยูโรต่อเดือน ขณะที่รายงานจากเนเธอร์แลนด์ในช่วงเปิดตัว Lumo 2.0 ระบุราคา 10 ดอลลาร์ต่อเดือน ส่วนหน้าสนับสนุนอย่างเป็นทางการของ Proton แสดงราคา 12.99 ยูโรต่อเดือน
ความแตกต่างนี้อาจมาจากราคาตามภูมิภาคหรือโปรโมชันชั่วคราว ดังนั้นควรตรวจสอบราคาที่แสดงในเว็บไซต์หรือ App Store/Google Play ของประเทศที่ใช้งานก่อนสมัคร แพ็กเกจรายปีมีราคาอยู่ที่ประมาณ 119.99 ดอลลาร์ หรือ 119.88 ยูโร
ผู้สมัคร Proton Unlimited จะไม่ได้รับสิทธิ์ Lumo Plus โดยอัตโนมัติ และต้องซื้อเพิ่มแยกต่างหาก ขณะที่ผู้ถือแพ็กเกจ Visionary และ Lifetime จะได้รับ Lumo Plus โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
Lumo 2.0 เปิดให้ใช้งานแล้วบนเว็บไซต์ รวมถึงแอป Android และ iOS โดยแพ็กเกจ Free เปิดให้ทดลองใช้ความสามารถของโมเดล Max ในวงจำกัด ส่วนฟีเจอร์ขั้นสูงส่วนใหญ่สงวนไว้สำหรับสมาชิก Lumo Plus
Proton ระบุว่า Lumo มีผู้ใช้เกิน 10 ล้านคนแล้วนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2025
Lumo 2.0 เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการผู้ช่วย AI สำหรับงานเอกสาร การค้นคว้า การเขียนโค้ด และการทำงานกับภาพ แต่ให้ความสำคัญกับการไม่เปิดเผยข้อมูลสนทนาเป็นพิเศษ ฟีเจอร์หน่วยความจำที่ผู้ใช้จัดการได้และ Ghost Mode ยังช่วยให้เลือกได้ว่าจะให้ระบบจำข้อมูลหรือทำงานแบบชั่วคราว
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานเป็นครั้งคราว แพ็กเกจ Free น่าจะเพียงพอสำหรับทดลองระบบ ส่วนผู้ที่ต้องทำงานกับแชตจำนวนมาก ไฟล์ขนาดใหญ่ การสร้างภาพ หรือโมเดล Max ควรพิจารณา Lumo Plus โดยตรวจสอบราคาและสิทธิ์การใช้งานจริงตามภูมิภาคก่อนตัดสินใจ