Godot Foundation ประกาศนโยบายใหม่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 โดยแบนโค้ดที่สร้างโดย AI, Pull Request จาก AI agent อัตโนมัติ, การ 'Vibe Coding' และการใช้ข้อความที่ AI เขียนในการสื่อสารระหว่างมนุษย์ในโครงการอย่างเด็ดขาด นโยบายนี้เป็นผลพวงจากวิกฤตที่สะสมมานานหลายเดือน โค้ด Pull Request ที่สร้างโดย AI จำนวนมหาศาลและมีคุ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What new AI contribution policy did the Godot Engine announce on June 30, and what led to it — in. Article summary: Here is a thorough, cited breakdown of the Godot Engine's June 30 policy announcement, its causes, provisions, and the broader industry context.. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 มูลนิธิ Godot Foundation ได้เผยแพร่โพสต์บล็อกชื่อ "Changes to our Contribution Policies" ซึ่งเป็นการแก้ไขแนวทางการมีส่วนร่วมในโครงการอย่างเป็นทางการ โดยมีนโยบายที่เข้มงวดอย่างมากเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมที่ใช้ AI ช่วยสร้าง นโยบายนี้ถือเป็นการยุติช่วงเวลาที่มีการยอมให้ใช้ AI ช่วยในขอบเขตจำกัด และเป็นจุดเริ่มต้นของจุดยืนที่แข็งกร้าวซึ่งกำลังส่งเสียงสะเทือนไปทั่วโลกของโอเพนซอร์สและการพัฒนาเกม
แกนหลักของการประกาศคือข้อห้ามที่ชัดเจน :
Godot Foundation ระบุจุดยืนของตนอย่างตรงไปตรงมา: "AI ไม่สามารถรับผิดชอบโค้ดได้ — มนุษย์ต้องเป็นคนรับผิดชอบ" นโยบายกำหนดให้ผู้มีส่วนร่วมทุกคนต้องเป็น ผู้เขียนที่เป็นมนุษย์ตัวจริง ของสิ่งที่ส่งมา และการใช้ความช่วยเหลือจาก AI ในขอบเขตจำกัดใดๆ จะต้อง เปิดเผยอย่างสมบูรณ์
นอกเหนือจากข้อจำกัดด้าน AI แล้ว Foundation ยังประกาศด้วยว่าผู้มีส่วนร่วมใหม่ — ซึ่งหมายถึงผู้ที่มี Pull Request ที่ถูกรวม (merge) แล้ว 3 รายการหรือน้อยกว่า — ไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งฟีเจอร์ใหม่หรือการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลอย่างชัดแจ้ง การดำเนินการนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้มีส่วนร่วมใหม่ใช้เวลาเรียนรู้ฐานโค้ดและสร้างความไว้วางใจด้วยการทำงานแก้ไขบั๊กและเอกสารก่อน
การประกาศเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนไม่ใช่การเปลี่ยนใจอย่างกะทันหัน แต่เป็นจุดสูงสุดของวิกฤตที่ก่อตัวขึ้นเป็นเวลาหลายเดือน
ในช่วงต้นปี 2026 ผู้ดูแล Godot ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยต่อสาธารณะ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ผู้ดูแล Rémi Verschelde รายงานว่า GitHub ของโครงการถูกน้ำท่วมด้วย Pull Request ที่สร้างโดย AI — ซึ่งมักไม่มีป้ายกำกับว่าเป็นผลงานจาก AI — ซึ่งสิ้นเปลืองเวลาของผู้ตรวจทานเป็นอย่างมากเพียงแค่เพื่อคัดแยกและปฏิเสธ เขาเตือนในเวลานั้นว่า: "ผมไม่รู้ว่าเราจะทนได้นานแค่ไหน"
ปัญหาคือการส่งเหล่านี้มักจะตื้นเขินในทางเทคนิค มีโค้ดที่ไม่แน่ชัดในทางกฎหมาย และผู้เขียนมักขาดความเข้าใจที่จะแก้ไขหรือบำรุงรักษาสิ่งที่พวกเขาส่งมา
ก่อนนโยบายใหม่ Godot ยอมให้ความช่วยเหลือจาก AI ในขอบเขตที่แคบ — เช่น การสนับสนุนการแปล, การเติมโค้ดให้สมบูรณ์ในบรรทัดเดียว, การสร้าง regex และงานค้นหาและแทนที่ — ตราบใดที่มนุษย์รับผิดชอบอย่างเต็มที่ แต่ปริมาณมหาศาลของ การส่งจาก AI agent อัตโนมัติ และ 'Vibe Coding' (ที่ผู้ใช้สั่งให้ LLM สร้างฟีเจอร์ทั้งหมดโดยไม่เข้าใจผลลัพธ์) ทำให้ความอดทนนั้นหมดลง Foundation สรุปว่าพวกเขา "ไม่สามารถไว้วางใจผู้ใช้ AI อย่างหนักให้เข้าใจโค้ดของพวกเขามากพอที่จะแก้ไขได้"
เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ระบุไว้สำหรับการแบนคือ ต้นทุนของมนุษย์ ผู้ดูแลรายงานว่าการตรวจสอบ AI Slop ไม่เพียงแต่ใช้เวลามาก แต่ยังทำให้หมดกำลังใจอย่างยิ่ง มันเบี่ยงเบนพลังงานจากการให้คำปรึกษาแก่ผู้มีส่วนร่วมที่เป็นมนุษย์หน้าใหม่ — ซึ่งเป็นช่องทางดั้งเดิมในการเพิ่มฐานความสามารถของโครงการ นโยบายระบุอย่างชัดเจนว่าการไหลทะลักของโค้ดที่สร้างโดย AI กำลัง ทำลายความสามารถของชุมชนในการฝึกอบรมนักพัฒนาใหม่ ผ่านงานระดับเริ่มต้นและการตรวจสอบโค้ดแบบลงมือปฏิบัติจริง
Godot จำหน่ายภายใต้ใบอนุญาต MIT ซึ่งต้องการที่มาที่ไปที่ชัดเจนสำหรับโค้ดที่ส่งเข้ามาทั้งหมด Foundation ชี้ให้เห็นว่าโค้ดที่สร้างโดย AI — ซึ่งมักได้รับการฝึกฝนจากชุดข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์ซึ่งไม่ทราบที่มา — ก่อให้เกิด ความเสี่ยงร้ายแรงในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านลิขสิทธิ์ ที่อาจทำให้โครงการต้องรับผิดทางกฎหมาย
การประกาศของ Godot เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์เดียวกันกับจุดปะทะที่แยกจากกันแต่สอดคล้องกัน
ในการให้สัมภาษณ์กับ GamesRadar ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 David Gaider — อดีตหัวหน้าฝ่ายเนื้อเรื่องของ Dragon Age และผู้ร่วมก่อตั้ง Summerfall Studios — เรียก Generative AI ว่าเป็น "โรคระบาดร้ายแรง" ในการพัฒนาเกม ข้อโต้แย้งหลักของเขาสะท้อนกับข้อกังวลที่ผลักดันนโยบายของ Godot โดยตรง:
บทสัมภาษณ์ของ Gaider แพร่กระจายไปทั่วสื่อเกมในวันที่ 29–30 มิถุนายน 2026 โดยสำนักข่าวทั่วโลกนำเสนอความคิดเห็นของเขา — ในช่วงเวลาเดียวกับที่ Godot กำลังเผยแพร่นโยบายแข็งกร้าวของตนเอง
นโยบายวันที่ 30 มิถุนายนของ Godot Foundation เป็นการตอบสนองโดยตรงต่อวิกฤตที่ยาวนานหลายเดือน: น้ำท่วมของ Pull Request ที่สร้างโดย AI ซึ่งบำรุงรักษาไม่ได้และมีความเสี่ยงทางกฎหมาย ซึ่งกำลังเผาผลาญผู้ตรวจสอบอาสาสมัครและทำลายความสามารถของโครงการในการให้คำปรึกษาผู้มีส่วนร่วมมนุษย์หน้าใหม่ หลังจากพยายามใช้ความอดทนอย่างจำกัด โครงการได้เปลี่ยนไปใช้การแบนโค้ดที่เขียนโดย AI, AI agent อัตโนมัติ และ Vibe Coding อย่างเด็ดขาด — โดยกำหนดให้ต้องเป็นผลงานมนุษย์เต็มรูปแบบ, เปิดเผยการช่วยเหลือจาก AI ใดๆ ภาคบังคับ และขู่แบน GitHub สำหรับผู้ฝ่าฝืน การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องและถูกสะท้อนโดย David Gaider ที่เรียก Generative AI ว่าเป็น "โรคระบาดร้ายแรง" และเตือนว่ามันกำลังทำลายเส้นทางสำหรับฝึกฝนนักพัฒนารุ่นต่อไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Godot Foundation ประกาศนโยบายใหม่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 โดยแบนโค้ดที่สร้างโดย AI, Pull Request จาก AI agent อัตโนมัติ, การ 'Vibe Coding' และการใช้ข้อความที่ AI เขียนในการสื่อสารระหว่างมนุษย์ในโครงการอย่างเด็ดขาด
Godot Foundation ประกาศนโยบายใหม่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 โดยแบนโค้ดที่สร้างโดย AI, Pull Request จาก AI agent อัตโนมัติ, การ 'Vibe Coding' และการใช้ข้อความที่ AI เขียนในการสื่อสารระหว่างมนุษย์ในโครงการอย่างเด็ดขาด นโยบายนี้เป็นผลพวงจากวิกฤตที่สะสมมานานหลายเดือน โค้ด Pull Request ที่สร้างโดย AI จำนวนมหาศาลและมีคุณภาพต่ำ ('AI Slop') ไหลเข้าท่วม GitHub ของโครงการ สร้างความสิ้นเปลืองเวลาให้กับผู้ตรวจทานโค้ด ทำให้ผู้ดูแลโครงการหมดกำ...
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ David Gaider อดีตนักเขียนบท Dragon Age ออกมาวิจารณ์ Generative AI อย่างหนัก โดยเรียกมันว่า 'โรคระบาดร้ายแรง' ในวงการพัฒนาเกม พร้อมเตือนว่ามันยัง 'ไม่พร้อมสำหรับการใช้งานจ...